ฟักทองแกงบวด น้ำหมักชีวภาพ เปลือกไข่ แคลเซี่ยม ป้องกันโรคพืช
  • แต่ละบ้านจะมีเศษอาหาร หรือเศษเหลือก่อนนำไปทำอาหาร หากนำมาต่อยอด ก็จะใช้ประโยชน์ได้ และลดสภาวะโลกร้อนได้อีก
  • วันนี้จะขอบอกเล่าเรื่องราวของการนำเอาเปลือกไข่ ไปผสมกับน้ำหมักชีวภาพ
  • ปกติ การทำน้ำหมักชีวภาพ จะใช้เศษอาหาร เศษผัก ปลา มาคลุกกับกากน้ำตาล เติมจุลินทรีย์และน้ำ ปิดฝาทิ้งไว้สักเดือนสองเดือนก็พอจะนำมาใช้ได้
  • ช่วงนี้ได้เปลือกไข่มาจำนวนมาก (ที่ได้มามากเพราะไปซื้อขนมเค็ก อันลือชื่อของจังหวัตรัง เห็นเขาเอาถุงเปลือกไข่ไปทิ้ง ก็เลยขอเขามา เขาก็ให้มาด้วยความ งงๆ)
  • กลับมาถึงสวน ก็เอาเปลือกไข่มาทุบให้แหลก แล้วเทลงไปในถังหมักน้ำชีวภาพ
  • นึกขึ้นมาได้ว่า เปลือกไขลงไปในถัง จะเป็นยังไงก็ไม่รู้ ลองเอามาใส่ในขวดใสๆ ดูจะได้รู้ว่าเปลือกไข่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
  • กรอกเปลือกไข่ใส่ขวด แล้วเติมน้ำหมักชีวภาพลงไป ปิดฝาให้สนิท
  • ไม่ถึง 15 นาที ขวดพลาสติค (pet) ก็เริ่มเต่งตึงขึ้นมาด้วยแรงอัดของแกส จากปฏิกริยาของเปลือกไข่กับน้ำหมักชีวภาพ
  • อนุมาณเอาตามความรู้ที่พอมี น่าจะบอกได้ว่า ในน้ำหมักชีวภาพน่าจะมีสภาพเป็นกรด เมื่อมาเจอกับเปลือกไข่ ซึ่งมีแคลเซี่ยมเป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่ ก็จะทำปฏิกริยากัน
  • แคลเซี่ยมในเปลือกไข่ ก็น่าจะกลายเป็นเกลือแคลเซี่ยม ละลายอยู่ในน้ำชีวภาพ แคลเซี่ยมในรูปของเกลือ ก็น่าจะละลายน้ำได้ เมื่อนำน้ำชีวภาพนี้ไปใช้กับพืช พืชก็น่าจะได้รับแคลเซี่ยมเพิ่มขึ้น
  • ตามตำราเขาบอกว่า แคลเซี่ยม จะไปอยู่ตามผนังเซลของพืช ช่วยทำให้โครงสร้างของพืชแข็งแรง เส้นใยของเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคพืช ไม่สามารถทะลุทะลวง เข้าไปในเซลของพืชได้ ทำให้พืชมีความทนทานต่อการระบาดหรือการโจมตีของเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคพืชได้
  • ผมชอบกินฟักทองแกงบวด ชอบทำกินเอง เพราะว่า เอาชิ้นฟักทองไปแช่ในน้ำปูนใสๆนานๆ ยิ่งนาน ฟักทองแกงบวดของผมจะกินอร่อย เพราะกรอบนอก แต่ข้างในชิ้นฟักทองจะเละ ที่เป็นเช่นนี้เพราะน้ำปูนใส หรือแคลเซี่ยมในน้ำปูนใส ทำให้ชิ้นฟักทองกรอบที่ผิว
  • เคยเห็นโฆษณาขายปุ๋ยหรือธาตุอาหารพืชหลายยี่ห้อ ขายอาหารพืชชนิดหนึ่ง ประกอบด้วย แคลเซี่ยมและโบรอน ว่าช่วยให้พืชให้ผลผลิตได้ดีขึ้น จะไปซื้อมาใช้ก็แพง ประกอบกับ แคลเซี่ยมพอจะทำได้แล้ว เหลือแต่โบรอน จะเอาโบรอนไหนมาใส่ให้พืช บอร์แรกซ์ พอไหวไหม ใครรู้ช่วยต่อยอดให้ผมทีครับ