แล้ววันหนึ่งคงได้พบกัน

เช้าวันพุธที่ ๒๐ สิงหาคม ที่ผ่านมา มีโทรศัพท์แจ้งข่าวการจากไปของ พี่ยยงยุทธ ตรีนุชกร

ทั้งที่ทำใจกันมาเกือบปี หลังโทรถามข่าวคราวทางโทรศัพท์ได้โดยตรง และถามอาการจากคนรู้จัก(เนื่องจากไม่อยากรบกวน) แต่ก็รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเลยเมื่อวันนี้มาถึง

งาน' ของพี่ยุทธ เหมือนงานเชื่อมร้อยเครือข่าย เพราะมีคนมากหน้าหลายตาที่อยู่ในวงการพัฒนา ทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ จับท่าทีนั้นเดาได้ว่าทุกคนต่างไม่ได้มาเพื่อมารยาท หรือสำหรับคนที่อยู่เท่านั้น หากแต่มาเพื่อระลึกถึงความดีของผู้ที่จากไป

มีข้อที่น่าสนใจของการจากไปครั้งนี้ คือหลายเสียงพูดตรงกันว่า "พี่ยุทธ" กำหนดสติไป  ทำให้เรารู้สึกหมดห่วงเนื่องจากรู้ว่าการเดินทางครั้งนี้คงไม่ยาวมาก "เดี๋ยวคงได้กลับมาทำงานอีก"

 และเป็นครั้งแรกที่เราเริ่มไม่สงสัยว่าทำไมคนดีดีต้องจากโลกนี้ไปเร็ว ก็เมื่อหันไปดูรถกระบะคู่ใจของพี่ยุทธที่เที่ยวขับตระเวณทำงานจนไม่มีเวลาดูแลรักษา ก็เปรียบเหมือนร่างกายของพี่ยุทธนั่นเอง ที่เอาแต่ทำงานเพื่อให้คนอีสานมีสุขภาพกายใจแข็งแรง และมีศักดิ์ศรี จนไม่ได้มีเวลารักษาตัวเองตั้งแต่รู้ว่าป่วยไข้ในระยะแรกๆ  "กรรมดีของคนดี  แยกออกจากกายขัณฑ์"

กายพี่ยงยุทธในโลกปัจจุบันนี้เป็นหนึ่งเดียวกับผืนดินแล้ว  เหลือแต่ความดีที่เราจะช่วยกันเล่าขานและปฏิบัติอุดมการณ์สืบสานต่อ

จนกว่าจะถึงวันนั้น วันที่เราจะได้พบกันอีกครั้งหนึ่ง ในกรรมดีดวงเดิม แต่รูปและนามใหม่

แล้วพบกันนะจ้ะพี่