ฝึกแต่งโคลง ๔ สุภาพ (ภาค ๒)
ครั้งที่แล้วพอทราบความเป็นมาของโคลง รูปแบบฉันทลักษณ์และความไพเราะของโคลงแล้ว คราวนี้เราลองมาฝึกแต่งโคลง ๔ สุภาพเล่นๆ พอเพลินใจก็แล้วกัน ไม่ยากครับ ลองฝึกตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
ขั้นที่ ๑ เกิดแรงบันดาลใจ
การจะแต่งบทประพันธ์ใดนั้น ต้องเกิดความอยากจะแต่งเสียก่อน เพราะถ้าไม่อยากแต่งแล้วก็จบกัน และเหตุที่จะทำให้เกิดความอยากแต่งโดยมากจะต้องเกิดแรงบันดาลใจ คือ มีเหตุอันสะเทือนใจ กระทบใจจนอยากจะระบายความรู้สึกภายในออกมา เหตุปัจจัยที่ว่า อาจจะเกิดจากได้พบได้เห็นสิ่งอันน่าสะเทือนใจ หมายถึง ดีใจ เสียใจ โศกเศร้า เวทนาสงสาร ฮึกเหิม ปลื้มใจ ตื้นตันใจ ภาคภูมิใจ ก็เรียกว่าสะเทือนใจได้ทั้งนั้น ยกตัวอย่างเช่น บรรดานิราศทั้งหลาย ที่กวีพบเห็นสิ่งใดก็มักจะหวนระลึกนึกถึงนางหรือบุคคลอันเป็นที่รัก ที่กวีจากมา เช่น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เมื่อเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก ทรงรำลึกถึงพระราชินีนาถจึงทรงพระราชนิพนธ์โคลงนิราศพระราชทานไว้ ๔๔ บท สำนวนโวหารไพเราะยิ่ง เช่น
ราตรีกรมอกอั้น อิงเขนย
คิดขนิษฐเคียงเคย ขาดเคล้า
จักหลับมิหลับเลย หลายทุ่ม ยามนา
ตราบอรุณรุ่งเจ้า เร่งร้อนทรวงกระศัลย์
สี่วันเรียมจากเจ้า เยาวมาลย์ แม่เอย
ยลแต่ท้องคคณานต์ กับน้ำ
เกาะแก่งแห่งละหาร เหงห่าง ห่างแฮ
แลบ่ชัดสนัดซ้ำ เมื่อสิ้นสบสถาน
(เบื้องหลังพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสยุโรป ,
ไกรฤกษ์ นานา : ๒๕๕๑)
ตอนผมเดินทางไปเยี่ยมคุณแม่ที่ป่วยอยู่โรงพยาบาลลพบุรี โดยขากลับขึ้นรถไฟด่วนพิเศษ (นอน) ออกจากลพบุรี ๒ ทุ่มครึ่ง (ความจริงออก ๒ ทุ่มตรงแต่รถไฟเสียเวลา) ผมอยู่เตียงบนครับ นอนไม่หลับทั้งคืนเพราะรถไฟค่อนข้างโคลงเคลงและเสียงค่อนข้างดัง มิหนำซ้ำยังช้ามาก เสียเวลาไปเกือบ ๔ ชั่วโมง ตามกำหนดน่าจะถึงเชียงใหม่ ๗ โมงเช้า แต่ช้าไปจนถึง ๑๑ โมง ระหว่างอยู่บนรถไฟก็เกิดความรู้สึกทั้งหงุดหงิด ทั้งเวทนาตัวเองที่ต้องมาติดแหง็กอยู่บนรถไฟที่ ๓๐ ปีที่ผ่านมาแทบจะไม่ได้พัฒนาอะไรดีขึ้นเลย ผมก็เลยเกิดแรงบันดาลใจอยากแต่งโคลง ๔ สุภาพ เพื่อระบายความรู้สึกนั้นออกมาในขณะนั้น
แรงบันดาลใจนั้นอาจเกิดขึ้นเองหรือจงใจสร้างขึ้นก็ได้ครับแต่ถ้าเป็นอย่างแรกน่าจะดีกว่า เพราะเป็นความต้องการของเราที่เกิดขึ้นจริงๆ
แรงบันดาลใจของท่านคือ......................................................................
.............................................................................................................
ขั้นที่ ๒ คิดประเด็นเรื่องทั้งหมดที่จะเขียน
ขั้นนี้สมองของเราต้องทำงานหน่อยครับ ต้องคิดประเด็นเรื่องที่อยากจะเขียน (Concept) เช่น ตอนผมเกิดอารมณ์อยากจะแต่งโคลง ๔ สุภาพ ระบายความรู้สึกของตน ผมก็คิดทันทีว่า ประเด็นที่อยากจะเขียนคือ
ความล่าช้าของรถไฟไทย และข้อบกพร่องในด้านตัวรถไฟที่เก่าแก่และบริการบนรถไฟที่ควรจะปรับปรุงเสียที
ผมไม่ได้มุ่งหมายโจมตีรถไฟไทยนะครับ เพียงแต่ตอนนั้นเกิดอารมณ์เช่นนั้นจริงๆ และมุ่งหวังให้เกิดการพัฒนาการรถไฟเสียทีเท่านั้น
ประเด็นเรื่องที่ท่านจะเขียนคือ....................................................................
..................................................................................................................
ขั้นที่ ๓ คิดประเด็นย่อยในแต่ละบท
ในขั้นนี้เราต้องคิดต่อไปว่า เรื่องทั้งหมดที่จะแต่งเป็นโคลง ๔ สุภาพ จะแต่งสักกี่บท ผมคิดตอนนั้นว่าอยากจะแต่งสัก ๕ บท เมื่อคิดแล้วก็ต้องคิดต่อไปว่าในแต่ละบทจะเขียนประเด็นย่อยอะไร ลองวางประเด็นแต่ละบทออกมาก่อนครับ
ตัวอย่าง บท ๑ รถไฟไทยช้าจริงหนอ
บท ๒ เตียงบนโคลงเคลง เสียงดังมาก นอนไม่หลับ
บท ๓ รู้สึกกระสับกระส่าย อึดอัด เมื่อยขบ
บท ๔ ห้องน้ำเก่า เหม็น สกปรก น้ำรั่วนองพื้น
บท ๕ เข็ดแล้ว จะไม่ขึ้นรถไฟอีกเลย
ประเด็นเรื่องย่อยแต่ละบทที่ท่านจะเขียนคือ.........................................
............................................................................................................
ขั้นที่ ๔ ขยายประเด็นย่อยมาจัดวางในแต่ละบาท แต่ละบท
ในขั้นนี้นำเอาประเด็นย่อยแต่ละบท มาขยายเป็นข้อความธรรมดาก่อน โดยจัดวางตามลักษณะของโคลง ๔ สุภาพ คือ ๑ บท มี ๔ บาท บาทละ ๒ วรรค ตัวอย่างเช่นในบทที่ ๑ ของผม ผมจะจัดวางอย่างนี้
๑ รถไฟช่างเชื่องช้า ราวกับคลาน
๒ จะถึงตามกำหนดหรือไม่ เขาคงไม่สนใจ
๓ จะบอกให้เราใจเย็น ไม่ให้เครียดหรืออย่างไร
๔ ไม่รู้หรือว่าถ้าขึ้นรถไฟไทย ต้องไม่รีบไม่ร้อน
ตรวจสอบดูว่าเมื่อขยายแล้วตรงกับประเด็นย่อยที่วางไว้หรือไม่ด้วยครับ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้บ้างนิดหน่อยนะครับ
ท่านจัดวางประเด็นแต่ละบท แต่ละบาทไว้ดังนี้.....................................
............................................................................................................
ขั้นที่ ๕ ปรับแต่งข้อความให้เข้ากับฉันทลักษณ์ของโคลง
ขั้นนี้ให้พิจารณาปรับแต่งข้อความให้เป็นไปตามลักษณะบังคับของโคลง ๔ สุภาพ ได้แก่ การเลือกสรรคำที่มีความหมายตรงตามข้อความมาใช้โดยวรรคหน้าแต่ละบาทบังคับไว้ ๕ คำ วรรคหลัง ๒ คำ เฉพาะวรรคหลังบาทที่ ๔ บังคับ ๔ คำ และอาจมีคำสร้อยได้อีก ๒ คำ ในบาทที่ ๑ และบาทที่ ๓ และยังต้องพิจารณาคำบังคับเอก ๗ โท ๔ นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาคำสัมผัสสระบังคับในตำแหน่งบังคับต่างๆ ดังที่ได้อธิบายไว้แล้ว ผมขอเสนอแนะว่า ควรมีแผนผังบังคับของโคลง ๔ สุภาพมาไว้ใกล้ๆ ตัวด้วยจะได้ไม่หลง
0 0 / 0 เอก โท 0 0 ( 0 0 )
0 เอก / 0 0 0 เอก โท
0 0 / เอก 0 0 0 เอก ( 0 0 )
0 เอก / 0 0 โท เอก โท / 0 0
0 สีแดง คือตำแหน่งบังคับสัมผัสสระ
โท สีน้ำเงิน คือตำแหน่งบังคับสัมผัสสระ และ คำโทบังคับ
เอก โท สีดำ คือตำแหน่งบังคับคำเอก คำโท
0 สีเขียว คือ คำสร้อยที่อาจมีหรือไม่ก็ได้
การปรับแต่งข้อความเป็นคำโคลงมีเทคนิคอยู่ที่
๑. การเลือกสรรคำที่มีความหมายกว้าง ลึก รวบคำไว้ได้หลายๆ คำ
๒. คำที่ออกเสียงพยางค์ลงจังหวะพอดีกับจังหวะของโคลง
(ดูเครื่องหมาย / ที่แบ่งจังหวะโคลงไว้ หากคำใดออกเสียงพยางค์เกินจังหวะจะไม่ไพเราะ)
๓. เราสามารถตัดคำบางคำให้ตรงตามจังหวะของโคลงได้ เช่น กระฉอก ตัดเป็น ฉอก คำเดียวได้แต่ต้องพอมีเค้าคำเดิมที่ผู้อ่านพอเดาได้ (ถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยง จะใช้เมื่อหมดทางจริงๆ)
๔. เลือกคำที่มีเสียงวรรณยุกต์ตามลักษณะความนิยมของโคลงที่ไพเราะ
๕. ปรับแต่งแล้วลองอ่านดังๆ หรืออ่านทำนองเสนาะดูว่าจะมีเสียงคำไพเราะลื่นไหลหรือไม่ ถ้าเสียงติดขัดก็ปรับคำให้มีวรรณยุกต์ขึ้นลงได้ไพเราะขึ้น
ตัวอย่างโคลงที่ผมปรับแต่งแล้ว
รถไฟ/ช้าแช่มช้า คืบคลาน
ถึงบ่/ถึงกี่นาน ก้อชั่ง (เลียนเสียง ก็ช่าง)
ช้าหน่อย/ค่อยเบิกบาน อย่าเครียด นะพ่อ
ไป่เร่ง/ไป่รีบรั้ง รู้ไว้ ร.ฟ.ท.
ท่านปรับแต่งข้อความเป็นโคลงไว้ดังนี้
........................................................................................................
ขั้นที่ ๖ ตรวจสอบความถูกต้อง และพิจารณาเพิ่มความไพเราะของโคลง
ขั้นนี้เป็นขั้นที่สำคัญมาก เพราะเป็นการตรวจสอบว่าเราแต่งถูกต้องตามลักษณะบังคับของโคลงครบถ้วนหรือไม่ และจะสามารถทำให้ไพเราะเพิ่มขึ้นได้อีกหรือไม่ บางครั้งอาจจะต้องมีการปรับแต่งคำอีกครั้งเพื่อให้เข้ากับลักษณะที่เราต้องการ
ท่านตรวจสอบความถูกต้องและเพิ่มความไพเราะไว้ดังนี้
.........................................................................................................
แต่งโคลงเล่นบนรถไฟขบวนที่ ๑๑ ลพบุรี – เชียงใหม่ (๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๑)
๑ รถไฟช้าแช่มช้า คืบคลาน
ถึงบ่ถึงกี่นาน ก้อชั่ง
ช้าหน่อยค่อยเบิกบาน อย่าเครียด นะพ่อ
ไป่เร่งไป่รีบรั้ง รู้ไว้ ร.ฟ.ท.
๒ นอนเตียงตังตั่งเต้น ตึงตึง
เงียบบ่เงียบกังกึง ค่อนเช้า
ข่มตาหลับนิดหนึ่ง เดี๋ยวตื่น
ใครบ่เคยขึ้นเข้า บ่รู้รถไฟ
๓ กระสับกระส่ายแสร้ง หลับตา
อึดอัดไต่ลงมา ยืดเส้น
โยกเยกมุ่งมรรคา ห้องฉี่
สายส่ายไป่จับเน้น ฉอกน้ำสาดเซ็น
๔ ห้องน้ำสกปรกแท้ ทนเอา
ขอบคราบเกาะแน่นเนา ถ้วนที่
จะหยิบจะจับเล่า เชื้อโรค ซ่อนนา
ฉุนกลิ่นน้ำรั่วนี้ ท่วมพื้นเนืองนอง
๕ ทรมานยิ่งหลาบแล้ว รถไฟ แท้เฮย
เก่าซ่อมเสียเพลียใจ ยิ่งแท้
ซ่อมเบรกซ่อมแอร์ไย เสียบ่อย
ช้าแล่นช้าหลีกแล้ หลบแล้วรถไฟ
ครับ การแต่งโคลงเล่นพอเพลินใจตามที่ได้เสนอแนะมานี้คงจะพอเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจในคำประพันธ์ไทยอยู่บ้าง หากลองนำเอาเรื่องใกล้ๆ ตัวมาลองฝึกแต่งดูก็จะพบว่า น่าสนใจไม่น้อย และเมื่อลองขับทำนองเสนาะดูก็จะยิ่งพบความไพเราะครับ หากใครสนใจจะขอคำแนะนำการแต่งโคลง ๔ สุภาพอีกผมยินดีที่จะแบ่งประสบการณ์ให้ แม้จะไม่ไพเราะเพราะพริ้งเหมือนนักกวี แต่แต่งเอาอ่านเล่นพอเพลินใจก็ไม่ผิดกติกาครับ
ขอเอาเของเก่า(แต่งเมื่อโน้น...มัธยม)มาแจมคะ
งามเหลืองามยิ่งล้ำ พระเอย
งามยิ่งเกินเฉลย เล่าแจ้ง
งามเกินสิ่งเปรียบเปรย เทียมเทียบ
งามเลิศราวเทพแสร้ง เสกไท้ลงดิน
แต่งตอนเรียนกับครูภาษาไทย คุณครูให้ดูภาพพระบรมฉายาลักษณ์ พระเทพฯ ค่ะ
เลือดครูพลีท่วมพื้น พสุธา
ทุกร่องรอยน้ำตา ร่ำไห้
แสงเทียนแห่งปรารถนา ยังอยู่
ถึงชีพดับมอดไหม้ ใช่สิ้นอุดมการณ์
.............................
ดีใจครับที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ *ฝึกแต่งโคลง ๔ สุภาพ (ภาค ๒)*
สวัสดีครับ คุณจริยา
ขอบคุณโคลงเพราะแท้ จับใจ
โคลงแต่งเล่นอย่างไทย สุขแท้
เหมือนครั้งแต่นานใน อยุธเยศ รามแม่
โต้ตอบชอบชนแม้ แม่นแม้นนายประตู
กรเพชร
สวัสดีครับคุณสิทธิเดช
เปรียบครูคือผู้ให้ วิญญาณ
สมสั่งรู้วิชาการ เก่งกล้า
คิดเขียนพูดทำงาน พ้นโง่
รัฐจึ่งควรโอบอ้า โอบเอื้อดูแล
สวัสดีครับอาจารย์กรเพชร
บทความของอาจารย์เรื่องโคลงนี้น่าสนใจมาก
เพราะสะท้อนความรู้เชิงศาสตร์และคุณค่าเชิงศิลป์ของโคลงสี่สุภาพ
โดยผมสามารถนำเกร็ดความรู้ดังกล่าวไปประยุกต์เข้ากับการสอนได้เป็นอย่างดี
ขอลองดูบ้างนะคะ
มาติเตียนกันทีค่ะ ว่าโคลงนี้ผ่านไหม
มะลิหอมกลิ่นฟุ้ง เบิกฟ้า
ดอกกลีบบานงามตา แก่นหล้า
ไฉไลยิ่งหนักหนา แสนเสน่ห์ นุชเอย
โฉมแม่มาลย์สี่หล้า เฟื่องฟุ้ง ความงาม
** *
เพี้ยนๆไปนิดนึงน๊ะคะ ไปลองแปลความหมายกันดูค่ะ
แต่ก็แต่งได้เท่านี้ก็ภูมใจสุดๆแล้วค่ะ
เดี๋ยวไว้จะลองดูใหม่
สวัสดีค่ะ อาจารย์ ^^
@ เพียงพากเพียรเพริศแพร้ว ....... พรรณราย
กลอนกาพย์โคลงคลี่คลาย....... ขัดข้อง
ขาดขยันขาดมุ่งหมาย ............ มนสิ -การนา
คงบ่พาพจน์พร้อง ................ เพราะพริ้งพึงใจ๚๛
@ ลองถูกลองผิดพลั้ง ..........ไปพลาง
แรกแรกย่อมหลงทาง ........ เที่ยงแท้
สนใจไป่ปล่อยวาง ............ วิวัฒ -นานอ
วันหนึ่งจักเลิศแล้ .............. และแล้วงดงาม๚๛
..........................................................
พระมหาวินัย ๑๑.๔๘ น. : ๑๒ ก.ย.๕๔
มาร่วมศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับอาจารย์ ขออนุโมทนากับบันทึกนี้ เป็นประโยชน์สำหรับผู้ศึกษาเป็นอย่างยิ่ง ช่วงนี้น้ำท่วมจึงเอาโคลงที่แต่งไว้เกี่ยวกับน้ำท่วมมาแลกเปลี่ยนศึกษา
@อุทกโถมท่วมท้น .............. ธรณี
ถล่มทลายปถพี .................. ภาคพื้น
ทุกข์เทวษประดามี .............. มาครอบ งำนา
เสียงสะอึกสะอื้น ................. อกโอ้ประชาชน
@หมองหม่นปนโศกซ้ำ ......... เสียสิน ทรัพย์แฮ
น้ำเนตรหยดหยาดริน ............ หลั่งล้น
ทุกถิ่นที่ธรณิน .................... นทีท่วม นองนอ
ทุกข์เทวษท่วมท้น ............... ทั่วด้าวแดนไทย
@อุทกภัยผิดเพี้ยน ............... ธรรมดา
ไหลหลั่งจากภูผา ................ พนัสนั้น
เพราะมนุษย์โลภา ............... ลอบตัด ไม้นอ
เกินกว่าจะกีดกั้น ................. กอบกู้สถานการณ์
@ดินดานเลยสไล้ด์ .............. ทลายลง
บ้านพักมิอาจทรง ................ สภาพไว้
สรรพสิ่งบ่ยืนยง .................. ยืนหยัด อยู่นา
ทุกหย่อมย่านยากไร้ ............ เดือดร้อนทุกข์ระทม
@บ้านเรือนจมเจิ่งน้ำ ............ นานวัน
ขาดติดต่อสัมพันธ์ .............. พี่น้อง
บ้างพลัดพรากอาสัญ .......... สูญสิ่ง รักนอ
สุดที่จะปกป้อง .................. ปลดเปลื้องเภทภัย
@ภัยใหญ่เฉกเช่นนี้ ............ มนุษย์ทำ
เลยรับผลแห่งกรรม .............. ก่อไว้
โปรดจงใส่ใจจำ ................. แจ้งจิต
อย่าริทำลายไม้ .................. จะม้วยมรณา
@น้ำที่ท่วมเอ่อล้น ............. หลากนอง
ฝนหลั่งรินละออง .............. อีกแล้ว
เกินกว่าจะรับรอง .............. รินหลั่ง ลงแล
ทุกที่คงบ่แคล้ว ................ คลาดพ้นอุทกภัย
@ไฉนจึงโหดร้าย ................ รุนแรง
ธรรมชาติช่าิงเปลี่ยนแปลง ... ประหลาดแท้
ฤาจักส่อสำแดง ................. สอนสั่ง มนุษย์นา
ภัยใหญ่เกินกว่าแก้ ............. กอบกู้กลับคืน
@ตื่นเถิดอย่าตัดไม้ ............. กันเลย
อย่านิ่งอย่าเมินเฉย .............. เช่นนี้
ฟื้นฟูดั่งที่เคย .................... คงอยู่
เป็นนิทัศนะชี้ ..................... ช่องให้เห็นทาง
@วางแผนพินิจแล้ว ............. รีบทำ
วอนฝากถึงผู้นำ .................... แนะไว้
โปรดเห็นว่านี้สำ .................... คัญยิ่ง
อย่าหลบอย่าหลีกไซร้ ............. ส่อเค้าไม่ดี
@ทุกปีทุกที่น้ำ ...................... ท่วมนาน
นาไร่แหล่งอาหาร ................... หมดสิ้น
ทรัพย์สินและเรือนชาน ............. ชอบฉิบ หายแฮ
บ้างก็ชีพดับดิ้น ....................... ด่วนทิ้งญาติไป
@อาลัยและโศกเศร้า ............... เสียขวัญ
เคยอยู่เคยผูกพัน ..................... พวกพ้อง
ต้องพลัดพรากจากกัน .............. เกินกอบ กู้แฮ
เสียงคร่ำครวญร่ำร้อง ................ ร่ำไห้โหยหา๚๛
................................................................
พระมหาวิินัย ๒๐.๐๒ น. : ๒๒ ก.ย.๕๔