ที่ปรึกษาเศรษฐกิจนายกรัฐมนตรีแบไต๋ผลของเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นมายืนในระดับ 7% อาจต้องขึ้นเงินเดือนข้าราชการอีกระลอก
นายคณิศ แสงสุพรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง 1 ในทีมที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุม คณะกรรมการรัฐมนตรีว่าด้วยนโยบายเศรษฐกิจนัดแรกในวันพุธที่ 27 ส.ค.นี้ จะมีการประเมินภาพรวมเศรษฐกิจในช่วง 4 เดือนที่เหลือ และหาแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ขยายตัวต่อไปได้
ทั้งนี้ มาตรการที่จะเสนอให้รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ดำเนินการคือ การสนับสนุนพลังงานทดแทน การลงทุนภาครัฐ การส่งออก และการสร้างกำลังซื้อในประเทศ ซึ่งในประเด็นนี้คงต้องดูแลทั้งเรื่องดอกเบี้ย รายได้ของคนในชาติ ข้าราชการ ให้พอสู้กับเงินเฟ้อที่จะยืนอยู่ในระดับ 7-8% ได้
“คงต้องพิจารณาเรื่องเงินเดือนของข้าราชการอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้อยู่ได้ในภาวะเงินเฟ้อที่สูง แต่จะเป็นเท่าไหร่นั้นก็ต้องพิจารณากัน นอกจากนั้นก็ต้องผลักดันให้ภาคเอกชนมีการปรับเงินเดือนขึ้นให้กับพนักงานด้วย” นายคณิศ กล่าว
ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตอนนี้เริ่มเห็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจไทยคงไม่หัวทิ่มแล้ว เพราะครึ่งปีแรกโต 5.8% ครึ่งปีหลังน่าจะยืนอยู่ในระดับ 5.5% ขณะที่การส่งออกนั้นถือว่าดีมาก เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้นจากการส่งออกที่คาดว่าจะเติบโตไม่น้อยกว่า 20%
“เราก็ต้องหันมาดูภายในให้สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ถ้าน้ำมันอยู่ในระดับ 110-120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลนั้น แรงกดดันในเรื่องเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย ก็ลดลง ก็ต้องดูแลกำลังซื้อในประเทศให้เดินหน้าคู่กับการส่งออก” นายคณิศ กล่าว
สำหรับมาตรการที่จะเสนอ ให้รัฐบาลนั้น จะมุ่งเน้นมาตรการดูแลเศรษฐกิจในระยะปานกลางและระยะยาว รวมถึงการลงทุน ของรัฐบาลเพื่อฉุดเศรษฐกิจให้ เดินหน้า
โพสต์ทูเดย์ 27 กรกฎาคม 2551