ผลผลิตหัวมันสดล้นตลาด เอทานอลประสบปัญหา

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้ไปร่วมสัมมนาเรื่อง การเพิ่มผลผลิตและการสร้างมูลค่าเพิ่มมันสำปะหลัง  ภายใต้โครงการนำร่องเขตเกษตรเศรษฐกิจสินค้าเกษตร  จัดโดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร มีผู้เกี่ยวข้องมาร่วมงานมากกว่า 500 คน เลยจะนำสาระที่ได้จากงานดังกล่าวมาเล่าให้ฟังนะคะ

  1.      ผลผลิตหัวมันสด ขณะนี้มากกว่าความต้องการ เพราะราคาในปีที่ผ่านมาสูงกว่า 2 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้เกิดแรงจูงใจเกษตรกรเพิ่มพื้นที่ปลูกและเพิ่มผลผลิตต่อไร่

  2.      ดร.วีระวุฒ  วัจนะพุกกะ จากสมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอล  ที่ใช้วัตถุดิบจากมันสำปะหลังท่านเล่าสถานการณ์ของเอทานอลล้นตลาดว่า จากนโนบายที่ไม่ชัดเจนของรัฐบาลเรื่องของการส่งเสริมน้ำมันเชื้อเพลิง E ต่างๆกับรถยนต์ทำให้ทางโรงงานไม่แน่ใจ  ไม่กล้าที่จะกำหนดเป้าหมายการผลิตรวมถึงแผนการลงทุนต่างๆ   ขณะนี้ก็เกิดปัญหากับเอทานอลที่ผลิตได้แล้ว ( ผลผลิตจาก 11 โรงงาน ที่ได้เดินเครื่องแล้ว)  การส่งออกที่ติดขัด  เนื่องจากข้อกฎหมายบังคับวุ่นวาย  ไม่ชัดเจน ทำให้มีแนวโน้มลดกำลังการผลิต  โรงงานบางแห่งประสบปัญหาการเงิน หรือกำลังถูก take overโดยบริษัทจากสิงค์โปร์ ที่กำลังไล่ล่าเข้าควบกิจการบริษัทที่ผลิตพลังงานเขียว..

  3.      ทางด้านความต้องการมันสำปะหลังเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์  นั้นก็มืดมนเพราะตั้งแต่ต้นปี 2551 นี้ยังไม่มีคำสั่งซื้อมันเม็ดมาจากทวีปยุโรป หรือ จากจีนแต่อย่างใด  ปริมาณการส่งออกเป็นไปตามคำสั่งซื้อที่ทำสัญญากันไว้ในปีที่แล้วเท่านั้น   จึงเป็นสัญญานบอกว่า ความต้องการเพื่อการส่งออกลดลง..

 

       ข้อมูลเหล่านี้  เมื่อเราได้รับฟัง..ก็เริ่มคิด.. ราคาผลผลิตมันสำปะหลังปลายปีนี้จะเป็นอย่างไร..คงไม่ถึง 2 บาทอย่างที่ผ่านมา  แล้วเกษตรกรจะทำอย่างไร..

 

       การสัมมนาคุยกันถึงเรื่อง..ทำอย่างไรให้เกษตรกรอยู่ได้..  การเพิ่มผลผลิตแบบถล่มทลาย..แต่ต้องใช้ปัจจัยการผลิตเป็นจำนวนมาก  ต้นทุนสูง  เช่น มัน 30 ตัน หรือทำมันคอนโด จะคุ้มค่ากันหรือไม่

       การปรับปรุงบำรุงดินซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง   ต้องหันมามองปัจจัยการผลิตที่มีอยู่ในท้องถิ่นเช่น ขี้หมู   ขี้ไก่  หรือการปลูกพืชตระกูลถั่วเพื่อไถกลบเป็นพืชปุ๋ยสด เช่น ถั่วพร้า  ปอเทือง   

      ต้องปลุกแนวคิดของเกษตรกรให้  ลดต้นทุนการผลิต  ให้ได้รับกำไรต่อหน่วยลงทุนที่คุ้มค่ามากที่สุด ..