วันเสาร์-อาทิตย์ ๙-๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา ดิฉันนั่งทำงานอยู่ที่บ้านพักภายในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช วันทั้งวันไม่ได้คุยกับใคร ทำงานออกข้อสอบปลายภาค และเรียบเรียงต้นฉบับหนังสือสำหรับงานมหกรรม KM เบาหวานครั้งที่ ๒ ที่ใกล้เข้ามาทุกขณะแล้ว
อยู่คนเดียวเลยเปิดทีวีเป็นเพื่อนไปด้วย ได้ดูการแข่งขันยกน้ำหนักหญิง เป็นกีฬาที่รู้ผลแพ้ชนะเร็ว ดูง่าย ยิ่งมีผู้บรรยายซึ่งเป็นนักกีฬาเก่า (คุณเกศราภรณ์) มาให้ข้อมูลด้วยว่าท่านั้นๆ ต้องยกอย่างไร ไหล่ต้องอยู่ท่าไหน ขาต้องยังไง ฯลฯ ก็ยิ่งทำให้เข้าใจมากขึ้น กีฬานี้ทำให้โครงร่างกายของผู้เล่นแตกต่างไปจากคนทั่วไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะต้นแขนและลำคอที่ใหญ่ขึ้น น่ายกย่องนักกีฬาเหล่านี้ที่ยอมสละความสวยความงามเพื่อกีฬาที่เขารัก
สังเกตเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างสูงของนักกีฬาทุกคน เขาคงจะเครียดมากๆ จึงต้องส่งเสียงดังๆ ออกมาเพื่อเรียกสมาธิและให้กำลังใจตัวเอง ถ้าได้ยินไม่ผิดนักกีฬาหญิงไทยคนหนึ่งร้องออกมาว่า “ไม่มีอะไรจะเสีย”
นักกีฬาบางคนมีแววตากังวลสูง เราก็เดาออกว่าเขาน่าจะยกไม่ผ่าน แล้วก็เป็นจริง นี่น่าจะเป็นเรื่องของความมั่นใจในความสามารถของตนเอง
อีกอย่างที่สังเกตได้คือผู้ที่ทำหน้าที่โค้ช สีหน้าและแววตาของโค้ช กิริยาท่าทางและการปฏิบัติต่อนักกีฬา บอกให้เรารู้ว่าโค้ชเป็นมากกว่าผู้ฝึกหัดหรือผู้สั่งสอน
ได้ดูคุณประภาวดี เจริญรัตนธารากูล แข่งยกน้ำหนักด้วย ดีใจมากๆ ที่เธอได้เหรียญทอง ชื่นชมในความพยายามอย่างไม่ย่อท้อของเธอ
ดูกีฬาแล้วก็ให้กำลังใจตัวเอง บอกว่าไม่มีงานอะไรที่ง่าย ต้องใช้ความพยายามจึงจะสำเร็จ
วัลลา ตันตโยทัย
“ไม่มีอะไรจะเสีย”
แต่ฟังแล้วก็ ตลกๆ ดี นะครับ
เชื่อเช่นกันค่ะ...อาจารย์...
"ทุกอย่างต้องใช้ความพยายาม และความเชื่อมั่นที่ดีงาม ย่อมนำพาไปสู่เป้าหมายและความสำเร็จค่ะ"...
กะปุ๋มได้รับหนังสือเชิญ และตอบรับกลับไปเรียบร้อยแล้วค่ะ
ขอบพระคุณอาจารย์มากนะคะที่ให้ความไว้วางใจ ... ให้กะปุ๋มได้ร่วมงานด้วยค่ะ
(^___^)
กะปุ๋ม
ดีจังนะครับ ที่อาจารย์ยังได้ดูโอลิมปิก แล้วได้กำลังใจ จากการดู
ผมสิ ดูแล้วเครียดเหมือนคนยกนำหนัก ที่แข่งเองเลย พอไม่ได้ดังใจก็ดันหงุดหงิดซะงั้น
สรุปว่า ดูไป ไม่ได้ให้ข้อคิด หรือประโชยน์จากการดูกีฬาเล๊ย..........
ขอบคุณ อาจารย์ครับ
ปล.
วันศุกร์นี้(15 ส.ค.) ผมมีประชุมเตรียมงาน DM KM กับทีม ได้ข้อสรุปอย่างไรจะแจ้งอาจารย์อีกครั้งครับ เผื่อมีข้อคิดเห็น
ขอบคุณคุณเอนกที่ช่วยเตรียมการ พี่ก็จะขึ้นกรุงเทพเย็นวันที่ ๑๕ เอาต้นฉบับหนังสือไปส่งโรงพิมพ์
วันนี้ตื่นตั้งแต่ตี ๓ ฝันร้ายว่าเตรียมงานไม่เรียบร้อย คนเข้าประชุมล้นงาน ป้ายชื่อยังทำไม่เสร็จ ที่ร้ายกว่านั้นคือวันแรกจัดประชุมอีกโรงแรมหนึ่งแล้วไม่ได้แจ้งวิทยากร หาเบอร์โทรศัพท์ไม่เจอ ติดต่อไม่ได้......เต้นๆๆ.... เลยนอนไม่หลับ ต้องลุกมานั่งทำงาน
ในฝันมีคุณโต้ง (ลัดดาวัลย์ วิภูษณพันธุ์) ด้วย คงเป็นเพราะตั้งใจเอาไว้ว่าจะให้โต้งช่วยดูแลความเรียบร้อยของงานเป็นหลัก