วันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๐  ผมได้บันทึกข้อความที่จดจากการสนทนา  หาความรู้จากคำบอกเล่าของคุณแม่วัฒนี สายสูง  ทำให้ทราบว่า

คุณแม่จบ ป.๔ รร.ท่าล้อ  ต.ฝายแก้ว คุณแม่เล่าว่า  แต่ก่อนโรงเรียนอยู่ที่วัดท่าล้อ ต่อมาย้ายมาอยู่ที่ปัจจุบันที่บ้างแสงดาว  ติดชื่อเดิมจึงใช้ชื่อเดิมว่า รร.ท่าล้อ

เกี่ยวกับครูนั้น คุณแม่จดจำได้เป็นอย่างดี ครูมีไม่มากเหมือนปัจจุบัน คือ ครูปลื้ม บุญศรี เป็นคนบ้านพันต้น ถึงแก่กรรม ครูศรีวรรณ สุวรรณศิลป์  เป็นคนบ้านแสงดาว และครูเหลี่ยม  เอกโภค เป็นคนบ้านสถารศ สมัยก่อนใช้กระดานชนวนเขียนหนังสือ

คุณแม่ฯ มีพี่น้อง ๔ คน (๑) พ.ต.ต.วิชิต  ธินันท์ ถึงแก่กรรมอายุ ๙๔ ปี  (๒) นางคำอ้วน ยะวิญชาญ ได้สามีเป็นครูไปอยู่ที่ อ.สันติสุข จ.น่าน (๓) นายสม ธินันท์  เป็นโสด เสียชีวิตตอนอายุ ๕๘ ปี ชอบดื่มสุรา และ (๔) คุณแม่ฯ

คุณแม่เล่าว่า ตระกูลเก่า ๆ ที่ เกี่ยวข้อง เกี่ยวดองเป็นญาติพี่น้องกัน คือ ตระกูล สายสูง ธนามี ธินันท์  เป็นต้น

เกี่ยวกับสะพานพัฒนาภาคเหนือ  เดิมก่อนสร้างมีปัญหาว่าจะหาสถานที่สร้างไม่ได้  สามีคุณแม่เป็นครูปรึกษาครอบครัวได้เสียสละที่ดินเพื่อให้เป็นสะพานผ่าน ตอนสร้างชื่อสะพานกิตติขจร

ที่ดินปัจจุบันที่อยู่อาศัยซื้อมาด้วยเงิน จำนวน ๓,๐๐๐ บาท ย้ายมาจากที่อยู่เดิมที่ยกให้หลวงเป็นทางลงของสะพานฯ  พ่อเป็นครู ชื่อครูเสริมศักดิ์ สายสูง ( สามีคุณแม่ ) พูดว่า เป็นครูเป็นผู้นำต้องเสียสละที่ดิน ส่วนค่าขนย้ายได้รับเงินช่วยเหลือ ๕ หมื่นบาทย้ายจากที่อยู่ที่ยกให้มาสร้างที่ดินปัจจุบัน  พ่อพูดว่า จู่ ๆ จะได้สะพานมานั้นไม่ง่าย เพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวม ครอบครัวเราควรต้องเสียสละ ( การมีส่วนร่วมคิดอย่างเดียวไม่ได้  ต้องคิดแล้วลงมือทำด้วยจึงจะสมบูรณ์ )

นอกจากที่ดินครอบครัวคุณแม่ที่ยกที่ดินให้หลวงเป็นที่สร้างสะพานแล้ว  มีเจ้าอื่นอีก คือ ของน้าบัวเขียว ธรรมะ ถึแก่กรรมเป็นชื่อหลาน นางลัดดา อังผาดผล ,นายวงศ์  ฝายนันชัย , นายรัตน์  ศรีนิล ถึงแก่กรรมลูกสาวชื่อนางสาวยุภา ศรีนิล  ครอบครัวอื่นยังพอมีที่เหลือจากการยกให้ ส่วนของครอบครัวแม่นั้น  ที่ผู้คนผ่านไปผ่านมาสะพานลงกลางบ้านเลย