เมื่อได้กระตุ้นต่อมเอ๊ะให้ทำงานแล้ว บางครั้งอาจจะมี เอ๊ะ... เกิดขึ้นหลาย เอ๊ะ คนหน้างานจะต้องมาพิจารณาแล้วล่ะว่า... จะเริ่มต้นแก้ไข หรือทำให้ความสงสัย หรือทำให้ปัญหาของ เอ๊ะ ไหนก่อน

 

จัดลำดับความสำคัญ...

ดูว่า เอ๊ะ... ไหนหาคำตอบได้ด้วยวิธีใด

 

บางเอ๊ะ...อาจจะแก้ความสงสัยได้เลย

บางอ๊ะ... อาจจะต้องแก้ไข ด้วยกระบวนการที่เป็นระบบ นั่นก็คือ การวิจัย

 

เมื่อพิจารณาว่า เอ๊ะ ที่ต้องแก้ไขด้วยกระบวนการที่เป็นระบบนั้น เราต้องมาค้นหาสาเหตุดูสิว่า... เอ๊ะ! ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น ทำไมจึงเป็นอย่างนี้ มีสาเหตุ หรือมีต้นเหตุมาจากอะไร...

 

มองดู และพิจารณาให้รอบ...

มีข้อมูลอะไรบ้างที่เป็นข้อสนับสนุน หรือยืนยันที่มาของสาเหตุให้เกิดปัญหานั้น 

นำข้อมูลนั้น...มาจัดกระทำ มายืนยันถึงความสำคัญที่เราจะต้องลงลุยเพื่อแก้ไขความสงสัยของต่อมเอ๊ะนั้น...

 

การจะกระทำสิ่งใดใด ก็ตาม ปกติเรามักคุ้นชินต่อการกระทำที่ปลายทาง เรามักไม่ถนัดที่จะเริ่มต้นที่ต้นทาง... ดังนั้น กระบวนการที่เป็นระบบ ที่เริ่มกระตุกต่อมเอ๊ะ นี้... เริ่มให้เราลองมองไปที่ต้นเหตุ หรือสาเหตุ... การเริ่มมองไปที่สาเหตุนั้นอาจจะต้องใช้พลังงานไปค่อนข้างเยอะ แต่นั่นก็ทำให้เราได้แก้ไขปัญหา แห่งความสังสัยนั้นได้ตรงจุด ไม่ต้องประวิงเวลาใดใดอีกต่อไปแล้ว

 

เลือกให้ตนเองได้ฝึกการทำอะไรง่ายๆ ไม่ซับซ้อน...

 

มีเหตุ ก็ต้องมีผล

มีสิ่งนี้เกิด จึงได้มีสิ่งนี้เกิด ----à ก็เท่านั้นเอง...

 

เมื่อเราเข้าใจในความสัมพันธ์แห่งการเกิดและเกิด ที่มีต่อกันซึ่งกันและกันแล้ว... จะทำให้การทำงานของเราสนุกขึ้น เพราะลดความซับซ้อนลงไปได้เยอะ แบบตรงไปตรงมา ชัดเจน ง่ายๆ...

 

มีเหตุ...ก็ต้องไปแก้ที่เหตุ... หากเพียงแต่การแก้นั้น อาจต้องอาศัยข้อมูลเชิงประจักษ์สนับสนุน มีหลักการ และแนวคิดอันเป็นที่น่าเชื่อถือมาอ้างอิงให้กระบวนการของเรามีมูลค่าเชิงวิชาการทางสังคมมากขึ้น...

---------------------------