นิยามเกี่ยวกับการวิจัย
1. การวิจัย
หมายถึง การศึกษาคนควา วิเคราะห หรือทดลองอยางมีระบบ โดยอาศัยอุปกรณ หรือวิธีการเพื่อใหพบขอเท็จจริงหรือหลักการไปใชในการตั้งกฎทฤษฎีหรือแนวทางในการปฏิบัติ
2. ลักษณะของงานที่ถือวาเปนการวิจัย
ควรจะประกอบดวยขั้นตอนการดําเนินงานที่สําคัญ ๆ ดังตอไปนี้
2.1 การคัดเลือกหัวขอในการวิจัย(selection of problem area)
2.2 วิธีการเก็บและรวบรวมขอมูล(method of gathering data)
2.3 การวิเคราะหและการตีความขอมูล(analysis and interpretation of the data)
2.4 การเสนอผลการวิจัยและขอสรุป(conclusions and final report)
กิจกรรม หรือลักษณะงานที่เปนเพียงขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งของการวิจัย เชน การสํารวจเพื่อ รวบรวม
ขอมูล การวิเคราะหขอมูล การทํารายงานหรือเผยแพรผลงานวิจัย หรือกิจกรรมสนับสนุนการ วิจัย ไดแก การฝกอบรมนักวิจัย การใหเงินอุดหนุนการวิจัย ฯลฯ เหลานี้ไมนับเปนการวิจัยตามนิยาม ขางตนและสามารถการวิจัยตามกลุมสาขาวิชาการใหญๆไดเปน2 ดานคือ
การวิจัย
ทางวิทยาศาสตร หมายถึง การสํารวจวิเคราะหทดลองอยางมีระบบและเปนขั้นตอน
ดวยอุปกรณหรือวิธีพิเศษ เกี่ยวกับธรรมชาติ สิ่งมีชีวิต ปรากฏการณธรรมชาติ ตลอดจนสิ่งที่มนุษยได
สรางสรรคขึ้นมาดวยความรู หรือประสบการณ เพื่อเสนอความรูใหม เพื่อสุขภาพอนามัย ความผาสุก
และความเจริญกาวหนาของมนุษยชาติ
การวิจัย
ทางสังคมศาสตร หมายถึง การศึกษาคนควาหาความจริงดวยระบบและวิธีการทาง
วิทยาศาสตรเกี่ยวกับ พฤติกรรม ปรากฏการณ หรือปฏิกิริยา ตลอดจนความรูสึกนึกคิดของมนุษยและ
สังคมเพื่อใหทราบถึงความรูและความจริงที่จะนํามาแกไขปญหาของสังคมหรือกอใหเกิดความรูใหม
3. มิติหลักและองคประกอบการวิจัย
(core and functional dimension)
3.1 ทิศทางการวิจัย
(research direction) หมายถึง ลักษณะหรือแนวทางการทําวิจัยที่มุง
ไปสูสิ่งที่คาดหวังวาจะเกิดขึ้นในอนาคต หากดําเนินการไปตามแนวทางนี้ การคาดหวังยังไมเปน
รูปธรรมที่เปนตัวเลขที่กําหนดไว แตกอใหเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นโดยลําดับ ทั้งนี้ ทิศ
ทางการวิจัยเปรียบเสมือนนโยบายวิจัย(research policy)
1 จุมพล สวัสดิยากรหลักและวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตรสํานักงานคณะกรรมการวิจัยแหงชาติ 2520, หนา9
2 นที เนียมศรีจันทร ประโยชนที่คาดหวังจากการติดตามและประเมินผลหลังสิ้นสุดการวิจัย : มุมมองของผู กําหนดนโยบายการวิจัย สํานักงานคณะกรรมการวิจัยแหงชาติ2545, หนา2
</span>
3.2 แผนวิจัย
(research plan) หมายถึง โครงรางขอกําหนดที่ระบุเรื่องหรือลักษณะการ ดําเนินการในการทําวิจัยใหเปนไปในทางสอดคลองกับทิศทางการวิจัยหรือนโยบายวิจัยที่กําหนดไว
3.3 แผนงานวิจัย
(research program) หมายถึง แผนซึ่งถูกกําหนดขึ้นเพื่อดําเนินการวิจัย ประกอบดวยโครงการวิจัย (research project) หลาย ๆ โครงการ หรืออาจเรียกวาชุดโครงการวิจัย โดย มีความสัมพันธหรือสนับสนุนซึ่งกันและกัน มีลักษณะบูรณาการ (integration) ทําใหเกิดองครวม (holistic ideology) เปนการวิจัยที่เปนสหสาขาวิชาการ (multi-disciplines) และครบวงจร (complete set) โดยมีเปาหมายที่จะนําผลงานวิจัยไปใชประโยชนอยางชัดเจน
3.4 แผนงานวิจัยยอย
(research sub-program) หมายถึง หัวขอการวิจัยภายใตแผน งานวิจัยซึ่งกําหนดลักษณะการทํางานวิจัยของโครงการวิจัย
3.5 โครงการวิจัย
(research project) หมายถึง รูปการที่กําหนดหรือคิดไวในการ ดําเนินการวิจัย โดยมีแผนการแสดงหัวขอรายละเอียดในการศึกษาคนควา วิเคราะห หรือทดลองอยาง มีระบบที่แนนอน ซึ่งหนวยงานหนึ่ง ๆ หรือหลายหนวยงานจะรวมกันดําเนินการใหเสร็จสิ้นภายใน ชวงระยะเวลาหนึ่ง
3.6 โครงการวิจัยยอย
(research sub-project) หมายถึง หัวขอการวิจัยภายใตโครงการวิจัย ซึ่งระบุถึงการวิจัยที่ดําเนินการ
3.7 งานวิจัยยอย
(research task) หมายถึง เปนขั้นสุดทายของแตละโครงการวิจัย (research project)
3.8 กิจกรรมวิจัย
(research activity) หมายถึง การแสดงหัวขอเรื่องวิจัยที่จะตองปฏิบัติ ในงานวิจัยยอย โครงการวิจัย และแผนงานวิจัย โดยใหสอดคลองและเปนลําดับกับแผนการดําเนินงาน (work plan) ที่กําหนดไว
4. ประเภทของการวิจัย
(type of research)หมายถึงการวิจัยและพัฒนา(R&D) 2
ประกอบดวย
4.1 การวิจัย
พื้นฐาน (basic research หรือ pure research หรือ theoretical research) เปน การศึกษาคนควาในทางทฤษฎี หรือในหองทดลองเพื่อหาความรูใหม ๆ เกี่ยวกับสมมติฐานของ ปรากฏการณ และความจริงที่สามารถสังเกตได หรือเปนการวิเคราะหหาคุณสมบัติโครงสรางหรือ ความสัมพันธตางๆเพื่อตั้งและทดสอบสมมติฐาน(hypothesis) ทฤษฎี(theories) และกฎตางๆ(laws) โดยมิไดมุงหวังที่จะใชประโยชนโดยเฉพาะ
4.2 การวิจัย
ประยุกต (applied research) เปนการศึกษาคนควาเพื่อหาความรูใหม ๆ และ มีวัตถุประสงคเพื่อนําความรูนั้นไปใชประโยชนอยางใดอยางหนึ่ง หรือเปนการนําเอาความรูและวิธีการ 3ตาง ๆ ที่ไดจากการวิจัยขั้นพื้นฐานมาประยุกตใชอีกตอหนึ่ง หรือหาวิธีใหม ๆ เพื่อบรรลุเปาหมายที่ได ระบุไวแนชัดลวงหนา
4.3 การพัฒนาทดลอง
(experimental development)เปนงานที่ทําอยางเปนระบบ โดยใช ความรูที่ไดรับจากการวิจัยและประสบการณที่มีอยู เพื่อสรางวัสดุ ผลิตภัณฑและเครื่องมือใหม เพื่อ การติดตั้งกระบวนการระบบและบริการใหมหรือเพื่อการปรับปรุงสิ่งตางๆเหลานั้นใหดีขึ้น
5. สาขาวิชาการ
หมายถึงสาขาวิชาการและกลุมวิชาของสภาวิจัยแหงชาติประกอบดวย
5.1 สาขาวิทยาศาสตรกายภาพและคณิตศาสตร
ประกอบดวยกลุมวิชา คณิตศาสตร และ สถิติ ฟสิกส ดาราศาสตร วิทยาศาสตรเกี่ยวกับโลกและอวกาศ ธรณีวิทยา อุทกวิทยา สมุทรศาสตร อุตุนิยมวิทยาฟสิกสของสิ่งแวดลอมและอื่นๆที่เกี่ยวของ
5.2 สาขาวิทยาศาสตรการแพทย
ประกอบดวยกลุมวิชาวิทยาศาสตรการแพทยแพทยศาสตร สาธารณสุข เทคนิคการแพทย พยาบาลศาสตร ทันตแพทยศาสตร สังคมศาสตรการแพทย และอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ
5.3 สาขาวิทยาศาสตรเคมีและเภสัช
ประกอบดวยกลุมวิชา อนินทรียเคมี อินทรียเคมี ชีวเคมี เคมีอุตสาหกรรม อาหารเคมี เคมีโพลิเมอร เคมีวิเคราะห ปโตรเลียม เคมีสิ่งแวดลอม เคมีเทคนิค นิวเคลียรเคมี เคมีเชิงฟสิกส เคมีชีวภาพ เภสัชเคมีและเภสัชวิเคราะห เภสัชอุตสาหกรรม เภสัชกรรม เภสัชวิทยาและพิษวิทยา เครื่องสําอาง เภสัชเวช เภสัชชีวภาพ และอื่นๆที่เกี่ยวของ
5.4 สาขาเกษตรศาสตรและชีววิทยา
ประกอบดวยกลุมวิชา ทรัพยากรพืช การปองกัน กําจัดศัตรูพืช ทรัพยากรสัตว ทรัพยากรประมง ทรัพยากรปาไม ทรัพยากรน้ําเพื่อการเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร ระบบเกษตร ทรัพยากรดิน ธุรกิจการเกษตร วิศวกรรมและเครื่องจักรกล การเกษตรสิ่งแวดลอมทางการเกษตรวิทยาศาสตรชีวภาพและอื่นๆที่เกี่ยวของ
5.5 สาขาวิศวกรรมศาสตรและอุตสาหกรรมวิจัย
ประกอบดวยกลุมวิชา วิศวกรรมศาสตร และเทคโนโลยีพื้นฐานทางวิศวกรรมศาสตร วิศวกรรมอุตสาหกรรมวิจัย และอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ
5.6 สาขาปรัชญา
ประกอบดวยกลุมวิชา ปรัชญา ประวัติศาสตร โบราณคดี วรรณคดี
ศิลปกรรม ภาษา สถาปตยกรรม ศาสนา และอื่นๆ ที่เกี่ยวของ
5.7 สาขานิติศาสตร
ประกอบดวยกลุมวิชา กฎหมายมหาชน กฎหมายเอกชน กฎหมาย อาญา กฎหมายเศรษฐกิจ กฎหมายธุรกิจ กฎหมายระหวางประเทศ กฎหมายวิธีพิจารณาความ และ อื่นๆที่เกี่ยวของ
5.8 สาขารัฐศาสตรและรัฐประศาสนศาสตร
ประกอบดวยกลุมวิชา ความสัมพันธระหวาง ประเทศ นโยบายศาสตร อุดมการณทางการเมือง สถาบันทางการเมือง ชีวิตทางการเมือง สังคมวิทยา ทางการเมือง ระบบการเมือง ทฤษฎีการเมือง รัฐประศาสนศาสตร มติสาธารณะ ยุทธศาสตรเพื่อ ความมั่นคงเศรษฐศาสตรการเมืองและอื่นๆที่เกี่ยวของ
5.9 สาขาเศรษฐศาสตร
ประกอบดวยกลุมวิชา เศรษฐศาสตร พาณิชยศาสตร บริหารธุรกิจ การบัญชีและอื่นๆที่เกี่ยวของ
5.10 สาขาสังคมวิทยา
ประกอบดวยกลุมวิชา สังคมวิทยา ประชากรศาสตร มานุษยวิทยา จิตวิทยาสังคม ปญหาสังคม สังคมศาสตร อาชญาวิทยา กระบวนการยุติธรรม มนุษยนิเวศวิทยาและ นิเวศวิทยาสังคม พัฒนาสังคม ภูมิปญญาทองถิ่น ภูมิศาสตรสังคม การศึกษาความเสมอภาคระหวาง เพศ คติชนวิทยา และอื่นๆที่เกี่ยว
ของ
5.11 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร
ประกอบดวยกลุมวิชา วิทยาการ คอมพิวเตอร โทรคมนาคม การสื่อสารดวยดาวเทียม การสื่อสารเครือขาย การสํารวจและรับรูจาก ระยะไกล ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร สารสนเทศศาสตร นิเทศศาสตร บรรณารักษศาสตร เทคนิค พิพิธภัณฑและภัณฑาคาร และอื่นๆ ที่เกี่ยว
ของ
5.12 สาขาการศึกษา
ประกอบดวยกลุมวิชา พื้นฐานการศึกษา หลักสูตรและการสอน การวัดและประเมินผลการศึกษา เทคโนโลยีการศึกษา บริหารการศึกษา จิตวิทยาและการแนะแนว
การศึกษา การศึกษานอกโรงเรียน การศึกษาพิเศษ พลศึกษาและอื่นๆที่เกี่ยวของ