คำว่าชุมชนเข้มแข็ง และหมู่บ้านในฝัน คำสองคำนี้มันจะต้องเป็นจริงในไม่ช้า

เยาวชนรักบ้านเกิดบ้านหนองบัว(วัวที่ไม่ลืมตีน)...ความยั่งยืนที่จะต้องมีตลอดไป

          งานสำคัญที่เข้ามาในชีวิตผมตอนนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องเรียนและการทำกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยอีกแล้วครับ งานที่ผมคิดมาตลอดในช่วงที่ได้เริ่มทำกิจกรรมหลายๆอย่างในชีวิตที่ผ่านมา  คือการได้กลับไปทำอะไรซักอย่างเพื่อบ้านเกิดอันเป็นที่รักของผม   โดยหวังแค่เพียงว่า...

คำว่าชุมชนเข้มแข็ง และหมู่บ้านในฝัน คำสองคำนี้มันจะต้องเป็นจริงในไม่ช้า

ผมคุยกับหลายคนโดยเฉพาะที่ปรึกษาหลักของผม คือ หลวงตาที่ตั้งชื่อให้ผม ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดเกาะแก้ว บ้านหนองบัวครับ หลวงพี่ที่ดูแลเลี้ยงดูอบรมสั่งสอน ผมมาตั้งแต่เด็ก  และลุงใจดีที่ชื่อ โกวิทย์

 

หลวงตา (พระครูรัตนทีปาภิบาล เจ้าอาวาสวัดเกาะแก้ว บ้านหนองบัว)

หลวงพี่เล็ก ที่ปรึกษากลุ่มเยาวชนรักบ้านเกิด

สามท่านนี้คอยชี้แนะ ให้คำแนะนำ และช่วยเหลือกลุ่มเยาวชนรักบ้านเกิดบ้านหนองบัวมาตลอด  ที่ลืมไม่ได้ คือ

หลวงพี่มหาสมเด็จที่ท่านได้ก่อตั้งกลุ่มเยาวชนรักบ้านเกิดบ้านหนองบัวขึ้นมา หลายปีแล้วครับที่กลุ่มเราเกิดขึ้นมา

แต่ติดที่ว่าหลวงพี่มหาสมเด็จท่านต้องย้ายที่จำวัดไปจังหวัดหนองคาย ...เลยเหลือแค่กลุ่มพวกเราที่มีทั้งผู้ใหญ่ ทั้งวัยรุ่น และเล็กสุดคือระดับอนุบาล

            กิจกรรมที่พวกเราทำ คือ การได้มีส่วนร่วมพัฒนาบ้านเกิดในทุกๆด้าน

เท่าที่เด็กตัวเล็กๆอย่างเราจะทำได้ เช่น การพัฒนาหมู่บ้าน การทำความสะอาดหมู่บ้าน การปลูกต้นไม้ การร่วมกิจกรรมประเพณีต่างๆที่มีในชุมชน  การประกวดสรภัญญะ การประกวดต่างๆที่จัดขึ้นในระดับชุมชนและจังหวัด

 และจิปาถะอีกมากมายตามแต่ความถนัดของแต่ละคน  ...แต่ช่วงที่ผ่านนี้กลุ่มเยาวชนรักบ้านเกิดบ้านหนองบัวเงียบเหงาลงไปมาก เสียงการถามถึงจากผู้ใหญ่หรือองค์กรต่างๆมีน้อยลง  การรวมตัวของกลุ่มก็แทบไม่เกิดขึ้น

คงเพราะเราหลายคนโตขึ้น  หลายคนไปเรียนต่อในที่ต่างๆ  หลายคนออกไปทำงานที่อื่น ยอมรับว่าผมตั้งหลักไม่ค่อยทันครับ   ประธานเยาวชนรักบ้านเกิดเองก็ไปเป็นลูกพ่อขุนในเมืองหลวง ตัวผมเองก็ต้องทำกิจกรรมต่างๆในมหาลัยไม่ค่อยได้กลับบ้าน เหลือเพียงแค่เยาวชนตัวน้อยๆ ในระดับประถม และเด็กๆอนุบาล เท่านั้น

            เป็นหน้าที่ของผมที่ยังคงต้องหากิจกรรมมาทำกับน้องๆในชุมชน ในฐานะที่เรียนอยู่ใกล้บ้านที่สุด  เพื่อรักษาให้กลุ่มยังคงอยู่...ก็ได้น้องบางส่วนที่ยังเรียนในระดับมัธยมมาช่วยในการทำกิจกรรม  เป็นผู้หญิงประมาณ 99 % ครับ  ผมภูมิใจมากถ้าใครมาถามว่าใครหล่อที่สุดในกลุ่มเยาวชนรักบ้านเกิด ตอบได้เต็มๆเลยครับว่าเป็นผม ก็ที่เหลือ 1% มีผมที่เป็นผู้ชายคนเดียวนอกนั้นสุภาพสตรีล้วนๆ....

         ผมเลือกเอาช่วงปิดเทอมครับ  กลับมาทำค่ายที่ชื่อว่า เยาวชนคนดีมีธรรมมะ ครั้งที่ 1 ในปี 2549 ซึ่งตอนนั้นผมเรียนอยู่ปี 1  เป็นค่ายที่ร่วมกับพี่น้องผองเพื่อนหลายๆคนที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานาน  กลุ่มเรามีทั้งเยาวชนในหมู่บ้าน และหมู่บ้านข้างเคียงเข้ามาร่วม อีกทีมที่ลืมไม่ได้ คือ กลุ่มเยาวชนรักสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น  ที่ผมได้ร่วมทำงานในด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างช้านาน  เข้ามาเป็นทีมสันทนาการร่วมกับผม พร้อมทั้งน้องๆเยาวชนทีมพี่เลี้ยงที่พร้อมฝึกฝนตัวเอง   เป้าหมายคือ น้องๆในหมู่บ้านและในเขตตำบลหนองบัว  อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น

ยอดที่เข้าร่วมทั้งหมดเท่าที่ผมนึกออกก็ประมาณ ร้อยกว่าคนครับ เป็นงานยักษ์สำหรับเรา  แต่ด้วยความเชื่อว่าพวกเราต้องทำได้และต้องทำให้ดีที่สุด 

 A28

น้องๆบางส่วนที่เข้าอบรม...รับมอบเกียรติบัตร โดยเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น

        ค่ายครั้งนี้เป็นค่ายครั้งแรก    หลายๆคนเปิดใจกับผมว่าไม่เคยเป็นพี่เลี้ยงและไม่เคยทำค่ายมาก่อน เป็นงานหนักที่จะต้องเทรนด์ แต่ก็สนุกครับ สนุกที่จะสอนให้น้องๆในทีม สามารถทำงานในค่ายนี้ให้ได้   แนะนำถึงบทบาทและหน้าที่ที่เขาต้องรับผิดชอบ   บรรยากาศในการแนะนำจะเป็นเหมือนพี่สอนน้อง  เอ็นดูและให้ความสำคัญกับเขา  แซวกันบ้าง เล่นกันบ้าง ตามประสาเด็ก... ถึงแม้ว่าสมาชิกจะมาร่วมงานกันไม่ครบ   แต่งานนี้เสียงตอบรับจากน้องๆและผู้ใหญ่หลายๆคนดีมากครับ   ผมกล้าบอกเลยว่าดีมากที่สุด ก็เพราะ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ  ความรัก ความผูกพัน  น้ำตาแห่งความรักที่เรามอบให้แก่กัน

 

เยาวชนคนดีมีธรรมะ ค่ายครั้งที่1

             ความรู้ของน้องๆที่ได้เข้าร่วมค่าย  ร่วมกันถอดออกมามันเป็นรางวัลที่พวกเราหลายคนคาดไม่ถึง ด้วยพลังและศรัทธาอันแรงกล้าของพวกเราที่มีอยู่ ค่ายเยาวชนคนดีมีธรรมะ ครั้งที่ 2(ค่ายต้นกล้าธรรม ครั้งที่ 2)จึงเกิดขึ้น ในปีต่อมาด้วยหวังว่า  เยาวชนเหล่านี้จะต้องเติบโตเป็นต้นกล้าที่แข็งแรง  เป็นคนดี มีธรรมะ ไม่เป็นภาระของสังคม และที่สำคัญ คือ การรู้จักรักและอยากที่จะพัฒนาบ้านเกิดของพวกเขา

          สมุดค่ายทุกเล่มผมเป็นคนจัดทำและก็ไม่ลืมที่จะเขียนสาระดีดีให้เขาได้อ่าน..

 นอกเหนือจากนั้นคงเป็นกระดาษเปล่าที่เขาจะต้องเติมความรู้และสิ่งดีดีที่ได้จากการเข้าค่าย

แม้กระทั่งประสบการณ์ชีวิตที่เขาจะต้องเก็บเกี่ยวเอาไปใช้ในสังคมที่แสนจะวุ่นวาย

 สังคมที่เขาจะต้องอยู่และเรียนรู้ไปจนกว่าเวลาจะกลืนกินทุกอย่าง...

ปกด้านในผมทิ้งคำคำนึงเอาไว้  หากน้องๆยังเก็บมันอยู่ ก็ขอให้รู้ว่าผมและเยาวชนรักบ้านเกิดบ้านหนองบัวเราจะไม่ทิ้งกัน และจะไม่ทิ้งบ้านอันเป็นที่รักของเรา

 

หินก้อนแรกร่วงลงพื้น  ก้อนอื่นร่วงตามทับถม  กลบมิดก้อนเก่าเจ้าจม  สะสมเป็นทางให้เดิน...