นางในฝัน

        อ่านบันทึกของพระคุณเจ้าพระมหาชัยวุธเรื่องเกี่ยวกับแมว ให้นึกถึงตัวผู้เขียนเองที่ในชีวิตมีความเกี่ยวพันเกี่ยวข้องกับแมวมาตลอด จำได้ติดตาตอนนั้นอายุราว 6 ขวบ ที่บ้านมหาการ เป็นฤดูน้ำพะ ซึ่งตรงกับเดือนอ้าย(1) มีแมวตัวหนึ่งมันมาอาศัยอยู่ในบ้าน อาศัยเศษอาหารที่คนในบ้านคลุกให้กินประทังชีวิต เพราะคนในบ้านไม่มีใครชอบเลี้ยงแมวสักคน อยู่มาวันหนึ่งผู้เขียนนึกสนุกตามวัยเด็กคะนอง โยนเจ้าแมวตัวนั้นไปกลางลำน้ำเสียงดังตูม อยู่สักพักมันโผล่หัวขึ้นมาแล้วหายใจทำท่าตะกายว่ายเข้ามาที่ริมนอกชาน ผู้เขียนเห็นเป็นของสนุกโยนมันไปอีกครั้ง มันก็ว่ายเข้ามาอีก ผู้เขียนนึกโมโห โยนครั้งแล้วครั้งเล่า ในขณะที่แม่และพี่สาวบอกว่าอย่าไปทำมันๆ จนผู้เขียนเหนื่อยอ่อนไปเอง แต่ไม่ได้ไปดูแมวตัวนั้นหรอกว่ามันจะอยู่ในสภาพไหน นั่นคือวีรกรรมในสมัยเด็กๆ  ระยะหลังที่บ้านก็มีแมวมาอาศัยอยู่เรื่อยๆ แต่ผู้เขียนก็เฉยๆเพราะเป็นไม่รักแมว แต่ก็ไม่ถึงกับรังเกียจ แต่ก็ยังมีนิสัยแกล้งแมวอยู่ประปราย  จนทุกวันนี้ผู้เขียนมีอาการเป็นโรคภูมิแพ้ซึ่งจะเกิดขึ้นตอนเช้าทุกวันน้ำมูกไสๆจะไหลตลอดจนน่ารำคาญ เขาว่ามันเป็นผลพวงจากการทำร้ายหรือรังแกแมว นั่นเอง

          จนเข้าวัยทำงานเป็นข้าราชการตำรวจ(ตชด.) ตอนนั้นทำงานอยู่กองร้อยที่ 3 หรือร้อย ตชด.445 ปัจจุบัน อยู่มาคืนวันหนึ่งได้ฝันเห็นคนชื่อ แมว และชื่อจริงว่านงค์อร แล้วก็ตกใจตื่น และจำความฝันได้แม่นยำ เพราะเป็นคืนวันพุธ ตอนใกล้รุ่งแล้ว  ตอนนั้นเป็นต้นปี 2525 ซึ่งที่กรุงเทพฯเขากำลังฉลองงาน 200 ปีกรุงรัตนโกสินทร์กัน  พอเดือนกุมภาพันธ์ เป็นการเข้าไปปฏิบัติงานในป่าเป็นครั้งแรก  แต่ไปตั้งฐานฯอยู่ที่ฐานฯเก่าของตำรวจ นปพ.อยู่ที่บ้านกาโสด อ.บันนังสตา  ตั้งอยู่ริมถนนสายยะลา-เบตง ทางแยกซ้ายมือเป็นถนนไปเขื่อนบางราง ซึ่งเป็นเขื่อนที่ผลิตไฟฟ้าที่แจกจ่ายไปทั่ว 3 จว.ภาคใต้ ทำงานอยู่ที่ฐานนี้ได้ประมาณ  1 เดือน ได้รับคำสั่งให้ย้ายเข้าไปที่ใหม่คือ บ้านหาดทราย ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา  ซึ่งกำลังเป็นพื้นที่สีแดงในปัจจุบัน  ไปตั้งฐานปฏิบัติการที่สำนักสงฆ์บ้านหาดทราย ในตอนนั้นมีบ้านเรือนคนไทยพุทธอยู่หลายหลัง ซึ่งชาวบ้านมาจากหลายพี้นที่ที่มาตั้งรกรากในพื้นที่นิคมพัฒนาแห่งนี้ ทั้งจากจังหวัดปัตตานี นครศรีธรรมราช สงขลา จากภาคเหนือและภาคอีสาน และณ.ที่นี้นี่เอง ที่ได้พบเจอนางในฝันนามว่า แมวแม่ม่ายสาว แต่ชื่อจริงว่า อนงค์ จนมาเป็นคู่ทุกข์คู่ยากในปัจจุบัน ภริยาผู้เขียนเป็นคนรักสัตว์มาก โดยเฉพาะแมว ตั้งแต่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมา เลี้ยงแมวไปหลายรุ่นแล้วจนจำไม่หวาดไม่ไหว บางตัวต้องเอาใส่ลังกระดาษจากจังหรัดยะลามาอำเภอสุไหงปาดี นราธิวาส  บางตัวแก่ตัวไปก็ออกคราวไม่กลับมาบ้านอีกเลย ส่วนจะโดนวางยาเบื่อจากคนใจร้าย  หรือไม่ก็ไปโดนแมวเจ้าถิ่นกัดเอาจนเป็นแผลเหวอะหวะจนรักษาไม่หายตายไปก็มี ที่นั่นแหละภริยาผู้เขียนเป็นคนรักแมวก็จริงแต่ก็ยังมีแมวอันธพาลหรือแมวเพชฌฆาตที่มาอาศัยเศษอาหารคนข้างบ้านกินทุกวัน เข้ามากัดทำร้าย  3  ครั้งแล้ว  จนทุกวันนี้ยังไม่มีใครสามารถทำอะไรมันได้ ร้ายจริงๆ  ปัจจุบันนี้มีแมวเหลืออยู่  4  ตัว แล้ว