เมื่อสัปดาห์ก่อน โยมพี่สมพร (น้าอึ่งอ๊อบ คนสวย แซ่เฮ) ได้มาทำบุญที่วัด ซึ่งเป็นกิจและเป็นวัตรที่โยมพี่สมพรปฏิบัติเป็นประจำและสม่ำเสมอ
แต่ครานี้มีสิ่งพิเศษอย่างหนึ่งที่โยมพี่สมพรนำมามอบให้ สิ่งนั้นก็คือ “ความเมตตาของครูบา อาจารย์”
โยมพ่อ ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ได้ฝาก “ประคตเอว” ซึ่งศรัทธาญาติโยมชาวบุรีรัมย์ได้พากเพียร ลงแรง และ “ตั้งใจ” ทำมาถวาย

ความเมตตาของโยมพ่อครูบาครั้งนี้มีมากหลาย ประกอบครั้งความเพียร ความอุตสาหะ และความวิริยะที่สอดแทรกอยู่กับด้ายทุกเส้น
ทั้งความเมตตาและแรงศรัทธาแห่งความเพียรทำให้เรามีพลังมากขึ้นที่จะประพฤติ ปฏิบัติ ให้ดี ให้ตรง ให้สมกับความเมตตาและศรัทธาที่ได้รับ
อนึ่ง... "พระ" องค์พ่อแม่ครูอาจารย์ท่านให้คำจำกัดความว่า “ผู้เห็นภัยในวัฏฏะสงสาร”
วัฏฏะสงสารนี้เป็นตัวทุกข์
ทุกข์ทั้งหลายมีขึ้นเนื่องจากการเกิด
และการเกิดใดมีต้นสายปลายเหตุมาจากกิเลสที่ยังคงเหลือ
การได้มาซึ่งประคตเอวจากโยมพ่อครูบาครั้งนี้นับว่ามีประโยชน์อย่างล้นเหลือ เพราะว่าช่วยเราให้ตัดเสียซึ่ง “กิเลส” และโดยเฉพาะ “ความยึดติด”
ประคตเอวอันเดิม (ภาพด้านซ้าย) เป็นสิ่งที่เรารักและหวงแหนมากสืบเนื่องจากเป็นรัดประคตที่องค์พ่อแม่ครูอาจารย์เมตตามอบให้
เมื่อได้บริขารอันใหม่มา ทำให้เราได้ฉุกคิด พิจารณา และ “ภาวนา” ว่าจะจัดการกับของสองสิ่งนี้อย่างไร...?

มีหนึ่งต้องไม่มีสอง....
ภิกษุต้องไม่เป็นผู้มักมากในบริขาร มีมากต้องเผื่อแผ่ให้กับหมู่คณะได้ใช้
“มีของดีต้องไม่ยึดติด”
เรายึดติดกับรัดประคตอันเดิมมาเสียนาน คิดว่าได้ใช้ของดี ได้ใช้ของที่น้อยคนนักที่จะได้รับความเมตตาจากองค์ท่าน คิดว่าดี ว่าเท่ห์เกินใคร แต่แล้วสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนี้กลายเป็น “ความยึดติด” ที่สร้าง “อัตตาและตัวตน” ให้เป็นอย่างมาก
ครานี้จึงเป็นโอกาสดีที่โยมพ่อครูบาได้ถวายรัดประคตอีกอันหนึ่งมาให้เรา
เราจึงมีโอกาสได้ภาวนา ตัดและละเสียซึ่งความยึดติดทั้งหลายทั้งปวงในบริขาร ในความสวย ความงาม ตัดเสียซึ่งความเห่อเหิมในอัฏบริขารที่องค์พ่อแม่ครูอาจารย์เมตตามอบให้
นัยโดยธรรมนี้องค์พ่อแม่ครูอาจารย์ท่านทรงเมตตาและความกรุณาอย่างล้นเหลือที่มอบอัฏบริขารมาให้แก่ลูกศิษย์ แต่ท่านเองจะรู้สึกเอมใจมากยิ่งกว่าถ้าลูกศิษย์เป็นผู้ไม่ยึดติด ห่างไกลเสียซึ่งกิเลส ปฏิบัติเพื่อปล่อยเพื่อวาง “ไม่มักมากและยึดติดในบริขาร”
เราเองจึงตัดสินใจ ถวายรัดประคตเส้นเดิมแก่พระบวชใหม่รูปหนึ่ง อันจะเกิดประโยชน์ทั้งกับเราและเขา
กับเราเองนั้นก็เกิดประโยชน์มากแล้วดังที่ได้กล่าวมาในข้างต้น
อันประโยชน์แก่เขา ก็คือการสร้างศรัทธาในอัฐบริขารที่ได้รับสืบทอดต่อมาจากครูอาจารย์
ศรัทธาเป็นพลังอันใหญ่ยิ่งที่จะทำให้เดินอยู่ได้ในถนนที่ห่างไกลจากกิเลสนี้
ส่วนเราเองนั้นก็ใช้รัดประคตที่โยมพ่อครูบาถวายให้มา
อันเป็นเหตุผลที่ถูกต้องทั้งทางโลกและทางธรรม
เพราะสิ่งที่ได้มาเป็นศรัทธาอันบริสุทธ์ รวมทั้งทำให้เราได้ “ภาวนา” สร้างพลังปัญญาที่จะละกิเลสนี้ให้ได้...

ท้ายที่สุดนี้ขอกล่าวคำอนุโมทนาสาธุการต่อโยมพ่อครูบาสุทธินันท์ ปรัชพฤกษ์ และศรัทธาญาติโยม สาธุชนทุกคนทุกท่าน ที่ได้มีส่วน ร่วมแรง ร่วมใจ ทำ และนำมาซึ่งบริขารอันบริสุทธิ์นี้
ด้วยพุทธานุภาพ ธัมมานุภาพ และสังฆานุภาพ และเมตตาบารมีธรรมแห่งองค์พ่อแม่ครูอาจารย์
ขออนุโมทนาสาธุการต่อ “ทาน” ที่โยมพ่อ ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ และท่านทั้งหลายได้กระทำแล้วในวันนี้ขอให้แผ่ไปถึงบุพการีชน บุคคลอันเป็นที่รัก ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และที่ล่วงลับไปแล้ว อันมีบิดามารดาเป็นต้น หากท่านทั้งหลายไปจุติอยู่ในคติภพภูมิใด จงมีใจยินดี หยั่งทราบรับอนุโมทนาในส่วนบุญส่วนกุศลทั้งหลายทั้งปวงนี้
หากมีความทุกข์ใดอยู่ ก็ขอให้พ้นจากความทุกข์ทั้งปวงนั้น
หากมีความสุขดีอยู่แล้วก็ขอให้มีความสุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป
พร้อมกันในกาลนี้ขอบุญและกุศลทั้งหลายที่ได้บำเพ็ญแล้ว จงเป็นผลสะท้อนย้อนกลับมาถึงโยมพ่อครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ และศรัทธาสาธุชนทุกท่าน ให้มีความเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ มีดวงตาเห็นธรรม มีแรงกาย แรงใจในการประพฤติ มีจิตใจที่แน่วแน่ในการประพฤติ ปฏิบัติเพื่อให้สิ้นไปแห่งวัฏฏะสงสารทุกท่าน ทุกคน เทอญ...
พระบวชมานานก็อวดพรรษา พระบวชมาใหม่ก็อวดบริขาร...!
คำนี้เป็นจริงแท้ แต่ต้องไม่เกิดขึ้นสำหรับเรา...
องค์พ่อแม่ครูอาจารย์ให้ได้หลักเกณฑ์ของผู้ที่จะบวชตามรอยของพระพุทธเจ้า สืบทอดพระพุทธศาสนา ในเรื่องอัฐบริขารไว้ว่า...
"ให้เป็นผู้เลิศในทางมักน้อยสันโดษ อย่าเป็นผู้เลิศในทางข้าวของเครื่องใช้งาม มันน่าละอายมากที่บวชมาแล้วยังมาติดกับสิ่งของเหล่านี้อีก
บางคนถึงกับไปจ้างวานเขาทำบริขาร ทำขาบาตร ทำร่มกลด ตัดเย็บผ้าสบง จีวร
อย่าไปแข่งอวดบริขารกันว่า ใครทำจากที่ไหน
ผ้าจีวรจะหนา หรือจะบางไม่สำคัญ สำคัญที่บวชมาแล้ว ต้องเดินจงกรมให้มาก นั่งสมาธิให้มาก ทำอย่างไร จึงจะเป็นพระอริยะเจ้าได้นั้นจึงจะดี..."
สาธุ
พระ คือ ผู้ประเสริฐ ภิกษุ แปลว่า ผู้เห็นภัยในวัฏฏะสงสาร ไม่ใช่เหรอครับ ........... งง