เช้าวันที่ ๒ ส.ค. ๕๑ ผมได้มีโอกาสคุยกับ ผศ. ดร. หมุดตอเล็บ หนิสอ ที่ห้องอาหาร โรงแรม มาริไทม์ ที่กระบี่   คุยมาถึงเรื่องชุดโครงการวิจัยสร้างเซลล์แสงอาทิตย์แบบใหม่ ที่จะจับพลังงานแสงอาทิตย์มาเก็บไว้ในสัดส่วนที่สูงกว่าเซลล์แสงอาทิตย์ในรูปแบบหรือเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วอย่างมากมาย    เรียกว่าประเทศไทยเรากำลังหาทางพัฒนาเทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์แบบใหม่ที่ไม่มีในโลก   โดยมี ดร. วิโรจน์ ตันตราภรณ์ เป็นผู้รู้เชิงทฤษฎี    และเป็นผู้รู้ภาพรวมของโครงการทั้งหมด ซึ่งมีหลายส่วน มีนักวิจัยหลายสาขาวิชาการและหลายสถาบัน มาร่วมกันทำงานภายใต้การแนะนำของ ดร. วิโรจน์


          ดร. หมุดตอเล็บบอกว่าได้เรียนรู้มาก จากการเข้าร่วมโครงการนี้   เพราะ ดร. วิโรจน์ มีความรู้และประสบการณ์มาก   เวลามาพบเพื่อติดตามความก้าวหน้าของงาน ท่านก็มีวิธีการที่แปลก แตกต่างไปจากการติดตามงานของหน่วยงานทั่วๆ ไป    คือท่านจะไม่มาไล่บี้เอาผลงาน   แต่จะมาสอบถามความก้าวหน้าและปัญหา    แล้วท่านก็จะให้คำแนะนำแนวทางที่จะแก้ปัญหาหรือดำเนินการต่อไป   รวมทั้งเล่าเรื่องการทำงานวิจัยและพัฒนาที่ท่านมีประสบการณ์ตอนทำงานที่อเมริกา ที่บริษัท จีอี และที่อื่น   นักวิจัยในโครงการจึงได้รับความรู้และประสบการณ์หลากหลายด้าน   และทำให้การทำงานวิจัยสนุกและมีคุณค่าต่อชีวิต


          ที่จริงไม่มีใครรู้ว่าโครงการเซลล์แสงอาทิตย์แบบใหม่นี้จะทำได้จริงหรือไม่    และมีคนจำนวนไม่น้อย ไม่เชื่อว่าจะทำได้   และหนทางที่จะต้องฟันฝ่าก็ยังอีกไกล และต้องเอาชนะอุปสรรคหลายด้าน 


          ผมบอก ดร. หมุดตอเล็บ ว่า ในการทำงานใหญ่นั้น ในหลายกรณี ตัวผลสุดท้ายหรือเป้าหมายปลายทาง ยังมีคุณค่าน้อยกว่าผลที่ได้ในระหว่างทาง ที่ไม่ใช่ตัวเป้าหมาย แต่เกิดผลดีในลักษณะผลพลอยได้ หรือเรียกว่าเป้าหมายรายทาง    ขึ้นอยู่กับว่าเรามีความสามารถในการดูดซับ หรือเรียนรู้ หรือให้คุณค่า ผลดังกล่าวหรือไม่


          ผมยุให้ ดร. หมุดตอเล็บ เล่าเรื่องราวที่ได้เข้าไปร่วมงานวิจัยชุดนี้ในส่วนที่ไม่ใช่สาระทางวิทยาศาสตร์    แต่เป็นสาระเชิงสังคมระหว่างนักวิจัย   หรือสาระด้านการเรียนรู้ชีวิตนักวิจัย หรือเทคนิคในการใช้ชีวิตนักวิจัยให้น่าสนุกตื่นเต้นและได้ไมตรีระหว่างกัน


          ดร. หมุดตอเล็บ ไปเรียนต่อปริญญาโท-เอก ที่มหาวิทยาลัยนาโงยา ญี่ปุ่น ถึง ๙ ปี   ท่านเล่าว่าท่านถามตัวเองตลอดเวลาที่อยู่ญี่ปุ่นว่าเรียนฟิสิกส์ไปทำไม   ผมเดาว่าเป็นคำถามวิกฤตของชีวิตทีเดียว    โชคดีของสังคมไทยที่ ดร. หมุดตอเล็บ อดทนรอคำตอบนี้ (ที่ตัวเองต้องตอบเอง) ได้นานนม หลายปี    จนได้คำตอบ    และโชคดีที่ ดร. หมุดตอเล็บ จดบันทึกไดอารีเอาไว้   จึงน่าจะมีประสบการณ์ชีวิตการศึกษาต่อปริญญาเอกในต่างแดนมาเล่า    ผมมองว่าเป็นเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่   เพราะมันจะ inspire เยาวชน   เยาวชนของเรา ต้องการแรงบันดาลใจมากที่สุด    และการเล่าเรื่องของการฟันฝ่าความท้าทายของคนเล็กคนน้อยนี่แหละที่จะช่วยจุดประกายแรงบันดาลใจของเขา


          ผมรอเรื่องเล่า ชนิดเป็น series   คือ series ชุดโครงการวิจัยพัฒนาเซลล์แสงอาทิตย์   กับ series ประสบการณ์ ๙ ปีในการทำปริญญาเอกที่ญี่ปุ่น    จาก ดร. หมุดตอเล็บ อยู่ครับ

 

วิจารณ์ พานิช
๓ ส.ค. ๕๑