รูปแบบการเรียนรู้แบบการสร้างความรู้
การสร้างความรู้ในที่นี้นั้นไม่ได้หมายถึงการสร้างองค์ความรู้ขึ้นใหม่จากงานวิจัยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างความรู้ของผู้เรียนรู้ที่ยังไม่มีความรู้นั้น ซึ่งความรู้นั้นมีคนอื่นค้นพบไว้นานแล้ว และเป็นไปได้ว่าความรู้นั้นอาจยังไม่เคยมีใครค้นพบมาก่อนก็ได้ เป็นการสร้างความหมาย สร้างความเข้าใจให้แต่ละบุคคล งานวิจัยเกี่ยวกับการคิดทางวิทยาศาสตร์ที่ีเรียกว่า cognitive science ได้นำมาใช้เพื่อสนับสนุนรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ที่เรียกว่่า รูปแบบการเรียนรู้โดยการสร้างความรู้ (Constructivist Learning Model)
Russell Yeany แห่งมหาวิทยาลัย Georgia ได้ริเริ่มความคิดที่น่าตื่นเต้นนี้ เขาได้เสนอแนะรูปแบบที่อาจใช้ได้ดีกับวิธีการเชื่อมโยงงานวิจัยทั้งหลายที่เด่นๆ ทางด้านวิทยาศาสตร์ศึกษา ที่เป็นทฤษฎีทางเลือกของการรู้(knowing) หรือเป็นการสร้างความคิดหรือประชาญ(cognitive construction) ซึ่งได้อธิบายไว้โดย Piaget แต่ Von Glasersfeld เป็นนักสร้างความรู้ที่เด่นคนหนึ่ง ได้แกะรอยถึงรากฐานของทฤษฎีนี้กลับไปถึงยุคของนักปรัชญาของนโปเลียน Giambattista Vico ซึ่งได้ให้ข้อเขียนบางอย่างในปี 1710 ตามแนวคิดพื้นฐานของ Vico ตัวการที่เป็นบ่อเกิดความรู้นั้นไม่มีอะไรอื่นนอกจากเป็นโครงสร้างทางความคิดหรือโครงสร้างประชาญ (cognitive structure) โดยตัวเองมารวมอยู่ด้วยกันเพื่อที่รู้ (to know) จึงหมายถึง รู้เพื่อที่จะกระทำ เขาให้หลักสำคัญโดยให้เหตุผลว่า แต่ละคนรู้สิ่งต่างๆ เฉพาะเมื่อแต่ละคนนั้นสามารถที่จะอธิบายได้ คำอธิบายเช่นนั้นเพื่อให้ผุ้อื่นที่จะเข้าใจและนำไปใช้ได้ด้วย
ที่จริงแล้วนักสร้างความรู้ไม่ได้พิจารณาให้ความรู้เป็นการแทนวัตถุจากโลกของการสังเกตอย่างอิสระ สำหรับนักสร้างความรู้แล้วความรู้จะเกี่ยวข้องกับโครงสร้างมโนทัศน์(conceptual structure) ที่ตัวบ่อเกิดของความรู้พิจารณาว่าเป็นไปได้ (viable) นักสร้างความรู้คล้ายกับนักปฎิบัติ (pragmatism) ที่พวกเขาไม่ยอมรับความคิดเกี่ยวกับความจริงที่ตรงกับโลกความเป็นจริง วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ไม่ได้ให้ความจริงแท้แก่เรา แต่เสนอแนวทางแก่เราที่จะตีความเหตุการณ์ในธรรมชาติและเพื่อจัดการกับโลก
การเรียนการสอนของเราส่วนใหญ่ยังมุ่งเน้นวิธีสอนตามทฤษฎีพฤติกรรม(behaverist approach) ครูทำหน้าที่ในการจัดชุดของสิ่งเร้า และการเสริมแรงเพื่อนำนักเรียนให้ตอบสนองตามความเหมาะสม ถ้าเป้าหมายต้องการให้ผู้เรียนมีพฤติกรรมตามที่กำหนด หรือลอกเลียนพฤติกรรมที่ต้องการแล้ว วิธีการนี้ก็ได้รับผลสำเร็จเป็นอย่างดี แต่ถ้าต้องการให้ผู้เรียนมีความเข้าใจ มีการสังเคราะห์ วิเคราะห์ และการประยุกต์ใช้ และความสามารถที่จะใช้ข้อมูลสารสนเทศในสถานะการณ์ใหม่ ที่จะเป็นเป้าหมายในทางการศึกษา แนวทางตามพฤติกรรมนิยมจะไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะว่าไม่มีส่วนใดที่จะให้ผุ้เรียนได้สร้างความเข้าใจ จึงไม่เป็นที่แปลกใจว่าการฝึกฝนที่ใช้รูปแบบพฤติกรรมจะไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจใดเลย
Von Glaserdfeld ได้ให้เหตุผลสนับสนุนว่าแทนที่คิดไว้ก่อนว่าความรู้เป็นตัวแทนของสิ่งที่มีอยู่ แต่ใหคิดว่าความรู้เหมือนกับเป็นแผนที่ทางความคิดที่มีทางที่เป็นไปได้ เป็นประสบการณ์ที่กำหนดขึ้นของมนุษย์ เขาได้เสนอแนะการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งในแนวทางการสอนเด็กนักเรียนที่ให้ผล จะต้องให้เป้าหมายการสอนกับเป้าหมายการเรียนรู้แยกกันให้ชัดแจ้ง สื่อการเรียนการสอนจะต้องออกแบบให้ผลมากขึ้น ครูควรจะได้ตระหนักว่าการเรียนรู้โดยการท่องจำและการปฏิบัติซ้ำๆ ไม่มีทางที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจ หรือความรู้ที่มีประโยชน์
ความรู้ไม่ใช่ได้มาแบบถูกกระทำ (passively) ครูแบบนักสร้างความรู้ทางวิทยาศาสตร์ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้เป็นกลุ่ม ที่ซึ่งนักเรียนสองหรือสามคนอภิปรายกันเพื่อนำเข้าสู่ปัญหาที่กำหนดให้ศึกษาโดยปราศจากการแซกแซงจากครูหรือแซกแซงเพียงเล็กน้อย เกิดอะไรขึ้นกับกลุ่มนักเรียน และด้วยกลุ่มเช่นนี้ของนักเรียนทั้งชั้น ซึ่งได้มาถึงความเห็นพ้องจากการวิเคราะห์การจัดกลุ่มเล็กๆ แบบต่างๆ
ครูวิทยาศาสตร์จะดำเนินต่อไปโดยใช้แนวทางการสร้างความรู้ อาจจะไม่ได้เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ หรือมีนัยสำคัญจากที่ที่ปฏิบัติอยู่เดิมๆ แต่แทนที่จะย้ำในเรื่องใหม่นี้ แต่ยังมีครูใช้วิธีการที่หลากหลายที่แสดงถึงการสอนแบบการสร้างความรู้ ดังเช่นวิธีต่อไปนี้
1 แสวงหา และใช้คำถามและความคิดของนักเรียนชี้นำบทเรียนและหน่วยการสอน
2 ยอมรับและส่งเสริมการริเริ่มความคิดของผู้เรียน
3 สนับสนุนส่งเสริงภาวะผุ้นำของผู้เรียน ความร่วมไม้ร่วมมือของผู้เรียน แหล่งสารสนเทศของผู้เรียน โดยมีการกระทำตอบโต้อันเป็นผลจากกระบวนการเรียนรู้
4 การใช้การคิดของผู้เรียน ประสบการณ์ของผู้เรียน และความสนใจที่เป็นแรงขับผลักดันบทเรียน (หมายถึงต้องมีการเปลี่ยนแผนของครูบ่อยๆ)
5 กระตุ้นส่งเสริมการใช้แหล่งสารสนเทศทางเลือกอื่นๆ จากข้อเขียนบทความไปจนถึงแนวคิดการกระทำของ ผู้เชี่ยวชาญ
6 การใช้คำถามปลายเปิด และกระตุ้นให้ผู้เรียนได้ร่วมมือมีส่วนร่วมต่อคำถามของพวกเขาในการตอบสนอง
7 สนับสนุนช่วยเหลือผู้เรียนให้เสนอแนะสาเหตุสำหรับเหตุการณ์ สถานะการณ์ และส่งเสริมให้นำนายถึงผลที่เกิดขึ้น
8 ส่งเสริมช่วยเหลือให้ผู้เรียนทดสอบความคิดของตนเอง เช่นการตอบคำถามของพวกเขาเอง การเทาทายสาเหตุ การทำนายผลที่แน่ชัด
9 แสวงหาความคิดของนักเรียนก่อนที่จะนำเสนอความคิดของครู หรือก่อนที่จะศึกษาความคิดจากตำรา หรือแหล่งสื่ออื่นๆ
10 ส่งเสริมช่วยเหลือให้ผู้เรียนได้ได้ท้าทายมโนทัศน์และความคิดของผู้อื่น ซึ่งกันและกัน
11 การใช้รูมแบบการเรียนรู้แบบร่วมไม้ร่วมมือ (cooperative learning strategies) ที่สนับสนุนส่งเสริมการร่วมมือช่วยเหลือกันและกัน เคารพความคิดเห็นแต่ละบุคคล และใช้เทคนิคแบ่งการทำงาน
12 ส่งเสริมช่วยเหลือผู้เรียนให้มีเวลาเพียงพอในการสะท้อนความคิด คำนึงไตร่ตรอง และวิเคราะห์; ในความคิดแต่ละคน และใช้ความคิดทั้งหมดที่ผู้เรียนสร้างขึ้น และส่งเสริมช่วยเหลือให้มีการวิเคราะห์ด้วยตัวเอง การรวบรวมหลักฐานจริงเพื่อสนับสนุนความคิด การปรับเปลี่ยนความคิด ตามหลักฐานและประสบการณ์ใหม่
นอกจากนี้ยังมีลักษณะของชั้นเรียนวิทยาศาสตร์ที่รูปแบบการเรียนรู้แบบสร้างความรู้ใช้ได้ดีที่สุด ชั้นเรียนดังกล่าวมีลักษณะดังต่อไปนี้
1 ใช้ปัญหาที่นักเรียนกำหนดขึ้นตามความสนใจและผลกระทบของท้องถิ่น เป็นเหมือนการประสานงานของรายวิชา
2 ใช้แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ (ทรัพยากรมนุษย์ และสือ) เป็นแหล่งพรัยากรต้นกำเนิดของสารสนเทศ ที่นำมาใช้ในการหาผลเฉลยของปัญหา
3 จัดให้ผู้เรียนได้เข้ามามีส่่วนร่วมในการแสวงหาสารสนเทศที่สามารถนำมาประยุกต์ในการแก้ปัญหาในชีวิตจริง
4 ขยายการขอบเขตการเรียนรู้ไปนอกชั่วโมงสอนของชั้นเรียน และนอกโรงเรียน
5 เน้นผลกระทบของวิทยาศาสตร์ต่อนักเรียนแต่ละคน
6 ตัดขาดจากการมองเนื้อหาวิทยาศาสตร์เป็นเพียงบางอย่างที่คงอยู่ให้ผู้เรียนได้ตอบคำถามข้อสอบได้ดี
7 เน้นย้ำทักษะกระบวนการเป็นเหมือนทักษะพิเศษที่จะต้องมีเป็นนายให้ได้ เพราะว่านักวิทยาศาสตร์ปฏิบัติเป็นผู้ใช้ทักษะนี้
8 เน้นย้ำถึงการรับรู้อาชีพที่จะทำในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชีพที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
9 จัดหาโอกาสให้ผู้เรียนที่จะทำหน้าที่ในบทบาทของผลเมืองที่ดี โดยให้ผู้เรียนพยายามในการแก้ปัญหาเรื่องที่พวกเขากำหนดขึ้น
10 สาธิตให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญที่จะมีผลกระทบในอนาคต
ลักษณะหลายอย่างในการเรียนการสอน และลักษณะของชั้นเรียนอันเป็นลักษณะของแนวทางปรัชญาสร้างความรู้ มีบางอย่างที่เราปฏิบัติอยู่แล้วจึงเป็นการเสริมสอดคล้องกับแนวทางตามข้อเสนอแนะจากการวิจัย การปฏิรูปวิทยาศาสตร์ศึกษายังมีหลายสิ่งที่ต้องมุ่งเน้น รูปแบบการสร้างความรู้มีส่วนทำให้เราได้ขจัดเอาความขับข้องใจ การปฎิรูปที่สับสนออกไป และเข้าไปสู่ความโน้มเอียงที่จะเป็น แบบการเรียนรู้ที่น่าตื่นตาตื่นใจ มีกำลังใจ มีความหวังและน่าตื่นเต้น
ถอดความจากบทความของ Robert E. Yager “Constructivist Learning Model
ที่มา : http://www.nstlearning.com