"สุชาติ" อัดอีก แบงก์ชาติดูแลสภาพคล่องในระบบไม่เหมาะสม ชี้ดึงเงินออกแทนที่จะนำไปใช้พัฒนาประเทศ ส่งผลแบงก์พาณิชย์ต้องแข่งระดมเงินฝาก

"สุชาติ" อัดอีก แบงก์ชาติดูแลสภาพคล่องในระบบไม่เหมาะสม ชี้ดึงเงินออกแทนที่จะนำไปใช้พัฒนาประเทศ ส่งผลแบงก์พาณิชย์ต้องแข่งระดมเงินฝาก

นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการดูแลสภาพคล่องในระบบของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า การออกพันธบัตรเพื่อดูดซับสภาพคล่องในระบบที่มีวงเงินสูงถึง 1.5 ล้านล้านบาทนั้น พบว่าเป็นการดึงเงินออกจากระบบมากกว่าจะนำไปใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศ ซึ่งเป็นเงินที่รัฐบาลต้องแบกภาระดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นตลอดเวลา  การออกบอนด์ของแบงก์ชาติดูดซับสภาพคล่องของตลาดไปมาก ทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องเสริมสภาพคล่องด้วยการแข่งขันกันขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก โดยขณะนี้ดอกฝากประจำในระบบของธนาคารพาณิชย์อยู่ที่ 4% และดอกกู้อยู่ที่ 7-8% ขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายของแบงก์ชาติอยู่ที่ 3.75% แสดงให้เห็นว่าแบงก์พาณิชย์มีต้นทุนสูง ควรจะให้แบงก์พาณิชย์มากู้เงินในระบบ ซึ่งดอกเบี้ยถูกกว่าและแบงก์ชาติ     ก็ไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลกระทบโดยรวม ทั้งชาวบ้านและภาครัฐเองก็จะลดภาระจ่ายดอกเบี้ยจากเงินกู้พันธบัตรลงด้วยนายสุชาติกล่าวและว่า เห็นด้วยที่ ธปท.จะเน้นดำเนินนโยบายเพื่อรักษาเสถียรภาพทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ แต่ต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าการรักษาเสถียรภาพนั้นจะต้องอยู่ในจุดที่เหมาะสม ต้องให้มีการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืนควบคู่กันไปด้วย เพราะถือเป็นหลักการของประเทศที่กำลังพัฒนา ซึ่งญี่ปุ่นและจีนก็เคยทำเช่นนี้มาก่อน

นอกจากนั้นมองว่า การดำเนินนโยบายการเงินและการคลังต้องดำเนินควบคู่กันไป เพื่อให้ประเทศชาติสามารถพัฒนาและเติบโตต่อไปได้ หากแบงก์ชาติยังยืนยันจะดำเนินนโยบายเช่นนี้ต่อไปก็ไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ต่อประเทศชาติ เพราะต้องนำงบประมาณไปใช้สำหรับการจ่ายดอกเบี้ยของพันธบัตรแบงก์ชาติอยู่เรื่อย ๆ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นก็คือ งบประมาณที่จะใช้พัฒนาประเทศลดลงและส่งผลให้การปรับขึ้นเงินเดือนในอนาคตช้าลงด้วย

คม ชัด ลึก  เดลินิวส์  ข่าวสด  1  กันยายน  2551