ในงานประชุมวิชาการและงานเสนอผลงานบุคลากรสายสนับสนุน ครั้งที่ 21 ประจำปี 2551 ในหัวข้อ "นวัตกรรมสู่ความเป็นเลิศ" ซึ่งจัดโดย คณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ของเรา เมื่อวานนี้นั้น นอกจากความประทับใจที่ได้จากผลงานความคิด ความสร้างสรรค์พัฒนางานของคนหน้างานตัวจริงที่บันทึกไปแล้ว ก็ยังมีส่วนของการบรรยาย เรื่อง "Innovation Towards Excellence" จากนพ.สิทธิชัย พุทธิประเสริฐ ที่ปรึกษาทางการแพทย์ สำนักงานประกันสังคม ในช่วงเช้า ซึ่งเห็นภาพการบรรยายนี้ตามที่ท่านได้สรุปเล่าให้ฟังในการเสวนาช่วงบ่าย ว่าท่านได้รับหัวข้อที่จะพูดมาแต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะพูดอะไร ก็เอาไปให้ลูกน้องทำสไลด์ให้มาโดยให้ไอเดียไปคร่าวๆ แล้วท่านก็มาเริ่มด้วยภาพ presentation ที่ดึงดูดคนฟังให้สนใจดู จากนั้นก็ดึงให้ฟังสิ่งที่ท่านพูดและเพลิดเพลินจนแม้พูดผิดก็อาจจะจับไม่ได้ (จับไม่ได้จริงๆค่ะ เรื่องที่ท่านนำมาเล่าเป็นตัวอย่างนั้น ไม่เคยรู้ละเอียดเลยสักเรื่อง) ท่านเป็นนักพูดที่สนุกสนาน ฟังได้ไม่เบื่อ มีลูกเล่นให้ได้หัวเราะได้ยิ้มเสมอ รวมทั้งมีการถามตอบกับผู้ฟังตลอดเวลา สิ่งที่รู้สึกได้แน่ๆคือท่านประทับใจกับความสามารถของชาวม.อ. และท่านรู้สึกสบายใจ ผ่อนคลายในบรรยากาศที่ท่านเหมือนได้กลับมามีบทบาทเป็นแพทย์อีกครั้ง
สิ่งที่ท่านฝากไว้เมื่อวานที่ชอบมาก อยากเอามาบอกต่อก็คือ ท่านให้คิดถึงว่า ในบรรดาหน่วยงานราชการด้วยกันนั้น มีหน่วยงานไหนเล่าที่เปิดทำการกันตลอด 24 ชั่วโมง มีภาระงานโหลดมากมายที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ และการทำงานเพื่อคน 1 คนมีผลไปถึงคนในครอบครัวอีกหลายชีวิตทีเดียว หน่วยงานที่โชคดีมีโอกาสทำประโยชน์ได้ขนาดนั้นก็ ที่ที่พวกเราทำงานอยู่นี่เองค่ะ
ในภาคบ่ายในการเสวนาเรื่อง "Innovation in my perspective" โดยมีผศ.นพ.สุรศักดิ์ สังขทัต ณ อยุธยา เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งท่านทำได้ดีมาก ทั้งตอนเกริ่นนำ ตอนส่งต่อและสรุป เพิ่งเคยเห็นท่านในบทบาทนี้เพราะปกติดูเหมือนท่านจะเป็นนักวิชาการเสียมากกว่า เป็นช่วงที่ได้อะไรเยอะมากๆ เกิดข้อสรุปเหมือนชื่อเรื่องน่ะค่ะ เริ่มจากการคุยจากคุณจงกลณี แซ่จัง หัวหน้าวิสัญญีพยาบาล ที่อ.สุรศักดิ์เรียกท่านว่า พี่แอ๋ว และกล่าวแนะนำว่า มองไปทางไหนในห้องผ่าตัดก็เห็นผลงานประดิษฐ์คิดค้นที่เกิดจากความคิดพี่แอ๋วเยอะแยะไปหมด
คุณจงกลณีให้ข้อคิดว่า เราคนทำงานทุกคนไม่ต้องฉลาด ไม่ต้องเก่งมากมายอะไร แต่สิ่งที่เราต้องมีคือ การคิด การตั้งคำถามในปัญหาต่างๆ ในการทำงาน เมื่อคิดแล้วก็อย่าทิ้งไปเฉยๆ หาทางออก หาทางแก้ไปเรื่อยๆ และที่สำคัญต้องลองลงมือทำดูด้วย เธอเล่าถึงงานต่างๆที่เธอคิดค้น ไม่ว่าจะเป็นท่อยางที่ติดข้างถังแล้วทำให้ไม่ต้องเสียแรงปีนขึ้นไปใช้กระจกส่องดูระดับน้ำ เสาเหล็กล้อเลื่อนติดถาดวางสาย 3-way ที่เคยห้อยกระรุ่งกระริ่งอยู่ข้างเตียงผ่าตัด ไฟนีออนแบบหนีบแทนการถือไฟฉายในห้องผ่าตัดตา ซึ่งแต่ละเรื่องล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของความธรรมดา ที่เอามาแทนที่ความธรรมดา แต่อำนวยความสะดวกให้ได้อย่างมากมายทีเดียว เหมือนประดิษฐกรรมอย่างรถเข็นในห้างสรรพสินค้า ที่ทำให้เราสะดวกสบายช้อปกันเพลิดเพลินนั้นก็ช่างแสนธรรมดา แต่ดูสิว่ามันเก็บรวบเข้ามากันได้ แถมมีที่ล็อคล้อไม่ให้ลื่นได้ด้วย ล้วนแล้วแต่เรื่องธรรมดาที่คนคิด คิดขึ้นมาได้เท่านั้นเอง ฟังแล้วชอบมากๆค่ะ เธอเป็นทั้งนักทำและนักพูดที่เยี่ยมจริงๆค่ะ
ส่วนข้อคิดจากท่านอดีตคณบดีของเรา รศ.นพ.กิตติ ลิ่มอภิชาตินั้นก็สุดยอดเช่นกันค่ะ ท่านให้ข้อคิดว่าเราอยู่ในวงการแพทย์ที่มีแต่เรื่องซับซ้อน เป็นโอกาสดียิ่งที่จะได้คิด ได้ทำอะไรเพื่อให้ดีขึ้น ง่ายขึ้น เร็วขึ้น รวมทั้งการที่เราอยู่ในระบบราชการ ที่ใครๆก็รู้ว่าเป็นยังไง (ท่านพูดตรงกว่านี้ค่ะ ขอแอบแปลงสักนิด) มีเรื่องให้ต้องคิด ต้องพัฒนาเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นเยอะแยะไปหมด นั่นคือเป็นโอกาสสร้างนวัตกรรมอยู่เสมอ ขอให้เราเป็นคนขี้เบื่อ และไม่เบื่อเฉยๆ ต้องหาวิธีแก้ความเบื่อในการทำเรื่องเดิมๆ ด้วยวิธีเดิมๆ ไม่มีอะไรดีที่สุด มันต้องมีอะไรที่ดีกว่าเสมอ
สรุปได้ว่า นวัตกรรมในมุมมองของทุกท่าน เน้นการคิดในขณะทำงาน มองหาอะไรๆที่ธรรมดานี่แหละ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุสิ่งของ สิ่งประดิษฐ์หรือการปรับเปลี่ยนวิธีการ ที่ทำให้เกิดการทำงานในรูปแบบที่ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ดีขึ้น แสนจะธรรมดาจริงๆนะคะ แต่ง่ายหรือยากนี่ก็แล้วแต่เราเองนี่แหละค่ะจะเลือกให้เป็นไป
สวัสดีจ้าน้องสาว...ตอนแรกที่พี่เขียนบล็อกกล้วยไม้ (เจ้าน้องสาว มะปรางเปี้ยว สั่งให้พี่เขียนต่อ)...พี่หนักใจมาก...เพราะเรื่องกล้วยไม้ ค่อนข้างยากตรงที่ ถ้าคนไม่รู้เรื่อง จะตามเนื้อหาไม่ทันเลย..ครั้นจะอธิบายละเอียด ก็จะเป็นภาระของเราเกินไป (เสียเวลามากน่ะ+ขี้เกียจก็เป็นนา)..แต่ต่อมาพี่ก็จับจุดได้ว่า...ก็เขียนแบบ ง่าย ๆ สบาย ๆ สไตล์ ชยพร นี่แหละ...อ่านรู้เรื่องก็ดีไป อ่านไม่รู้เรื่อง เห็นภาพก็คงจะพอรู้เรื่อง หรือถ้าไม่รู้อะไรเลย (get ไม่ได้เลย) ก็ได้สนุกกับสำนวน กวน ๆ ของพี่ ก็ยังดีบ้าง ..ไม่มาก ก็น้อย ว่างั้นเถอะ...ขอเพียงเรารักที่จะทำให้โลกใบนี้ easy and happy ...ก็น่าจะเป็นแรงขับ(motive) ให้เราค้นพบแนวทางที่ง่ายๆได้นะ...ปล.เมื่อยนิ้วเลย จิ้มเอาน่ะ.....พี่ชาย ชยพร แอคะรัจน์
สวัสดีค่ะ
- แวะมารายงานตัวค่ะ ยากนะค่ะที่จะพาคนในองค์กร คิดแบบสร้างสรรค์ ในงานประจำ "ส่วนมากงานเยอะ งานยุ่งจะให้คิดอะไร" น่าเสียดาย IQ นะเนี่ยะ