ความรู้ในหลุมพราง

 

   

 

ความรู้จะเกิดประโยชน์ได้ก็ต่อเมื่อมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  การสื่อสารโดยการพูด  การคุย  หรือไม่พูด และไม่คุย  ทำให้เรารู้ถึงระดับความคิด  และระดับความรู้   ที่มีความแตกต่างกันแต่เมื่อรู้มากขึ้น สิ่งที่ควรระวังให้ดีอาจไม่ใช่ความไม่รู้  แต่กลับเป็นจิตใต้ภายในใจของเราเอง หรือเรียกว่า จิตสำนึก เพราะเมื่อเราปล่อยให้จิตใจได้ปลื้มไปกับความรู้ที่ได้เรียนมาขาดการตรวจทานตนเอง 360 องศา  ความรู้มักกลายเป็นดาบ   2   คม  ที่ย้อมกลับมาแทงตัวเราเอง 

 

ผมเคยคุยกับคุณยามท่านหนึ่ง อายุราว ๆ น่าจะไม่เกิน  33 ปี   บังเอิญไปเห็นลายลักษณ์อักษรภาษาไทยสวยมาก ๆ ที่เขียนด้วยดินสอเป็นลายมือของคุณยามท่านนั้น    ผมก็พูดออกมาลอย  ๆ ว่าคุณยามลายมือสวยน่ะเนี่ย   คุณยามก็อมยิ้มแล้วพูดออกมาว่า  “ ผมชอบใฝ่รู้ครับ  เขียนตัวอักษรเขียนอย่างไรให้น่าอ่าน    ประโยคสั้น ๆ เท่านี้เอง  วันนั้นที่ผมคุยกับคุณยามผมได้แนวคิดทันที 

 

ดังนั้น  เมื่อเราไม่รู้  การใฝ่รู้ ย่อมเป็นการกระทำที่ควรทำ  แต่อย่าลืมว่าจิตใจ / จิตสำนึกของเราดำเนินไปอย่างมีสติ  การสื่อสาร  การพูด หรือแม้กระทั้ง EQ  ย่อมมีหลุมพรางที่ลวงให้เราเดินตกลงไปได้ง่าย   สติมาปัญญาเกิด  สติเตลิดเกิดปัญหาครับ

 

หากไม่ระวังให้ดี จากการใช้สติ เราอาจตกลงไปในหลุมพรางโดยไม่รู้ตัว และละเมอเพ้อว่าเราเป็นผู้รู้ ทั้งที่จริงแล้ว  เราเองไม่สามารถเห็นได้ว่าความรู้และไม่รู้ คืออะไร !

 

 เอาเงินซื้อความรู้ หรือจะซื้อความโง่ของตัวเอง ......  เลือกเอา 

 

นัทธี  สติปัญญาเข-ลา

29/8/51