สงครามสื่อ


เหนื่อยใจครับ.....

ดูทีวีของเมื่อวานอย่างละเีอียด ดูภาพที่ออกมาจากสื่อของรัฐบาล หลังจากนั้น ดูภาพที่ออกมาจากสื่อของพันธมิตร .... ดูแล้ว อธิบายสถานการณ์ด้วยคำว่า "สงครามสื่อ" คงเหมาะที่สุด

สื่อทั้งสองด้าน เสนอภาพเหตุการณ์เดียวกัน แต่แสดงภาพ "คนละมุม" กัน

  • สื่อของพันธมิตรเน้นแสดงภาพระเบียบวินัยของพันธมิตร และความสงบ
  • สื่อของรัฐบาลแสดงแต่ภาพความวุ่นวาย แตกแถว พังประตู และภาพคนๆหนึ่งในพันธมิตรกระโจนเข้าใส่นักข่าวหญิง ด่ากรอกหูเขา

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีภาพอยู่หลายแง่หลายมุม แต่สื่อของแต่ละฝ่ายนำภาพในแง่มุมเดียวของเหตุการณ์มาเสนอ คนที่ดูสื่อรัฐบาล ก็จะเห็นแต่ความเถื่อนของพันธมิตร จะเกลียดพันธมิตร แต่คนที่ดูสื่อของพันธมิตร ก็จะไม่เข้าใจว่าพันธมิตรทำอะไรผิด จึงโกรธแค้นรัฐบาล

ไม่เข้าใจว่าสื่อจะทำแบบนี้เพื่ออะไร รังแต่จะเพิ่มความแตกแยกกับผู้คน............

ขอภาวนาอย่าให้มีคนบาดเจ็บล้มตายกันเลยครับ ......

คำสำคัญ (Tags): #สื่อ#เหนื่อยใจ
หมายเลขบันทึก: 203918เขียนเมื่อ 27 สิงหาคม 2008 22:24 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 01:47 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (11)
  • ใช่ครับ
  • ขอภาวนาอย่าให้มีคนบาดเจ็บล้มตายกันเลยครับ ......
  • แวะมาให้กำลัวใจประเทศไทยก็แล้วกันครับ

สวัสดีครับครูโย่ง :)

เช่นกันครับ ขอให้ประเทศอยู่รอดปลอดภัย

ใช่ครับ เมื่อคืนก่อนผมฝันว่าผมฝันหลุดหมดปากเลยครับ พอเมื่อคืนผมก็ฝันเห็นภาพพระพุทธเจ้าในรูปของพระนอน แต่เป็นร่างของคนครับไม่ใช่รูปปั้น ท่านนอนโดยที่ไม่มีมือรองรับหัว แต่การนอนนั้น นอนหัวพับ คอพับลงมาครับ ไม่ใส่เสื้อ มีแต่ผ้าท่อนล่าง ผมตกใจตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เป็นภาพฝันที่น่าตกใจมาก ไม่เคยฝันแปลก ๆ อย่างนี้เลยครับ

ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองโลก คุ้มครองประเทศและพวกเรา ช่วยให้เรื่องร้าย ๆ กลับกลายเป็นเรื่องดีด้วยเถอะครับ

ผมคิดว่าเป็นเพราะ คน นะครับ

คนมาก ต่างจิตต่างใจ

ก็มีทั้งสองด้าน ด้านหนึ่งก็คุมอยู่ อีกด้านหนึ่งก็คุมไม่อยู่

นี่คือสถานการณ์ที่ีชี้ให้เห็นชัด ๆ ว่า

กฏหมาย ต้องอยู่เหนือ กฏหมู่

ช่วงนี้ น่าจะมีรายการที่เป็นกลาง เสมือนเป็นน้ำเย็นดับไฟโกรธทั้งสองฝ่าย

เมื่อเช้าอ่านข่าว เรื่องการให้สัมภาษณ์ของพระพยอม

และนักจิตวิทยาเป็นห่วงคนเครียดเพราะเสพข่าวมากเกินไป

ผมว่าเป็นแนวทางออกของสื่อที่ดีอย่างหนึ่งครับ

สวัสดีครับคุณ prasansong: ฝันสยองมากเลยครับ คงเครียดเกินไป ผมก็อ่านข่าวจนเครียดนอนไม่ค่อยหลับเลยครับ ไหนจะเรื่องสื่อบ้าๆอีก มีแต่ราดน้ำมันเข้ากองเพลิง

 

สวัสดีครับคุณ pC: เห็นด้วยครับที่ว่า

"ช่วงนี้ น่าจะมีรายการที่เป็นกลาง เสมือนเป็นน้ำเย็นดับไฟโกรธทั้งสองฝ่าย"

 

ตอนนี้รู้สึกอยากจะเขวี้ยงข้าวของระบายอารมณ์มากเลยครับ แต่กลัวของแตกไปแล้วจะไม่มีตังซื้อใหม่

เห็นการนำเสนอที่บิดเบือนแล้ว...สงสารประเทศไทย

ผมถือว่าสื่อเองไม่ได้ให้เกียรติคนไทย...การบิดเบือนเพื่อรับใช้ฐานอำนาจที่ไม่ชอบธรรม

อย่างนี้จะเราจะเรียกร้อง สันติภาพได้อย่างไร

สันติภาพบนเส้นด้าย

มันคงไม่เกิดสงครามสื่อหรอกครับ ...ถ้า.... ไม่พูดดีกว่า

คุณคงไม่รู้หรอกว่า ชาวบ้านชนบทจริงๆ เขารับรู้ข่าวสารกันอย่างไร สื่อมอมเมาเขาอย่างไร โดยเฉพาะสื่อเสรีทั้งหลาย ... คำว่า รายการที่เป็นกลาง คุณอธิบายอย่างไร? ไม่คงไม่ง่ายขนาดเอาดีกับไม่ดีมาว่า แล้วบอกว่าอยู่ตรงกลางหรอกนะ...

ผมว่าคงอีกนานกว่าจะมีสื่อดีๆ ที่ให้ความรู้จริงๆ กับชาวบ้าน ไม่ใช่คิดแต่จะเอาเปรียบอย่างที่เป็นอยู่ จนมันหยั่งรากฝังลึกแล้วตอนนี้

คุณปริญญา ขออนุญาตใช้เนื้อที่หน่อยนะครับ

 

ตอบ คุณอำนวย

"รายการที่เป็นกลาง คุณอธิบายอย่างไร?"

ผมคิดว่ารายการที่เป็นกลาง คือรายการไม่เข้าข้างฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง มากเกินไป เน้นที่การวิเคราะห์ข่าว และให้ข้อมูลที่สองด้านอย่างชัดเจนครับ ผมอยากเห็น คนสื่อ สักคน ที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ชมเมื่อรัฐบาลทำดี และติเมื่อมีอะไรไ่ม่ชอบมาพากล  ที่เห็นอยู่ตอนนี้คือ ฝ่ายที่ชมก็ชม ชมได้ทุกเรื่อง ฝ่ายที่ติก็ติหาเรื่องทุกอย่างมาติ 

แน่นอนว่าในหนึ่งเรื่องก็อาจจะไม่ใช่ดีไปทั้งหมด  แต่การวิเคราะห์ให้เห็นว่า ดีอย่างไร และ ไม่ดีอย่างไร (trade-off)
สุดท้ายให้คนดูตัดสินใจเอง โดยไม่ต้องชี้นำ

นี่แหละครับสิ่งที่ผมเรียกว่า "เป็นกลาง"

 

"ผมว่าคงอีกนานกว่าจะมีสื่อดีๆ ที่ให้ความรู้จริงๆ กับชาวบ้าน"

ผมแค่เป็นคนที่ไม่ชอบการรอคอย และรอโอกาส โดยไม่ทำอะไรครับ

 

 

สวัสดีค่ะ คุณปริญญา เราคิดว่า ปัญหามันอยู่ตรงที่ความจริง อะไรคือความจริงกันน้า ตอนนี้เราคิดอยู่แบบนี้ มันเลยทำให้เราปวดหัวกันทั้งประเทศ เมื่อก่อนไม่เคยสนใจเรื่องข่าวการบ้านการเมืองเลย แต่เดี๋ยวนี้สงสารชาวบ้านที่ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมกับเค้าด้วย ทั้ง ๆ ที่ไปกับเค้าน่ะก็ไม่รู้ว่าอะไรคือความจริงด้วยซ้ำ แต่เราคิดว่าที่ชาวบ้านเค้าไปเพราะเค้ารักชาติ เราก็สงสารเค้า แต่เราก็ไม่รู้ว่าเรื่องมันเป็นยังไงกันน่ะเค้าถึงได้ทะเลาะกันได้ขนาดนี้

อีกอย่างนึงค่ะ เรามีความจริงจะสารภาพ คนที่แสดงความคิดเห็นในชื่อของ Prasansong ก่อนหน้านี้ เป็นคน ๆ เดียวกันกับ yaimod ค่ะ วันนี้ใยมดนึกอยากจะเขียนบันทึกในชื่ออื่นดูบ้าง เพราะเขียนในชื่อ yaimod แล้ว พี่สาวชอบเข้าไปอ่านแล้วว่าใยมดเขียนได้ทุกวันจริง ๆ มิหนำซ้ำพี่สาวยังตั้งชื่อตามใยมดว่าใยบัว และพี่สาวไม่ยอมเปิดเผยชื่อจริง เราบอกให้ใส่ชื่อจริงก็ไม่ยอม ชอบถามว่ายังไม่นอนอีกเหรอ นั่งเขียนไอ้นี่อีกแล้ว พอเราได้มาอ่านบันทึกของคุณปริญญา ก็แสดงความคิดเห็นไปในชื่อ Prasansong ซึ่งเป็นชื่อเพื่อนเราค่ะ เราเพิ่งสมัครวันนี้เอง รู้สึกไม่ดีเลยที่คิดพิเลนๆ ขึ้นมา กะว่าจะเขียนอะไรที่มันคลายเครียดในชื่อนี้สักหน่อย แต่พอเริ่มทำวันนี้วันแรกก็รู้ตัวเลยว่าเครียดตั้งแต่วันแรกที่ยังไม่ได้เขียนเลย เพราะเราไม่ชอบการโกหกและเวลาจะเขียนอะไรก็ต้องเป็นเรื่องจริงที่เราประสบมา แค่เวลาผ่านไปนานเราก็ไม่สบายใจในสิ่งที่ทำ (เฮ้อ นี่เป็นนิสัยหรือสันดานที่แก้ไม่หายจริง ๆ ค่ะ ทำไปก่อนแล้วคิดได้ทีหลัง แย่มาก ๆ)ค่อยสบายใจหน่อยที่ได้สารภาพบาปจะได้เข้านอนสักที แต่ทำไมผู้ใหญ่อายุมากกว่าเราเยอะ ๆ เยอะมาก ๆ เค้าไม่มีใครคิดแบบนี้บ้างน่ะ ไม่ชอบการโกหก ไม่ชอบทำให้คนอื่นเดือดร้อน และที่สำคัญยอมรับความจริง ในสิ่งที่ตนเองทำผิดและสารภาพบาปเสียบ้างคนอื่นเค้าจะได้ไม่ต้องเดือดร้อน (แต่คุณปริญญาว่ามั้ย ไม่ว่าสมัยไหนหรือชาติไหนมันก็มีคนชั่วคนเลวมาทุกยุคทุกสมัยแล้ว เราในฐานะคนรุ่นหลังก็ได้แต่ดูสถานการณ์และทำตัวของเราให้ดีที่สุด ไม่ให้เหมือนกับผู้ใหญ่พวกนั้น หากเราพอจะช่วยเหลืออะไรได้บ้างก็ช่วยเค้าอย่างใจเย็น ๆ และด้วยใจบริสุทธิ์ อย่างคุณปริญญาอยู่เมืองนอกตั้งนานทำไมถึงได้รักเมืองไทยอีกล่ะ เพราะทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องทำไม่ว่าจะอยู่ไหน ๆ ก็ต้องห่วงแผ่นดินบ้านเกิดด้วยกันทั้งนั้นใช่มั้ยค่ะ หากคนผิดยอมรับผิดเหมือนเราในวันนี้ก็คงจะดีสิน่ะ (จริง ๆ แล้วก็อยากจะไปนอนแต่ยังไม่ถึงเวลา เพราะเราต้องนอนตี 1 ตื่น ตี 6 ร่างกายและปอดจะได้แข็งแรง )มีเวลาอีกนิดนึง เราอยากจะเล่าเรื่องนางกับนางสาวในประเทศไทย ซึ่งเคยเป็นปัญหาอยู่พักนึง แต่ตอนนี้เค้าก็ได้ข้อสรุปออกมาแล้วว่า ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วสามารถเลือกใช้นางสาวได้อีก ไม่เห็นมีใครมาถามเราบ้างเลยล่ะ เพราะตอนนี้เรามีปัญหาเราอยากจะเป็นนางทั้ง ๆ ที่เราไม่อยากแต่งงาน พอตอนเราอายุ 60 ปี เราจะยังต้องใช้คำนำหน้าว่านางสาว ทั้ง ๆ ที่ฟันหรอ หน้าเหี่ยว น่าเกลียดจะตาย อยากใช้นางเพราะมันดูสมศักดิ์ศรีกับอายุจริง ๆ น่ะเนี๊ยะ ทำไมเค้าไม่คิดถึงตรงนี้บ้างล่ะ ก็ไอ้แค่เรื่องนางกับนางสาวเค้ายังแก้ไขกันไม่ถูกใจประชาชนอย่างเราเลยน่ะ สมมติน่ะคุณปริญญาหากสถานการณ์นั้นเราจะต้องตัดสินให้เค้า เราจะให้เด็กไทยที่เกิดมาเป็นเพศชายใช้คำนำหน้าว่าเด็กชาย เพศหญิงใช้คำนำหน้าว่าเด็กหญิง เพื่อบอกให้รู้ว่าฉันคือผู้หญิง ผมคือผู้ชาย พออายุ 15 เพศชายก็กลายเป็นนาย เป็นหญิงก็กลายเป็นนาง เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2552 เด็กไทยทำบัตรต้องเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อว่านายและนาง มันดูแล้วเสมอภาคกันดี ทีหลังจะได้ไม่มีคนไทยรุ่นหลังมาเรียกร้องอีก เพราะคุณดูสิตอนนี้ผู้หญิงไทยที่เรียกร้องเรื่องนี้ เมื่อก่อนเค้าให้คำนำหน้าว่านางสาวเพราะจะให้รู้ว่าโสด และแต่งงานแล้วก็เป็นนาง แต่เดี๋ยวนี้ แต่งงานแล้วก็มีทั้งนาง ทั้งนางสาว แสดงว่าเป็นนางสาวก็แต่งงานแล้วเหมือนกัน ผู้ชายก็ต้องมาวิเคราะห์อีกว่า นางสาวก.. เอ้ะแล้วแต่งงานรึยังน่ะ มันก็ไม่ต่างกันเลยกับการเปลี่ยนจากเด็กหญิงให้เป็นนางให้หมด ซึ่งที่เราอยากคุณเรื่องนี้ก็เพราะมันเป็นภาพเล็ก ๆ หรือปัญหาเล็ก ๆ ที่ไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่โตเลย แต่มันก็กลับกลายเป็นปัญหาใหญ่มาแล้วสำหรับผู้หญิงถึงหลายปีเลยทีเดียว ที่พวกเค้าเรียกร้องให้ได้มา เดี๋ยวนี้สังคมเปลี่ยนและหมุนไปตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ทุกคนจะทำอะไรต้องรวดเร็ว และทันเหตุการณ์เสมอ จนลืมคำว่า ใจเย็น ๆ หรือใจร่ม ๆ ไปแล้วมั้ง มันเลยเหมือนไฟที่ร้อนขึ้นทุกวัน ถึงได้ฆ่าฟันกันด้วยอารมณ์ที่ร้อนเหมือนไฟ ดีแล้วล่ะค่ะที่คุณปริญญาไม่เขวี้ยงข้าวของระบายอารมณ์ เพราะเรามีสตินี่นาจะไปทำลายข้าวของทำไม มันอยู่ของมันเฉย ๆ ไม่ได้รู้เรื่องอะไรสักหน่อย คนที่เดือดร้อนก็ต้องเป็นเราอีกนั่นแหละ ที่ต้องไปหาซื้อมาใหม่ เฮ้อไปนอนแล้วล่ะค่ะ ปล่อยให้พวกแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงเค้าไม่ได้หลับได้นอน เพราะต้องคิดแผนขั้นต่อไปของเค้าเถอะ ถึงแม้ว่าในใจส่วนนึงของเราจะสงสารเค้าและคนจำนวนมากที่ต้องไปอยู่รวมกันเพื่อกอบกู้ชาติเอาไว้ ทั้ง ๆ ที่เราก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรมันเป็นอะไร แต่เราก็คิดว่าหากเค้าตั้งใจบริสุทธิ์เราก็เป็นกำลังใจให้เสมอ

สวัสดีครับคุณจตุพร คุณ pC คุณอำนวย,

ขอบคุณที่เข้ามาแลกเปลี่ยนกันในบันทึกนี้ครับ

"การเป็นกลาง" นี่พูดง่ายทำยากจริงๆนะครับ คือ คนเป็นกลางจะเป็นคนที่โดดเดี่ยวที่สุดแล้วนะครับ เพราะการที่วิจารณ์ข้อเสียของทั้งสองฝ่าย เลยทำให้ถูกเกลียดจากคนทั้งสองฝ่าย พอผมพูดกับฝ่ายพันธมิตร ผมก็โดนหาว่าเป็นพวกทักษิณ พอผมคุยกับคนรักทักษิณ ผมก็โดนด่าว่าเป็นพวกพันธมิตร เหมือนเป็นคนสองเพศไป

เลยทำให้ความคิดเรื่องการเมืองเข้ากับใครไม่ค่อยได้

ส่วนคุณ yaimod นะครับ,

ยาวเหลือเกินครับ อ่านเหนื่อยเลยครับ T.T แต่ก็อ่านจบแล้วนะครับ ... ผมจะตอบความเห็นของผมทีละเรื่องนะครับ ขอผมค่อยๆตอบละกันนะครับ งานผมเยอะ ว่างแล้วจะมาตอบให้ต่อนะครับ

เรื่องชื่อปลอมก่อนนะครับ: ไม่ต้องกังวลเรื่องใช้ชื่อปลอมหรอกครับ ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรครับ การไม่เปิดเผยตัวจริงก็ถือเป็นสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่งนะครับ .... ดังนั้น อยากเป็นใครมาโพสต์ก็ตามสบายครับ ผมไม่ถือ ... ไม่นับเป็นการโกหกด้วยครับ เลิกกังวลว่าเป็นเรื่องโกหกแล้วลืมๆได้เลยนะครับ เดี๋ยวจะเอาไปฝันแปลกๆอีก

แล้วก็ ไม่ต้องไปบังคับพี่สาวเขาใช้ชื่อจริงหรอกนะครับ :)

 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี