ในเดือนสิงหาคมมีสิ่งที่ต้องให้ระลึกถึงหลาย ๆ อย่าง นอกเหนือไปจากจากเป็นเดือนที่มี วันคล้ายวันเกิดของคุณแม่ และ คุณลูก ๆ หลายคนแล้ว ยังมีวันที่ผมระลึกถึงพี่ชายคนหนึ่งที่จากพวกเราไปนานพอสมควรแล้ว เป็นพี่ชายที่มีความสำคัญต่อพวกเราสกุล วราอัศวปติ อย่างยิ่ง ที่หลาย ๆ คนที่ใช้นามสกุลนี้อยู่ในขณะนี้ ที่เป็นรุ่นลูก รุ่นหลาน รุ่นเหลน อาจจะยังไม่ทราบว่า ผู้ที่ดำเนินการจนได้มาซึ่งชื่อสกุล วราอัศวปติ นี้คือ คุณพี่วรากร วราอัศวปติ ที่ได้จากพวกเราไปด้วยวัยที่กำลังทำงานในฐานะ ผู้ช่วยอธิการบดี มศว. มหาสารคาม ซึ่งปัจจุบันก็คือ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม นั่นเอง ดังนั้นคน มมส. รุ่นที่ใกล้จะเษียณหรือเกษียณไปแล้ว ก็จะคุ้นเคยกับชื่อสกุลนี้ เพราะมีคนนามสกุลนี้ทำงานที่ มมส. มาแล้วหลายคนจนถึงปัจจุบัน
16 สิงหาคม คือวันที่คุณพี่จากพวกเราไป ดังนั้นผมจึงจะไปเคารพกระดูกของพี่ ที่ครอบครัวได้บรรจุไว้ที่กำแพงวัดแห่งหนึ่งในเมืองมหาสารคาม ในวันนี้ทุกปีตั้งแต่ผมได้มาทำงานที่ มมส. ยกเว้นมีเหตุจำเป็นอื่น ผมก็จะไปในโอกาสแรกที่สะดวกภายในเดือนสิงหาคม สำหรับปีนี้มีเหตุให้ต้องเลื่อนมาจนถึงวันที่ 25
พี่คนนี้นอกจากจะ เป็นผู้ตั้งชื่อสกุล วราอัศวปติ แล้วยังมีความสำคัญต่อน้อง ๆ โดยเฉพาะผมอย่างมาก เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่ของเราเป็นคนจีน มีอาชีพค้าขาย มีบุตรหลายคน ต้องช่วยกันทำมาหาเลี้ยงชีพ จึงไม่สนับสนุนให้ลูกเรียนหนังสือสูง เพราะเกรงจะไม่สามารถหาเงินส่งให้เรียนได้พอ แต่พี่คนนี้ซึ่งเป็นบุตรคนที่สามของพ่อแม่ เป็นคนที่เรียนเก่งสอบได้ที่หนึ่งของโรงเรียน เป็นคนแรกที่ได้เรียนต่อหลังจากจบชั้นมัธยมแล้ว เพราะสอบเข้าเรียนต่อได้ที่หนึ่งและได้รับทุนเรียนฟรีจากวิทยาลัยครูอีกด้วย ครูที่โรงเรียนต้องมาอธิบายเพื่อโน้มน้าวให้คุณพ่อยอมให้เรียนต่อจึงสำเร็จ และที่คุณพ่อยอมให้ผมเรียนต่อชั้น ม. 7-8 หรือที่เรียกว่าชั้น เตรียมอุดมศึกษาเป็นคนที่สอง ก็เพราะคุณพี่คนนี้เป็นผู้สนับสนุน และรับปากกับคุณพ่อว่าจะช่วยส่งน้องเรียนอีกแรงหนึ่งด้วยถ้าผมสามารถสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ เมื่อผมเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้ ด้วยความช่วยเหลือของพี่ชายคนโตและคนที่สองที่เป็นกำลังสำคัญในการช่วยพ่อแม่ทำมาหากินทำให้ฐานะของครอบครัวสามารถส่งน้อง ๆ คนต่อ ๆ มาเรียนระดับมหาวิทยาลัยได้กันทุกคน แต่ด้วยการทำให้ดูเป็นตัวอย่างของพี่วรากร ในการช่วยเหลือสนับสนุนให้น้องได้เรียนต่อกัน จึงเป็นสิ่งที่พี่ ๆ จะถือปฏิบัติต่อน้อง ๆ ต่อกันมาเรื่อย ๆ โดยอัตโนมัติสำหรับครอบครัวของเรา เพื่อแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ สำหรับผมอาจจะถือว่าโชคดีที่เมื่อเริ่มทำงานเป็นอาจารย์ได้สองปี ก็ได้รับทุนไปศึกษาต่อปริญญาโทและปริญาเอกที่ต่างประเทศโดยได้รับเงินเดือนเต็มด้วย จึงได้ให้น้องได้ใช้เงินเดือนที่ได้รับ เพื่อการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยตลอดสามปีที่ผมไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ เพราะผมเองใช้จ่ายเงินจากทุนที่ได้รับก็เพียงพอแล้ว

ขอระลึกถึงพี่ชายด้วยคนนะคะ
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์
มาร่วมระลึกถึงพี่ชายท่านอาจารย์ด้วยคนค่ะ