การที่เราใช้สุนทรียสนทนา ในการพูดคุย ทำให้เราฟังอย่างไม่มีเงื่อนไข ฟังภายในของเราด้วย และฟังคนอื่นด้วย หากในชีวิตจริงเรายอมรับฟังผู้อื่นอย่างไม่มีเงื่อนไข ความสงบ สุขจะมากขึ้น

สัญญาว่าจะเล่าเรื่องการเข้าworkshopที่ทำให้สัมผัสถึงเสียงเรียกจากภายในให้ดูแลตนเอง จึงต้องเข้ามาทำตามสัญญา เรื่องมีอยู่ว่ามหาวิทยาลัยมหิดลร่วมกับเสมสิขาลัย จัดworkshopเรียกว่าTOT training the trainer ด้านจิตตปัญญา พวกเราซึ่งมีหลากหลายอาชีพ ทั้งอาจารย์จากมหาวิทยาลัย ครูโรงเรียนเอกชน หมอฟัน NGO รวมทั้งสิ้นประมาณ ๓๐ ชีวิต ถูกเรียกว่าเป็นกระบวนกร หรืออีกนัยหนึ่งคือ facilitator ตอนนี้เราได้รับการอบรมเป็นครั้งที่๕ แล้ว

การอบรมครั้งแรกๆ คือการปรับสภาพให้รู้จักตัวตนว่าเป็นคนอย่างไร เพื่อนเป็นอย่างไร และให้ความเข้าใจเขาให้มากขึ้น จากกิจกรรมวิเคราะห์ได้ว่าบางคนมีcharactor เหมือนกับเหยี่ยว คิดเร็ว แต่เบื่อง่าย บางคนเป็นหมี จอมหลักการ ช่างวิเคราะห์ ทำอะไรต้องมีแผน บางคนเป็นกระทิง ลุยแหลก และบางคนเป็นหนู ขี้เกรงใจ ทนไม่ได้กับสภาพกดดัน จึงดูเป็นคนชอบบริการคน

ครั้งต่อๆมาก็เป็นการสร้างพลังกลุ่ม การใช้ศิลปะเป็นสื่อให้รู้จักตัวตน เรียกว่าจิตตศิลป์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นการอบรมเรื่องสุนทรียสนทนา และครั้งต่อไปจะเป็นเรื่องทักษะการเป็นกระบวนกร การอบรมเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน ต้นปีนี้ นับได้ ๕ เดือน เราเปลี่ยนไปทีละน้อยโดยไม่ทันรู้ตัว ที่รู้แน่นอนกลุ่มของเราแน่นขึ้นจนมีการตั้งชื่อกลุ่มว่า "จิตสดใส ม่วลใจ แต๊แต๊" และมีเพลงประจำกลุ่ม ซึ่งโชคดีเหลือเกินกระบวนกรท่านหนึ่งกรุณาแต่งให้ชื่อ "ดวงใจในฝัน"

พวกเราสัมผัสถึงการดูแลกันและกัน และการรู้จักตัวตนภายในของตนเองมากขึ้น เราเอาใจเข้าสัมผัสกับเรื่องราวต่างๆมากขึ้น แทนที่จะใช้หัวคิดทั้งหมดอย่างในอดีต บทเรียนล่าสุดเราได้รู้ว่าแท้จริงแล้วในตัวตนของเรามีผู้พิทักษ์มากมายคอยปกป้องเรา อาทิ คุณดัน คุณวิจารณ์(แซ่ติ) คุณประจบ คุณสมบูรณ์(แซ่เนี้ยบ) คุณๆเหล่านี้จะเดินเรียงแถวออกมาเมื่อเราอยู่ในความกลัว เมื่อไรก็ตามที่เรากลัวผิดพลาดคุณวิจารณ์จะออกมาติตัวเองซะก่อน ทำให้เราดูแล้วดูอีก เมื่อเราเกิดขี้เกียจ อยากเกเร คุณดันจะออกมากำกับเรา บางครั้งที่คุณๆเหล่านี้ออกมาบ่อยเกินไปทำให้เราเครียด ขาดความสุข จึงต้องดูแลตนเองบ้าง

การที่เราใช้สุนทรียสนทนา ในการพูดคุย ทำให้เราฟังอย่างไม่มีเงื่อนไข ฟังภายในของเราด้วย และฟังคนอื่นด้วย หากในชีวิตจริงเรายอมรับฟังผู้อื่นอย่างไม่มีเงื่อนไข ความสงบ สุขจะมากขึ้น คงไม่เกิดการทะเลาะ ห้ำหั่นกันและเราคงจะไม่เหนื่อยกันเท่านี้ ลองสังเกตดูเถอะงานที่เราทำทุกวัน มักจะเหนื่อยกายน้อยกว่าเหนื่อยใจ จริงมั้ยคะ