นายสมชัย สัจจพงษ์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า จะต้องติดตามสถานการณ์การชุมนุมต่อไปว่าจะมีความยืดเยื้อและรุนแรงมากขึ้นหรือไม่ เพราะหากการชุมนุมมีความยืดเยื้อจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมมาก แต่ขณะนี้ยังคงยืนยันว่าเศรษฐกิจในปี 2551 จะขยายตัวได้ 5-6%

สศค.เตือนชุมนุมยืดเยื้อเศรษฐกิจสะเทือนแน่ แต่ยังอยู่ในกรอบ 6%

            นายสมชัย สัจจพงษ์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า จะต้องติดตามสถานการณ์การชุมนุมต่อไปว่าจะมีความยืดเยื้อและรุนแรงมากขึ้นหรือไม่ เพราะหากการชุมนุมมีความยืดเยื้อจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมมาก แต่ขณะนี้ยังคงยืนยันว่าเศรษฐกิจในปี 2551 จะขยายตัวได้ 5-6% นายอำพน กิตติอำพน เลขา ธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า หากการชุมนุมยืดเยื้อจะส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อเศรษฐกิจ ดังนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเร่งจัดการในเรื่องนี้

            เศรษฐกิจต้องได้รับผลกระทบแน่นอน อันดับแรก เมื่อราชการทำงานไม่ได้ ผลกระทบก็ต้องเกิดแน่ ประการที่สอง ถ้า การชุมนุมยืดเยื้อ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจก็จะรุนแรงมากขึ้นนายอำพน กล่าว

นางอมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ยอมรับว่าเป็นห่วงสถานการณ์การชุมนุม กลัวจะไปกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน แต่จะมีผลกระทบมากน้อยเพียงไรนั้นยังต้องติดตามสักระยะก่อนจะประเมินผล

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้มีผลต่อเศรษฐกิจหรือไม่ คงสะท้อนได้จากภาวะตลาดหุ้นที่ร่วงลงไปแล้วกว่า 10 จุดนางอมรา กล่าว

นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การชุมนุมประท้วงกระทบต่อเศรษฐกิจไม่มากนัก เพราะเศรษฐกิจประเทศขณะนี้ขับเคลื่อนด้วยภาคส่งออกเป็นหลัก และเห็นว่าพื้นฐานเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง แต่จะประเมินผลในระยะยาวมากกว่า ต่างกับนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ที่จะตอบสนองในระยะสั้นอย่างรวดเร็ว

เป็นห่วงผลกระทบต่อผู้ผลิตสินค้าที่ขายในประเทศมากกว่า เพราะผู้บริโภคอาจชะลอการซื้อ แต่ภาพรวมมองว่าเหตุการณ์คงไม่รุนแรงถึงขั้นทำให้เศรษฐกิจพังนายสันติ กล่าว

โพสต์ทูเดย์  27  สิงหาคม  2551