เรื่องที่ 1 แก๊งกรีดกระเป๋าในสำเพ็ง

เหตุการณ์นี้ได้พบเห็นด้วยตนเองโดยบังเอิญ เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว เพื่อนชวนไปเดินสำเพ็ง ดูของช้อปปิ้งไปเรื่อยๆ เพื่อนเข้าไปดูร้านขายผ้า เราเห็นทางเดินมันแคบเลยขอรอด้านนอก ทางเข้าร้านมีกระบอกม้วนผ้าเปล่าๆ ตั้งอยู่เหมือนเสาสองอันเป็นทางเข้า ด้านข้างที่ยืนรอเป็นกองผ้าลดราคา..ระหว่างที่ยืนรอ..เห็นลูกค้าในร้าน 2 คนเดินออกมา ดูสะดุดตา เนื่องจากคนนึงเป็นสาวผิวขาวและตัดผมหน้าม้าตรงเปรี๊ยะ (เหมือนหลุดมาจากการ์ตูน) ก็เดาได้ว่าเป็นชาวญี่ปุ่น และยังใส่ชุดสีดำขับผิวผ่าหน้าลึกหน่อย เราจึงยืนมองแบบพินิจ..เพราะไม่มีอะไรให้ดูง่ะ..พร้อมกับเพื่อนคนไทยท่าทางทันสมัย ในขณะนั้น 2 สาวก็ยืนคุยตรงทางเข้า ประมาณว่ายืนบังทางเดินเข้าออกของร้าน สักพักมีลูกค้าในร้านจะออกก็ออกไม่ได้ 2 สาวจึงหลบให้เขาเดินออกไป หลังจากนั้นสักพัก 2 สาวก็เดินออกจากร้านไป เด็กหน้าร้านตาไว พูดออกมาว่า กระเป๋าโดนกรีด..เรามองไม่ทัน .. เด็กในร้านคนอื่นออกมาถาม..เด็กหน้าร้านก็บอกว่ากระเป๋าของลูกค้าญี่ปุ่น โดนกรีด เด็กในร้านจะวิ่งออกไปบอกก็ไม่ทัน..สักพัก..เขาเดินกลับมาเหมือนลืมอะไรสักอย่าง เด็กในร้านก็เลยเอามือชี้ไปที่กระเป๋า แล้วพลิกกลับมาเห็นเป็นรูโหว่ โดนกรีด โชคดีที่ไม่มีของหายเพราะเขาสะพายกระเป๋าใบเล็กอีกใบอยู่ซ้อนอยู่ข้างลำตัว  เด็กในร้านจึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นกลุ่มหญิงที่เดินเข้ามาเหมือนมาซื้อผ้าในร้าน ติดตาม 2 สาวนี้มา แล้วพอได้จังหวะก็กรีด เพราะคนที่ขายผ้าให้ลูกค้าญี่ปุ่นบอกว่า ตอนอยู่ในร้านกระเป๋ายังดีๆ อยู่  เรายืนอยู่ด้านนอกรอเพื่อน จึงนึกได้ว่ามีคนยืนซ้อน จะเดินออกทางเดินที่เขายืนคุยกัน..ในตอนนั้นยืนเหมือนประกบอยู่อาจจะเป็นจังหวะที่เขากรีดกระเป๋า...แต่เราก็จำหน้าไม่ได้หรอก..คิดๆ แล้วมากันเป็นแก๊งค์ อย่างน้อย 2 คน น่ากลัวจริงๆ เพราะท่าทางก็คนทั่วไปเหมือนมาซื้อของเช่นกัน ดังนั้น..เวลาไปซื้อของในที่แออัด ควรจะสะพายเฉียง ให้กระเป๋าอยู่ด้านหน้า แก๊งค์พวกนี้เขามืออาชีพ..มือเบา เราไม่สามารถรู้ตัวได้เลย...

--------------------------------------------------------------
เรื่องที่ 2 แก๊งต่างชาติในเยาวราช (ที่มา : Forwarded Mail)

เที่ยงวันนี้ ได้ขับรถพาคุณแม่ไปซื้อของที่เยาวราช และจอดรถไว้ในซอยเยาวพานิชเยื้อง ๆ กับร้านอาหารตั้งใจอยู่ค่ะ  ในขณะที่จอดรถรออยู่ก็มีคนต่างชาติ เป็นชายท้วม ผิวเข้ม ออกทางแขก ๆ อายุกว่า 40 ปี เดินผ่านมาพยักหน้า  ชี้ให้เราไปดูด้านหลังรถ ตอนแรกก็ไม่สนใจ แต่นายคนนี้ก็ทำเหมือนเดิมให้เราไปดู

เหมือนมีปัญหา  รถที่ขับไปวันนี้เป็นรถกระบะด้านข้างทึบค่ะ  เราก็รีบลงไปดูว่ามีอะไรและไม่ได้ล๊อครถ ก็พบว่ามีคนเอาครีมข้น ๆ มาราดท้ายรถ ปริมาณมากพอควร เลยใช้กระดาษเช็ดออก  แต่พอกลับมากระเป๋าสะพาย 2 ใบ ของคุณแม่ที่ไม่ได้เอาไปด้วยกับกระเป๋าของเราหายไปแล้ว   หาวี่แววไม่เจอเลย ช่วงเวลาไม่เกิน 30 วินาทีค่ะ  ยอมรับว่าเป็นความสะเพร่าของตัวเองที่น่าจะเฉลียวใจ  เข้าใจว่าจะเป็นขบวนการเพราะชายต่างชาติที่บอกเรา  เราก็ดูจนเขาเดินเลี้ยวออกถนนใหญ่ไป คงมีคนอื่นที่รอจังหวะอยู่เป็นคนเปิดประตูรถอีกข้างเอาของไปของที่หายก็เงินสดรวมกันหมื่นกว่าบาท กล้องถ่ายรูปเล็ก ๆ 1 อัน เอกสารสารพัด ทั้งบัตร ปชช ใบขับขี่ พาสปอร์ตของแม่กับของป้าบัตรเครดิตนับ 10 ใบ โทรศัพท์โนเกีย 1 เครื่อง etc.  ตอนที่รู้ตัวว่ากระเป๋าหาย เหลือบเห็นตำรวจจราจรอยู่หัวมุม รีบแจ้งคุณตำรวจ  แต่โดนดุกลับในความประมาทของเราเองและบอกว่าให้ไปแจ้งความที่สน.พลับพลาชัย  นั่นคือสิ่งที่ได้รับคำแนะนำจากคุณตำรวจท่านนั้น

หลังจาก มือไม้สั่นใช้โทรศัพท์ที่ไม่ได้โดนฉกไปเพราะวางอยู่ข้างกระเป๋าไม่ได้อยู่ในกระเป๋า โทรแจ้งอายัดสารพัดบัตรเครดิต จนคุณแม่กลับมาก็พากันไปแจ้งความ คุณตำรวจก็น่ารักรับแจ้งความของหายเป็นกระบุง  ส่วนแจ้งความโดนลักทรัพย์ เป็นการแจ้งความด้วยปากเปล่าค่ะ เพราะคุณตำรวจบอกว่าเดี๋ยวจะเอาข้อมูลของเราไปแจ้งสายสืบให้ค่ะ                                                                   

ในระหว่างที่ตระเวนซื้อของกับคุณแม่จนถึงประมาณบ่าย 3 โมงกว่า จนท.แบงก์ติดต่อว่ามีคนเก็บเอกสารของเราได้อยู่แถวคลองเตยต้องขอบคุณมากในความมีน้ำใจของคุณสัญชัยฯ ที่หาทางติดต่อมาถึงเราจนได้ ปรากฎว่าได้รับคืนพาสปอร์ต 3 เล่ม ใบขับขี่(อายุกว่า 30 ปีของแม่ กับกว่า 20 ปีของเรา) กับสมุดบัญชีออมทรัพย์ 3 เล่ม  ที่ไม่ได้คืนสำคัญ ๆ คือ บัตรประชาชน บัตรเครดิตทั้งหมด บัตรเอทีเอ็ม กุญแจบ้าน กุญแจรถ ไม่รู้จะเอาไปทำมิดีมิร้ายอะไรต่อ  เป็นบทเรียน จริง ๆ ค่ะสำหรับความประมาทคราวนี้  เพราะคงต้องเปลี่ยนกุญแจบ้าน เปลี่ยนกุญแจรถให้วุ่นวายอีกตามมา

เพื่อน ๆ ช่วยบอกต่อ ๆ กันไปเพื่อให้ระมัดระวังตัวกันมาก ๆ นะคะ หากเจอลักษณะอย่างนี้ลองดูว่าจะรับมือยังไง  รูปแบบของพวก 18 มงกุฎมีเยอะมาก  คราวนี้เป็นครั้งแรกที่เจอเหตุร้ายแบบนี้" จะเอาไปบอกต่อก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์ นะคะ  เพราะไม่อยากให้เกิดกับใครเลย  ตอนนี้ระวังตัวแจ  เพิ่มอีกนิด เปลี่ยนกุญแจรถแล้วค่ะหมดไป 2 หมื่นเอง สมน้ำหน้าตัวเองมั่ก ๆ

-------------------------------------------------------------