ผมเคยใฝ่ฝันว่า
สักวันหนึ่งจะฟื้นบ่ายวันพุธให้เป็นวันกิจกรรมของนิสิต มมส ให้จงได้
ในอดีตเมื่อครั้งที่มหาวิทยาลัย ดำรงสถานะเป็น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม ทุกบ่ายวันพุธ มหาวิทยาลัยจะประกาศงดการเรียนการสอน และปล่อยพื้นที่แห่งเวลานั้น เป็นพื้นที่การทำกิจกรรมของนิสิต
ดังนั้น อย่างน้อยในสัปดาห์หนึ่ง ๆ บรรดาคนทำกิจกรรมก็ไม่ต้องวิตกกับการเรียนการสอน ซึ่งหมายถึง การสามารถทำกิจกรรมได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องวิ่งเข้าออกระหว่างห้องเรียนกับเวทีการเรียนรู้นอกห้องเรียน หรือไม่ก็ไม่ต้องโดดเรียนมาทำกิจกรรม จนทำให้การเรียนมีปัญหา
บ่ายวันพุธในอดีต จึงเป็นวันแห่งกิจกรรมของคนสร้างกิจกรรมและคนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างมีพลัง อย่างน้อยก็มีพื้นที่ให้แต่ละคนสัญจรมาพบปะกัน แลกเปลี่ยน สื่อสารในเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านกิจกรรมอย่างหลากหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นบันเทิง และเริงปัญญาอย่างครบครัน
ห้วงเวลาและพื้นที่เช่นนั้น ถือได้ว่าเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้นอกหลักสูตรที่น่าสนใจยิ่งนัก เป็นพื้นที่แห่งการบ่มเพาะและขัดเกลาสาระชีวิตของนิสิตได้อย่างน่าชื่นชม และนั่นไม่เพียงสร้างสารัตถะชีวิตเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการดึงผู้คนออกมาจากการขดตัวนอนอยู่ในห้องพัก หรือไม่ก็หนีเที่ยวในตัวเมืองที่หลากล้นไปด้วยแฟชั่น และมายาคติอันเปล่าเปลือง
แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า
ในยุคสมัยที่เราเติบโตเป็นมหาวิทยาลัยมหาสารคามนั้น มหาวิทยาลัยก้าวกระโดดเติบโตอย่างรวดเร็ว หลายหลากสูตรก่อเกิดขึ้นมามากมาย พร้อม ๆ กับการมาเยือนของนิสิตที่มีจำนวนมากขึ้นเท่าตัวอย่างเห็นได้ชัด
จากความเรียบง่าย สมถะ ก็กลายเป็นพื้นที่ที่หลากไหลไปด้วยความวัฒนธรรมใหม่ที่เต็มไปด้วย “หลุมพราง” อย่างน่าวิตก
วันนี้ เราไม่มีบ่ายวันพุธสำหรับการทำกิจกรรมอีกแล้ว ตารางชีวิตในแต่ละวันของนิสิต ผูกโยงไว้กับตารางเรียนที่หลากหลาย บางวันเรียนตั้งแต่เช้ามืด บางวันเรียนเลิกค่ำ (ราวกับภาคค่ำ) หรือแม้แต่กว่าจะเลิกก็ปาเข้าดึกโขโน่นเลยทีเดียวก็มี
ขณะเดียวกัน ตารางเรียนส่วนหนึ่งก็ถูกจัดวางไว้ในวันหยุด เพียงเพราะปัจจัยในเรื่องเวลาของอาจารย์และห้องหับที่ไม่เพียงพอที่จะทำให้เปิดสอนในวันทำการได้
การเรียนในวันหยุด ถึงแม้จะไม่มากมายหลายวิชา แต่ต้องไม่ลืมว่า วันหยุดที่นิสิตควรได้รับโอกาสไปสู่พื้นที่การเรียนรู้นอกห้องเรียนนั้น ก็ดูจะตีบตันไปโดยปริยาย
แทนที่นิสิตจะมีเวลาในการไปค่าย หรือไปจัดกิจกรรมนอกสถานที่กับเพื่อน ๆ แต่ก็ไปไหนไม่ได้ เพราะติดเรียน
ติดสอบ จึงจำต้องข่มใจ และเฝ้ารอให้ถึงปิดเทอมโน่นแหละ ถึงจะได้สัมผัสกับบรรยายการและบทเรียนใหม่ ๆ กับเขาบ้าง
เฉกเช่นกับระยะหลังนี้ เริ่มปรากฏการนัดหมายสอบสัมภาษณ์ทุนการศึกษาขึ้นในวันหยุด และนั่นก็ส่งผลพวงต่อคนทำกิจกรรมที่ต้องลังเลว่าจะเลือกเข้าสู่เวทีใดกันแน่ ระหว่างการเดินเข้าห้องสัมภาษณ์ทุน และการเดินออกไปเรียนรู้นอกห้องเรียนกับค่าย หรือกิจกรรมต่าง ๆ ...
กรณีดังกล่าวเช่นนั้น คงไม่จำเป็นต้องหยิบมาวิเคราะห์หยั่งลึกว่า การสัมภาษณ์ทุนในแต่ละครั้งนั้น มีกลุ่มคนที่ทำกิจกรรมและผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ยื่นใบสมัครรับทุนกี่มากน้อยกันแน่ แต่ผมกำลังมองว่า นั่นคือการไม่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้นอกหลักสูตรอย่างที่ควรจะเป็น ลำพังการเรียนในวันทำการก็แทบฉีกตัวเองออกมาร่วมเรียนรู้ชีวิตนอกหลักสูตรไม่ได้ ซ้ำหนักยังต้องใช้เวลาในวันหยุดเพื่อสัมภาษณ์ทุนอีกรอบ ก็ยิ่งทำให้ผมอดตั้งคำถามไม่ได้กับเรื่องเหล่านี้
มีนิสิตหลายคนตัดสินใจละทิ้งการเข้าสัมภาษณ์ทุนการศึกษา โดยเลือกที่จะเดินทางไปค่าย เพราะเชื่อว่า ค่ายคือต้นทุนชีวิต
การสัมภาษณ์ทุนในวันหยุดราชการอาจมีไม่บ่อยนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ดูมีแนวโน้มบ่อยครั้งขึ้น
และถึงแม้จะมีการอนุโลมให้คนไปค่ายกลับมาสัมภาษณ์ทุนในวันหลังได้ แต่นั่นก็คงไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่สมบูรณ์นัก แต่จะดีมาก ถ้าเรื่องเหล่านี้ไม่มีขึ้นในวันหยุด
ผมเขียนเรื่องนี้ด้วยเจตนารมณ์อันบริสุทธิ์ เขียนเพราะปรารถนาที่จะให้นิสิตได้มีพื้นที่ได้การเรียนรู้นอกห้องเรียนอย่างเป็นอิสระบ้าง มิใช่ต้องพะวงกับการเรียนในวันทำการ แล้ววันหยุดก็ต้องมาพะวงกับภารกิจอื่น ๆ ในระบบ จนไม่เป็นอันต้องสัมผัสกับการเรียนรู้ใหม่ ๆ ในวิถีกิจกรรม
ถึงแม้กลุ่มคนที่ผมพูดถึงนั้นจะน้อยนิดนักเมื่อเทียบกับจำนวนนิสิตทั้งมหาวิทยาลัย แต่เราก็ต้องไม่ลืมว่า เรื่องต่าง ๆ ในสังคม ก็ล้วนถูกขับเคลื่อนจากกลุ่มคนเล็ก ๆ เรื่อยมา มิใช่หรือ ?
และสำหรับที่นี่
บรรดาคนที่ทำคุณประโยชน์ให้กับมหาวิทยาลัย หรือแม้แต่สังคมนั้น เราก็คงปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า พวกเขาก็คือคนที่เดินอยู่บนถนนสายกิจกรรมนั่นแหละ .. เป็นคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ทำให้เราภูมิใจว่า พวกเขาเป็นคนดี มีจิตใจอันงดงาม และอาทรต่อความยากแค้นของผู้คน
ผมไม่สิ้นหวัง...
และเชื่อว่า กลุ่มคนเล็ก ๆ เหล่านั้น ก็ไม่สิ้นหวัง เช่นกัน และพร้อมที่จะเรียนรู้ต่อการเลี่ยงหลบหลุมพรางนั้นอย่างมีสติ
ผมเป็นกำลังใจให้กับตัวเอง
เพียงเพื่อให้ตัวเองเข้มแข็งพอที่จะเดินทางต่อไปกับกลุ่มคนเล็ก ๆ ต่อไป และต่อไป
......
หมายเหตุ
เขียนขึ้นเพื่อเป็นแรงใจในวันนี้
วันที่ถนนคนมีฝันในบ่ายวันพุธ
กำลังเดินหน้าอีกเป็นครั้งที่ 2
ขอเป็นกำลังใจให้อีกคนน่ะค่ะ เพราะว่าอยากจะมีห้องเรียนแบบใหม่ที่ไม่ต้องอยู่ในห้องสีเหลี่ยมเพียงอย่างเดียว การเรียนไม่ใช่ต้องเฉพาะนั่งจดแล็กเชอร์อยู่ในห้องเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเรียนได้ทุกที่ ตามร่มไม้ก็ได้ นั่งเรียนตามข้างคลองน้ำของมอก็ได้
ในฐานะที่เป็นนิสิต มมส.คนหนึ่ง ก็อยากให้มีวันหนึ่งเป็นวันที่ได้ทำกิจกรรม
หรือเรียนนอกห้องเรียนเช่นกันค่ะ
สวัสดียามสาย
วันนี้คิดถึงเพื่อน ๆ ก๊วน g2k เข้ามาทักทายจ้า สบายดีกันนะคะ
ทุกครั้งที่พบปะพูดคุยกับคน ม.อ. เราจะคุยถามสารทุกข์สุขดิบของก๊วนเสมอจ้า
กิจกรรม สำหรับนิสิตหลายคน อาจไม่สนใจนัก
จะมีก็เพียงผู้คนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
ที่พยายามปุกปั่นความฝัน
ใช้ชีวิตในแบบที่แตกต่าง
กล้าที่จะทำในสิ่งที่ขาดหาย
รื้อพื้นรูปแบบของบัณฑิตอาสา
และเดินตามเส้นทางที่ ลางเลือน...
สวัสดีครับ...sr
ดีใจนะครับที่แวะมาให้กำลังใจ นี่เป็นความฝันที่มีมาอย่างยาวนาน และเริ่มเกิดรูปรอยขึ้นบ้างแล้ว
ถ้าเป็นไปได้.
เย็นวันนี้ แวะมาให้กำลังใจกันบ้างก็ดีนะครับ
เย็นนี้ ทีมไหล และทีมเครือข่ายนอกห้องเรียน จะเริ่มปฏิบัติการปลุกไฟฝันกันอีกรอบ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ พี่อัมพร
ผมเองก็คิดถึงมิ่งมิตร ทาง มอ.เสมอ และหวังว่าจะได้เจอกันอีกในเร็ววัน แต่นั่นก็เป็นความหวังที่เชื่อว่าจะเป็นจริงได้ อย่างน้อย UKM คราวนี้ ก็ได้เจอกันบ้างกระมัง -
ผมสบายดี...มีงานให้ทำ ให้คิดใหม่ ๆ เสมอ
และหวังว่า พี่จะสบายดี
เป็นกำลังใจให้นะครับ.
สวัสดีครับ phanaphai
มาให้กำลังใจคนทำงานค่ะ
สวัสดีครับ พี่แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช
ผมเพิ่งพาลูก ๆ กลับมาที่พัก หลังจากอยู่เป็นกำลังใจให้กับนิสิตในเวทีถนนคนมีฝัน เห็นนิสิตมีพื้นที่ในการแสดงศักยภาพแล้วก็พลอยชื่นใจไปด้วย จะให้เขาเล่นกันเองโดยผมไม่ไปเชียร์ก็ดูไม่เข้าท่า เพราะทุกครั้ง พวกเขาก็จะหันเหมาแซวผมเป็นระยะ ๆ และนิสิตก็มักจะเรียกผมติดปากว่า "บอส" ...
ขอบคุณครับ