ได้ฟังรายการสนทนาประสาสมัคร เสียงท่านนายกฯ พูดผ่านคลื่น สวท.น่าน ทำให้ทราบว่า เรื่องส่วนตัวที่ของท่านนายกฯ ว่า สมัยเรียนเป็นประธานโต้วาที ที่ ศ.คุณหญิงจินตนาฯ เป็นที่ปรึกษา ท่านเป็นประธานเป็นเวลา ๓ ปี มีการกำหนดหัวข้อโต้วาที เช่นว่า ความสวยเป็นภัย ฯลฯ ท่านเปล่งวาจาชัดเจนผ่านสื่อของรัฐทุกเช้าวันอาทิตย์มาเรื่อย ๆ
เรื่องที่ท่านนายกประธาน ๓ ปี เปล่งวาจาผ่านสื่อ เราเองก็ฟังจนเพลินดี ทำให้ทราบว่า มิน่าล่ะ ใครพูดเก่งเกินท่านนายกฯ ไม่มี ท่านจึงมีความปากไว ปฏิภาณเยี่ยม เสียงพูดทรงพลัง ขณะที่มีการเคลื่อนไหวในทางการเมือง พลเมืองไทยรักสงบที่ไม่ชอบความดุดัน ความรุนแรง ติดตามข่าวสารบ้านเมืองแล้วรู้สึกหวาดเสียว บ่ายโมงกว่าวันนี้จะมีการประชุมร่วมของ ๒ สภา ผลจากเป็นอย่างไรก็คงต้องติดตามกันต่อไป การพูดของท่านประธานโต้วาที ๓ ปีที่ปัจจุบันเป็นนายกบริหารประเทศไทย ในฐานะเราเป็นพลเมืองไทยต้องติดตาม
การฟังการพูดของท่านนายกที่เป็นประธานโต้วาที ๓ ปี ทำให้เข้าใจยิ่งขึ้นว่า มิน่าล่ะ...ปากคอท่านถึงไม่เกรงกลัวใคร สังคมประชาธิปไตยมักเข้าใจว่า การพูดเท่านั้น อันที่จริงการเงียบ การรู้จักฟัง และการใช้ความสุภาพ การให้เกียรติเป็นการสื่อสารที่ดี และมีสาระสำคัญอย่างยิ่งด้วยในสังคมประชาธิปไตย
การแสดงความคิดเห็นของท่านผ่านไมค์ บ่อยครั้งดุดัน ทำให้หลายคนหวาดเสียว เข้าใจกันดีว่าไม้แก่ดัดยาก ท่านเป็นผู้สูงอายุวัย ๗๓ ปีแล้วต้องยอมรับความจริงกัน ท่านได้ใช้แนวทางที่เคยเป็นประธานโต้วาทีทำงานบริหารบ้านเมืองผ่านสื่อของรัฐไปเรื่อย ๆ โดยอาศัยหลักการและเหตุผล ส่วนนักข่าวอื่นเคยเห็นท่านจ่องหน้า เป็นวิถีทางประชาธิปไตยที่พลเมืองไทยต้องติดตามผู้นำประเทศท่านนี้ที่พลเมืองไทยจะต้องเรียนรู้ติดตามใกล้ชิด
ตั้งแต่บ่ายโมงครึ่งวันนี้โปรดติดตามการถ่ายทอดทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติครับ & ไปอ่านความเห็นที่นี่ http://www.oknation.net/blog/nity/2008/08/31/entry-2 ล้วนห่วงใยบ้านเมืองไทยของเรา
ตั้งแต่บ่ายโมงครึ่ง ถึงเวลานี้ เสียงจากรัฐสภา ได้ฟังบ้าง ไม่ได้ฟังบ้าง แต่ละท่านก็นำเสนอกันไป
สว.สส.ได้ใช้เวลาสื่อสาร การที่มีการถ่ายทอด ทำให้ผู้ฟังทางบ้างได้ฟัง ในสังคมประชาธิปไตยนี้นั้น ต้องอดทนฟังอย่างพินิจพิจารณา