วันที่ ๒๑ ส.ค. ๕๑ ผมคุยกับ นพ. สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ เลขาธิการ มสช. เรื่องบทบาทของ มสช. (www.thainhf.org) ในสังคมไทย    โยงกับเรื่องบทบาทของหมอสมศักดิ์ต่อ มสช.


          มสช. เป็นมูลนิธิ เป็น NGO ที่อาสาทำงานวิชาการให้แก่สังคมไทย    ทำหน้าที่สร้างความรู้สำหรับขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในสังคม   เป็นองค์กรที่ไม่เป็นทางการ แต่ทำงานอย่างมืออาชีพ   มีการจัดการองค์กรอย่างมืออาชีพ   มีความน่าเชื่อถือ และความเป็นกลางทางสังคม   คือไม่มีวาระแอบบแฝง (hidden agenda) เพื่อผลประโยชน์ของฝ่ายใดๆ ไม่ว่าทางการเมือง หรือทางการเงิน


          มสช. ได้ชื่อว่าเป็นองค์กรนักจัดการ (management) วิชาการ   ซึ่งมีความต้องการสูงมากในสังคมไทย


          ยิ่งจัดการให้เกิดโจทย์หรือประเด็นใหญ่ๆ ในสังคม ยิ่งมีความต้องการ   และหาคนทำยาก


          ผมมีความเชื่อว่า การตั้งโจทย์สำคัญกว่า และยากกว่าการตอบโจทย์    และการตั้งโจทย์ใหญ่ มีความสำคัญอย่างยิ่ง    หาคนทำยากยิ่งขึ้นไปอีก 


          เวลานี้ วิชาการไทยเต็มไปด้วยการตอบโจทย์เล็กๆ ปลีกย่อย   และเป็นโจทย์ซ้ำซากเป็นส่วนใหญ่    ทำงานเพื่อผลงานของนักวิชาการเป็นที่ตั้ง    เพราะสังคมของเราขาดหน่วยงาน/คน ที่ทำหน้าที่ชักชวนกันมองภาพใหญ่    ร่วมกันตั้งโจทย์ใหญ่   แล้วหลายฝ่านเอาโจทย์ย่อยไปทำ    และนำมาต่อ jigsaw ให้เป็นภาพใหญ่


          ผมบอกหมอสมศักดิ์ว่า ผมมองโอกาสการทำงานในอนาคตของ มสช. ในด้านการจัดการการตั้งโจทย์ใหญ่    และการจัดการการต่อคำตอบเล็กๆ เป็นภาพใหญ่ เพื่อตอบโจทย์ใหญ่    ในด้านสุขภาพ


          ผมมองว่า หน้าที่เช่นนี้ ขาที่ ๑ (ราชการ) และขาที่ ๒ (ธุรกิจ) ของสังคมทำได้ไม่ดี ไม่ครบถ้วน และทำได้อย่างมีข้อจำกัด    จำเป็นที่จะต้องมีขาที่ ๓ (NGO) มาทำหน้าที่ให้แก่สังคม   และผมมีความสุขมาก ที่ชีวิตมีโอกาสทำประโยชน์ให้แก่สังคมจากมุมของขาที่ ๓

 

วิจารณ์ พานิช
๒๑ ส.ค. ๕๑