เลขาฯ สภาพัฒน์ หวั่นม็อบยืดเยื้อ ส่งผลกระทบเศรษฐกิจรุนแรง "ประมนต์" ระบุหากเหตุบานปลาย เตรียมถกสมาชิกด่วน ประเมินผลเสนอรัฐ "สันติ" แทงกั๊กไม่กระทบเศรษฐกิจมากนัก ด้าน "พรศิลป์" ย้ำสัปดาห์นี้เหตุการณ์ต้องยุติ แนะ "สมัคร" ออก ตั้งรัฐบาลชั่วคราวบริหารก่อนจัดเลือกตั้งใหม่ นายแบงก์ซัดพันธมิตรฯ ทำรุนแรงเกินไป
นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า หากการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมีความยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
"เป็นเรื่องที่ตำรวจต้องจัดการ ไม่อย่างนั้นเศรษฐกิจได้รับผลกระทบแน่นอน อันดับแรกเมื่อราชการทำงานไม่ได้ ผลกระทบก็ต้องเกิดแน่ ประการที่สอง ถ้ายืดเยื้อ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะรุนแรงมากขึ้น" นายอำพนกล่าว
นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า คงต้องรอดูสถานการณ์ถึงวันที่ 27 ส.ค.ก่อน หากเหตุการณ์มีความรุนแรงขึ้นอีก อาจจะมีการเรียกหารือคณะกรรมการเป็นกรณีพิเศษ เพื่อระดมความเห็นและสะท้อนความเป็นห่วงของภาคเอกชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม หอการค้าไทยและหอการค้าต่างประเทศค่อนข้างเป็นห่วงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลกดดันต่อความเชื่อมั่นและระบบเศรษฐกิจให้แย่ลงไปอีก โดยเฉพาะในสายตาต่างชาติที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริง อาจชะลอการลงทุนและงดเข้าร่วมกิจกรรมในประเทศ
"ในความรู้สึกปฏิเสธไม่ได้ว่านักลงทุนไทยและต่างชาติต่างกังวลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และหวังเพียงไม่ให้เกิดความรุนแรงจนบานปลายยืดเยื้อ ยิ่งยืดเยื้อยิ่งทำให้ประเทศชาติแย่ลง" นายประมนต์กล่าว
นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) กล่าวว่า การชุมนุมของพันธมิตรฯ จะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากนัก เนื่องจากการส่งออกยังถือเป็นปัจจัยหลักที่ยังประคองให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนต่อไปได้ แต่นักลงทุนภาคอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจชะลอตัวลงบ้าง ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมมองว่าจะกระทบต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไม่มากนัก
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล กรรมการรองเลขาธิการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คือ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีลาออก และจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวที่มีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ประชาชนยอมรับมาบริหารประเทศชั่วคราว จนกว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย พร้อมกับประกาศให้ความมั่นใจว่าจะไม่ยุ่งกับขบวนการยุติธรรม และเปิดระดมความคิดเห็นจากทุกฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมือง หลังจากนั้นจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่
"ภายในสัปดาห์นี้ ทุกอย่างต้องชัดเจน และระงับความขัดแย้งให้ได้ แต่การสลายพันธมิตรฯ ที่กำลังเข้มแข็งขึ้น ไม่ควรใช้วิธีการรุนแรง หรือใช้กำลังในการปราบปราม ไม่เช่นนั้นอาจเกิดการนองเลือด จนกลายเป็นพฤษภาทมิฬรอบ 2 ได้" นายพรศิลป์กล่าว
นายบันลือศักดิ์ ปุสสะรังษี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัยสายบริหารความเสี่ยง ธนาคารไทยธนาคาร กล่าวว่า คาดไม่ถึงว่าพันธมิตรฯ จะทำการรุนแรงเช่นนี้ ซึ่งพฤติกรรมครั้งนี้จะทำให้ประชาชนไทยไม่ให้การสนับสนุนการเรียกร้องอีกต่อไป เพราะทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก นอกจากนั้นยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นการอุปโภคบริโภค และการลงทุนภาคเอกชนทรุดตัวลงกว่าเดิมจากที่ตกต่ำอยู่แล้ว.
ไทยโพสต์,ผู้จัดการ กรกฎาคม 2551