อะตอม

อะตอมประกอบด้วยโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน

อะตอม  มาจากภาษากรีกว่า  “atomos”  ซึ่งแปลว่า  แบ่งแยกอีกไม่ได้  หมายความว่า  อะตอม คือ หน่วยย่อยที่เล็กที่สุดซึ่งไม่สามารถแบ่งให้เล็กลงไปได้อีก  แนวความคิดดังกล่าวนี้ได้จากนักปราชญ์ชาวกรีก ชื่อ ดิโมคริตุส (Demokritos)

                เนื่องจากอะตอมมีขนาดเล็กมากจึงยังไม่เคยมีใครมองเห็นด้วยตาเปล่า  แม้แต่ใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ก็ยังไม่สามารถมองเห็นอะตอมได้  จนในปัจจุบันได้มีการพัฒนากล้องจุลทรรศน์สนามไอออนที่มีกำลังขยายสูงถึง  750,000  เท่าจึงสามารถถ่ายภาพปลายเข็มของธาตุรีเนียม (Rhenium)  ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นภาพของอะตอมได้ แม้ว่าจะถ่ายภาพที่เชื่อว่าเป็นอะตอมได้  แต่จากภาพถ่ายดังกล่าวก็ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดภายในอะตอมได้

                การที่อะตอมมีขนาดเล็กมากจนไม่สามารถมองเห็นได้  การศึกษาเกี่ยวกับอะตอมจึงใช้วิธีการสันนิษฐาน โดยใช้ข้อมูลต่าง ๆ  ที่ได้จากการทดลอง  นำมาสร้างมโนภาพหรือแบบจำลองของอะตอมขึ้นมา  แบบจำนองอะตอมมีหลายแบบ  แต่ละแบบได้ถูกกำหนดขึ้นมาโดยอาศัยการทดลองเป็นหลัก  ในขั้นแรกมีข้อมูลเกี่ยวกับอะตอมจำนวนน้อย  ลักษณะของแบบจำลองอะตอมก็เป็นอย่างหนึ่ง  เมื่อมีข้อมูลเพิ่มขึ้นจนแบบจำลองนั้นไม่สามารถอธิบายข้อมูลที่ได้จากการศึกษาใหม่ ๆ ก็จำเป็นต้องมีการแก้ไขแบบจำลองอะตอม  ดังนั้นแบบจำลองอะตอมจึงได้มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปได้เรื่อย ๆ แม้กระทั่งในปัจจุบัน