การพิจารณาแปรญัตติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2552 ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ มีตัวเลขที่อาจถือเป็นผลสรุปสุดท้าย ตั้งแต่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา

            การพิจารณาแปรญัตติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2552 ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ มีตัวเลขที่อาจถือเป็นผลสรุปสุดท้าย ตั้งแต่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา ดังนี้

            1. วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น1,835,000,000,000 บาท(หนึ่งล้านแปดแสนสามหมื่นห้าพันล้านบาท)

            2. รายการที่คณะกรรมาธิการปรับลดลงระหว่างพิจารณาทั้งสิ้น45,009,585,700 บาท

            3. รายการที่คณะรัฐมนตรีขอแปรเพิ่มกลับมา (แทนรายการที่ถูกปรับลด) เป็นเงิน 118,046,906,500 บาท
            4.รายการที่คณะกรรมาธิการพิจารณาให้ เท่าวงเงินที่ปรับลดไป) เป็นเงิน 45,009,585,700  บาท

แบ่งเป็นรายการ ดังนี้ คือ

            4.1 รายการที่คณะรัฐมนตรียืนยัน10,625,085,700 บาท

                        4.2 รายการที่คณะกรรมาธิการพิจารณาให้ (จากที่คณะรัฐมนตรีเสนอ) 34,384,500,000 บาท

ประกอบด้วยรายการดังต่อไปนี้คือ

            (1) กระทรวงคมนาคม

            (1).1 กรมทางหลวง (1,200ล้านบาท)

                                    -บำรุงรักษาทาง600ล้านบาท

                                    -อำนวยความปลอดภัยฯ 600ล้านบาท

                        (1).2 กรมทางหลวงชนบท (6,700ล้านบาท)

                                    -ค่าก่อสร้างถนนลาดยาง6,000 ล้านบาท

                                    -ค่าบำรุงรักษาทางและสะพาน 700 ล้านบาท

                        (2) กระทรวงศึกษาธิการ

                        (2).1 ห้องน้ำนักเรียนสะอาดและซ่อมแซมห้องน้ำ834.0ล้านบาท

                        (2).2ก่อสร้างปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน/อาคารประกอบ และสิ่งก่อสร้างอื่นที่เสื่อมโทรมหรือประสบอุบัติภัย 182.4 ล้านบาท

                        (3) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

                                    -การอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำ1,000.0 ล้านบาท

                        (4) กระทรวงมหาดไทย (15,969.9ล้านบาท)

                                    -ที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี10.0ล้านบาท

                                    -กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (ถนน/น้ำ/และโครงสร้างทั่วไป)14,999.9ล้านบาท

                                    -กรุงเทพมหานคร960.0ล้านบาท

                        (5) กระทรวงสาธารณสุข

                                    -อาคารผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลบ้านนาตาล10.0 ล้านบาท

                        (6)จังหวัด3,500.0 ล้านบาท

                        (7)รัฐวิสาหกิจ (การเคหะแห่งชาติ)

                                    (เงินอุดหนุนเพื่อค่าจัดสร้างและปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค)900ล้านบาท

                        (8)กรมชลประทาน

                        โครงการพัฒนาพิเศษพื้นที่แม่น้ำยม)80.0ล้านบาท

            (9)รัฐสภา

                        ค่าก่อสร้างอาคารรัฐสภา4,008.2 ล้านบาท

            รวม 34,384.5 ล้านบาท

            สรุปวงเงินงบประมาณรวมที่คณะกรรมาธิการปรับลดและปรับคืนให้ตามคำขอของคณะรัฐมนตรี คงเป็นเงินทั้งสิ้น1,835,000ล้านบาท (เท่าเดิม)

            ก่อนนั้นมีกระแสข่าวจากข้าราชการทั่วไป และเจ้าหน้าที่บางฝ่ายของกระทรวงการคลังว่า ปีนี้ในระหว่างพิจารณามีการปรับลดงบประมาณมากกว่าปีก่อนๆ ที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับตัวเลขปรับลดในปีงบประมาณที่ผ่านมาคือปี 2551 มีเหตุผลที่จะอธิบายได้ดังนี้

1. ปีงบประมาณ 2552 คือ ปีที่จะถึงนี้ มียอดเงินสูงที่สุดเมื่อเทียบกับในอดีตที่ผ่านมาทุกปี เช่นเทียบกับวงเงิน 1,566.200 ล้านบาท เมื่อปีงบประมาณ 2550 และวงเงิน 1,660,000 ล้านบาท ในปี 2551 เมื่อยอดเงินสูงกว่า ตัวเลขการปรับลดระหว่างพิจารณาย่อมมีสูงกว่าทุกปี แต่นั่นคือ ตัวเลขระหว่างพิจารณาของคณะอนุกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการ ไม่ใช่ตัวเลขสุดท้ายตามกระบวนการพิจารณางบประมาณ

2. หากเทียบกับการพิจารณาของคณะกรรมาธิการงบประมาณในปีที่ผ่านมา คือ ปี 2551 ซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีความแตกต่างกัน คือคณะกรรมาธิการจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เกือบทั้งหมดเป็นกรรมาธิการใหม่ ไม่เคยมีประสบการณ์จากการเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณมาก่อน และส่วนหนึ่งมาจากอดีตข้าราชการประจำซึ่งอาจมีความเกรงใจส่วนราชการด้วยกัน การพิจารณาแปรญัตติของกรรมาธิการปีที่แล้วใช้เวลาเพียงประมาณ 2 สัปดาห์เท่านั้น ขณะที่ทุกปีต้องใช้เวลาพิจารณาและตรวจสอบถึงประมาณ 2-3 เดือน การพิจารณามีความรอบรู้ รอบคอบและละเอียดถี่ถ้วน แตกต่างจากการพิจารณาของกรรมาธิการจากสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเคยทำหน้าที่นิติบัญญัติและการงบประมาณมาอย่างยาวนาน

3. เหตุที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ออกมาจากกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นกระทรวงหลักและเคยมีวัฒนธรรมองค์กรที่ต้องมีวินัยอย่างเข้มงวด มีผู้รู้สึกว่าเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง เป็นเพราะกระทรวงการคลังมีรัฐมนตรีที่เป็นคนใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังแต่เดิม 2 ท่าน และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังที่ตั้งใหม่อีก 2 ท่าน ในขณะนี้ ทุกคนล้วนไม่เคยมีประสบการณ์ในการเป็นรัฐมนตรีที่กระทรวงการคลัง และทุกคนล้วนไม่เคยมีประสบการณ์ในการเป็นกรรมาธิการพิจารณางบประมาณมาก่อน ส่วนข้าราชการตามหน่วยงานของกระทรวงการคลังขณะนี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารที่เพิ่งมารับตำแหน่งหน้าที่ ขาดความรอบรู้และวิจารณญาณต่อการกระทำการที่สมควรหรือไม่สมควร จึงออกมาวิจารณ์การทำงานของคณะกรรมาธิการก่อนการพิจารณาจะเสร็จสิ้นถึงขั้นตอนสุดท้าย

            รัฐมนตรีช่วยว่าการท่านหนึ่งที่มีส่วนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ คือ รัฐมนตรีใหม่ที่เพิ่งเข้าโหนรถประจำทาง 2 ป้าย ไปรับตำแหน่งที่กระทรวงการคลังเพียงสัปดาห์เดียว ยังไม่ซึมซับวัฒนธรรมองค์กรและประสบการณ์ในกระทรวงการคลัง และไม่เคยมีความรู้ในเรื่องการทำงานของกรรมาธิการงบประมาณมาก่อนเลย การหวังว่ารัฐมนตรีเช่นนี้จะตักเตือนข้าราชการที่มีการกระทำลักษณะเดียวกันเป็นสิ่งที่ยากจะคาดหวังได้ กระทรวงการคลังคงจะต้องมีพฤติกรรมที่น่าว้าเหว่ต่อไปตราบชั่วรัฐบาลนี้

            4 ยอดตัวเลขของหน่วยงานที่ถูกปรับลดในระหว่างพิจารณา ส่วนหนึ่งมาจาก การเบิกจ่ายงบประมาณปีที่ผ่านมาล่าช้าและเห็นได้ว่าจะเบิกจ่ายได้ไม่หมด ส่วนหนึ่งเป็นค่าจ้างที่ปรึกษาที่สูงมากในแต่ละหน่วยงาน มีพฤติกรรมให้เห็นว่ามีการจ้างข้าราชการที่ได้ขอเออรี่รีไทร์และขอรับค่าตอบแทนชดเชยตามกฎหมายไปแล้ว แต่มีการจ้างกลับมาเป็นที่ปรึกษาด้วยค่าตอบแทนที่สูงกว่าเดิม มีข้าราชการจำนวนหนึ่งใช้ค่าใช้จ่ายจากงบประมาณแผ่นดินจากการเดินทางไปต่างประเทศทางเครื่องบินในชั้นโดยสารชั้นหนึ่ง (เฟิรสท์คลาส) ซึ่งแพงกว่าชั้นธุรกิจมากกว่าหนึ่งเท่าตัว และแพงกว่าในชั้นประหยัดประมาณ 4 เท่าตัว มีส่วนราชการจัดงบประมาณในการอบรมสัมมนาโดยมีค่าใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมสัมมนาต่อหัวแตกต่างกันมาก มีการจัดซื้อรถและเช่ารถยนต์ประจำตำแหน่งมากเกินควร การปรับลดงบประมาณชั้นอนุกรรมาธิการ ส่วนหนึ่งเป็นรายการที่ส่วนราชการได้ไปตกลงยินยอมกับสำนักงบประมาณและ        อนุกรรมาธิการให้ปรับลดลงได้ ส่วนที่มีความจำเป็นด้วยเหตุด้วยผลและคำชี้แจงที่ชัดเจนยิ่งขึ้น  คณะกรรมาธิการได้เปิดโอกาสให้มีการขออุทธรณ์ต่อคณะกรรมาธิการได้ การพิจารณาคำอุทธรณ์คณะกรรมาธิการได้พิจารณาคืนให้ในส่วนที่มีเหตุผลสมควร งบประมาณที่ปรับลดลงคณะรัฐมนตรีก็ได้แปรเพิ่มกลับมาดังปรากฏตามรายการข้างต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นการแปรจากงบประมาณที่ใช้เพื่อส่วนราชการกลับมาเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง นอกจากรายการก่อสร้างรัฐสภาจำนวน 4,008.2 ล้านบาท ที่เกิดขึ้นในชั้นแปรญัตติโดยคำกำชับอย่างเด็ดขาดของนายกรัฐมนตรี ซึ่งกรรมาธิการเสียงข้างน้อยมิอาจยับยั้งได้ แต่ก็ได้สงวนความเห็นไว้กรณีที่จะเกิดความเสียหายใน   ภายหน้า

 

แนวหน้า (คอลัมน์อภิปรายนอกสภา)  20  สิงหาคม  2551