โครงการปลูกผักสามัญประจำบ้านเพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือนของชุมชนเมือง”

       ภาวะเศรษฐกิจของไทยช่วงนี้ เรียกได้ว่า “ยุคข้าวยากหมากแพง” เห็นจะไม่ผิดเนื่องจากราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคหลายรายการขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องดังนั้นประชาชนจึงต้องวางแผนควบคุมการใช้จ่ายอย่างรัดกุม เพื่อให้อยู่รอดและฝ่าช่วงวิกฤติไปได้ โดย เฉพาะผู้อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่มีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย แต่ต้องต่อสู้กับปัญหาค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งยังต้องแบกรับภาระปัญหาน้ำมันราคาแพงซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพด้านการบริโภคอาหารด้วยแม้กระทั่งพืชผักสวนครัวซึ่งเป็นอาหารหลักที่ต้องบริโภคทุก ๆ วัน
      นายทรงศักดิ์ วงศ์ภูมิวัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความห่วงใยเรื่องค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตของคนเมืองจึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร เร่งขับเคลื่อน “โครงการปลูกผักสามัญประจำบ้านเพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือนของชุมชนเมือง” โดยมุ่งสนับสนุนให้ประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ปลูกผัก 5 ชนิด ได้แก่ มะเขือเปราะ กะเพรา โหระพา พริกขี้หนู และมะละกอไว้รับประทานเองภายในครัวเรือน ด้วยการนำภาชนะหรือวัสดุเหลือใช้ อาทิ กระถางยางรถยนต์เก่า กะละมัง  และขวดน้ำ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการปลูกผักเน้นให้ใช้พื้นที่ว่างที่มีค่อนข้างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯเบื้องต้นคาดว่าจะมีประชาชนในพื้นที่ 4 จังหวัด เข้าร่วมโครงการฯ ไม่น้อยกว่า 50,000 ราย ได้แก่ กรุงเทพฯ 12,000 ราย นนทบุรี 15,000 ราย ปทุมธานี 10,000 ราย และสมุทรปราการ 13,000 ราย จากนั้นจะเร่งจัดฝึกอบรมสมาชิกเพื่อให้ความรู้พร้อมแนะนำวิธีการปลูกผักประจำบ้านเพื่อเศรษฐกิจพอเพียงโดยมอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอจัดทำจุดสาธิตการปลูกผักในภาชนะ และการ ปลูกผักในพื้นที่ขนาดเล็กเพื่อเป็นตัวอย่างให้ผู้สนใจใช้เป็นต้นแบบนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงและกรมฯ ยังได้เตรียมสนับสนุนกล้าพันธุ์ผัก รวม กว่า 500,000 ต้นไว้ให้ผู้เข้าร่วมโครงการนำไปปลูกรายละประมาณ 10 ต้น (ชนิดละ 2 ต้น)
       นายทรงศักดิ์กล่าวอีกว่า ผักทั้ง 5  ชนิดเป็นผักที่ปลูกง่าย ให้ผลผลิตเร็วผู้ที่มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด เช่น ผู้อาศัยในคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ ทาวน์เฮาส์ หรือมีพื้นที่ว่างขนาด 1-5 ตารางเมตรก็สามารถปลูกได้โดยไม่ต้องปลูกเป็นสวนครัวแปลงใหญ่แต่อาศัยปลูกในภาชนะแทนก็สามารถให้ผลผลิตได้  เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ภายหลังผักทั้ง 5 ชนิดให้ผลผลิตและเก็บเกี่ยวบริโภคได้แล้วคาด ว่าจะสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้ครอบครัวที่เข้าร่วมโครงการฯ อย่างน้อย 120 บาท/ครอบครัว/เดือน คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 72 ล้านบาท/ปี

     “ปลูกผักไว้รับประทานเองภายในบ้าน นอกจากจะช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือนแล้วยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และได้ผักที่สด สะอาด มีความปลอดภัยซึ่งเป็นการส่งเสริมสุขภาพที่ดีในครัวเรือนทั้งยังก่อให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่ดีในชุมชนด้วย”

      นี่เป็นอีกหนึ่งโครงการฯ ดี ๆ ที่น่าลงมือทำ สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการฯพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ติดต่อได้ที่สำนักงานเขตลาดกระบัง เขตทวีวัฒนา เขตมีนบุรี และเขตตลิ่งชัน ส่วน จังหวัดนนทบุรี ติดต่อที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมือง ปากเกร็ด บางบัวทอง บางกรวย บางใหญ่และไทรน้อย ประชาชน ในพื้นที่ จังหวัดปทุมธานี สามารถติดต่อที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมือง สามโคก ลาดหลุมแก้ว ธัญบุรี คลองหลวง ลำลูกกา และอำเภอหนองเสือ จังหวัดสมุทรปราการ ติดต่อที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมือง บางบ่อ บางพลี พระสมุทรเจดีย์ บางเสาธงและพระประแดง หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมส่งเสริมการเกษตร โทรศัพท์ 0-2940-6119 ทุกวันในเวลาราชการ....

ที่มา: http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=173136&NewsType=1&Template=1