เขียนถึงพ่อไปแล้ว คราวนี้เขียนถึงแม่บ้าง

แม่เป็นผู้หญิงธรรมดาที่ไม่ธรรมดา แม่เป็นผู้หญิงเก่งที่ขำๆ


http://photos-g.ak.facebook.com/photos-ak-sf2p/v297/193/106/728270582/n728270582_1071254_9048.jpg http://photos-h.ak.facebook.com/photos-ak-sf2p/v297/193/106/728270582/n728270582_1071255_1013.jpg


  • ตั้งแต่เด็กมาเราเห็นแม่ทำงานเหนื่อยจริงๆเพราะเป็นหมอสูติโดนตามดึกดื่นก็ต้อง ไป แต่แม่ก็มีเวลาให้ลูกๆเสมอ เย็นไหนไม่อยู่ก็ต้องโทรมาก่อน
  • เวลาว่างก็จะอยู่กับที่บ้าน แม่เป็นแม่ครัวทำกับข้าวอร่อยๆให้พวกเราเสมอ นอกจากกิจกรรมทำกับข้าวในครัวแล้วเราชอบไปซื้อกับข้าวด้วยกันทั้งที่ตลาดสดและซุปเปอร์มาร์เก็ต
  • เวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ แม่นี่แหละที่ทำให้เราชอบเดินดูตลาดสดของแต่ละที่ จะเรียนรู้วัฒนธรรมคนแต่ละถิ่นแบบเข้าถึงได้ก็ตรงนี้นี่แหละ
  • จำได้ว่าตอนอายุ 13 ไปเรียนภาษาอังกฤษที่อังกฤษ ออกจากบ้านไปอยู่ไกลๆนานๆเป็นครั้งแรก แม่เขียนมาหาว่า คิดถึงลูกมากเวลาไปตลาด เหอะๆ ขำแต่ซึ้งนะแม่
  • พูดถึงเรื่องเรียนภาษาอังกฤษ แม่เป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ดีมาก แม่จะให้ลูกๆเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ และ คอมพิวเตอร์ แม่จะเป็นคนไปรับส่งหรือไม่ก็หาครูมาสอนให้ที่บ้าน เวลาปิดเทอมแม่ก็ส่งให้ไปเรียนเมืองนอกเมืองนาอยู่หลายครั้ง แม่ลงทุนลงแรงเพราะแม่เห็นว่าภาษาอังกฤษสำคัญในชีวิต...แม่เล่าให้ฟังบ่อยๆว่าแม่ไปอยู่อเมริกา เติมน้ำมันแพง ใช้ supreme ตลอดเลย เพราะพูดออกเสียงคำว่า regular แล้วเด็กปั๊มฟังไม่ออก (ฮา) ลูกทั้งสามคนเลยมีเรื่องภาษาและการใช้คอมพิวเตอร์เป็นทักษะติดตัวมาทั้งสาม คน ต้องขอบคุณแม่มากๆ
  • พวกเราคุยกันเสมอว่าแม่กวน กวนจริงๆค่ะ แม่จะมีลักษณะการพูดที่ไม่ต้องยืดยาวแต่ได้ใจมาก ไม่ต้องมาเลคเชอร์อะไรยาวๆ แม่พูดสั้นๆแต่โดน เป็นอันรู้กันในบ้าน บางทีเราฟังแล้วต้องเอามาช่วยกันคิดต่อขำต่อกัน 3 คนพี่น้อง : )
  • แม่เป็นคนเล่าเรื่องตลกได้จังหวะจะโคนที่ลงตัวไม่เหมือนใคร คนอื่นเอาไปเล่าต่อก็ไม่ขำเท่าแม่เล่า
  • แม่เป็นคนอารมณ์ขำๆ แม่ค้าขายฝรั่งเรียกแม่ว่า อาม่า ลูกๆยืนขำกันอยู่หลังแม่ดูสิแม่จะทำไง แม่ตกใจไม่เคยมีใครเรียกชั้นอาม่า แต่แม่ไม่ด่ากลับหรอก แม่ตอบกลับไปประมาณว่า แหมตอนแรกจะซื้อถุงเดียว เรียกกันได้ งั้นอาม่าเอา 2 ถุงซะเลย ให้มันได้อย่างนี่สิ เหอะๆ
  • แม่มีเพื่อนเยอะมากๆหลากหลายกลุ่มด้วย ยิ่งตอนนี้ที่ลูกๆโตกันหมดแล้วแม่ใช้เวลากับเพื่อนๆบ่อยมากขึ้นมาก เห็นแม่อยู่กับเพื่อนแล้วก็มีความสุขไปด้วย 
  • คนไข้แม่ก็เยอะ เยอะจนทุกครั้งที่ออกนอกบ้านไปไหน แม่ต้องเจอคนไข้แม่ตามทางอย่างน้อย 1 คน แม่เป็นหมอที่ดีเป็นที่รักของคนไข้ จำได้เลยว่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัยแม่เห็นเราอ่านหนังสือเตรียมสอบวิชา oral diagnosis แม่สอนว่าเวลาจะซักประวัติคนไข้เนี่ยะ อย่าไปถามไล่เป็นข้อๆไม่มีวิญญาณ ให้ชวนคุยไปเรื่อยๆให้มันเป็นธรรมชาติ หลายๆครั้งการคุยเรื่องอื่นนี่แหละที่ทำให้เรารู้จักคนไข้ แล้วก็ช่วยการวินิจฉัยโรคได้ดีกว่าการที่มาดูโพยถามเป็นข้อๆเสียอีก

  • แม่ทำงานทั้งทางคลินิกและทางบริหาร มาเหนื่อย(ใจ)มากก็ช่วงทำงานบริหาร ดีที่ตอนนี้แม่ทำงานน้อยลงมาก ดีแล้วค่ะจะได้พัก ลูกๆโตแล้ว แม่มีเวลาทำกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น งานวาดกระเบื้อง วาดสีน้ำ ตกแต่งบ้าน (แม่เป็นคนมีทักษะการใช้มือที่ดีมากและมีหัวศิลปะ) แม่ชอบเที่ยวเหมือนพ่อ (แต่คนละแนวเดียวกัน) นอกจากนี้แม่ยังชอบคิดเมนูทำกับข้าวใหม่ๆจากการไปทานตามร้านแล้วมาคิดต่อเอง (หรือไม่ก็ไปได้สูตรโน้นสูตรนี้จากคนอื่นมาเรื่อยๆ) หรือ แม้กระทั่งการนั่งเม้าท์กับเพื่อนก็เป็นอีกกิจกรรมยามว่างของแม่ (ฮา)
  • กลับมาเรื่องการเป็นนายคน แม่เป็นคนที่ใจดีมากๆแล้วก็ไม่ถือตัว อย่างพี่เลี้ยงที่ทำงานที่บ้าน แม่ก็จะสอนว่าจริงๆเค้าก็เป็นญาติเราห่างๆ เพียงแต่คนเราโอกาสต่างกัน ให้เคารพเค้าเหมือนเป็นพี่จริงๆที่มาช่วยงานที่บ้าน ห้ามแยกชั้นวรรณะ เพื่อนเธอจะเรียกคนที่บ้านเค้าว่าคนใช้ก็ให้เค้าเรียกไป ที่บ่้านเราไม่ใช่ คนที่มาทำงานที่บ้านแต่ละคนนั้นแม่จะส่งให้เรียนต่อกศน.บ้าง วิชาตัดเย็บบ้าง หรือไม่ก็วิชาผู้ช่วยพยาบาล ใครอยากเดินไปทางไหนก็ไป ไม่ใช่ว่าต้องมาทำงานอยู่ที่บ้านตลอด (แต่ปรากฎว่าแต่ละคนอยู่ด้วยกันนานมาก พี่คนที่เป็นผู้ช่วยพยาบาลไปแล้วก็ยังกลับมาที่บ้านบ้าง) คนที่มาทำงานให้แม่ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านระยองหรือที่บ้านเขาใหญ่ แม่ก็ให้การดูแลเหมือนกันหมด แม่เป็นคุณหมอใจดีของพี่ๆป้าๆลุงๆรวมทั้งหลานๆเหล่านั้น เป็นนายที่ไม่เรื่องมาก เอาง่ายๆเข้าไว้
  • ส่วนการเป็นนายที่ทำงานนั้น แม่เป็นเหมือนพี่คนโต เวลาเฉียบก็เฉียบ เป็นไงไม่ทราบรู้แต่ว่ามีคนที่รพ.เรียกว่าแรมโบ้ (ฮา)

http://photos-e.ak.facebook.com/photos-ak-sf2p/v297/193/106/728270582/n728270582_1071260_1202.jpg    http://photos-c.ak.facebook.com/photos-ak-sf2p/v297/193/106/728270582/n728270582_1071258_534.jpg

  • แม่เป็นคนทำงานเก่งมากโดยธรรมชาติ  หัวไว ทำงานเร็ว (ลูกๆทั้งสามคนได้เชื้อทำงานเร็วนี้มา) แต่แม่ก็ไม่ได้เรียนเก่งเป็นที่หนึ่งของห้องหรืออะไรแบบนั้น แม่ยังพูดให้ฟังขำๆหลายครั้งว่า แม่ฝันว่าเข้าห้องสอบไม่ทันอีกแล้ว ระบบการศึกษามันหลอน เป็นฝันร้ายที่ติดหัวแม่มาตลอดจนโต   
  • แม่สอนให้เรามีความรับผิดชอบ มีวินัย แต่ไม่เคยสร้างความหวังอะไรให้พวกเรารู้สึกกดดัน พวกเราอยากทำให้ได้ดีเพราะรู้ว่าพ่อกับแม่จะได้ไม่ห่วง เวลาทำอะไรผิดแล้วเราจ๋อยก็เพราะรู้ว่ามันผิด เพราะไม่อยากให้พ่อแม่เสียใจ ไม่ได้รู้สึกแย่เพราะกลัวพ่อแม่จะลงโทษเลย เรื่องการให้รางวัลก็เหมือนกัน พ่อกับแม่ไม่เคยพูดว่า ทำแบบนี้นะแล้วจะได้รางวัล ไม่เคยเลยค่ะ พ่อกับแม่จะให้ทำดีเพราะว่ามันดี ส่วนการให้รางวัลนั้น พ่อกับแม่ให้เองเรื่อยๆ อยากให้ก็ให้ ไม่ต้องมีโอกาสอะไรพิเศษ
  • แม่สอนพวกเราให้ดูแลตัวเองได้ สอนให้เราอยู่เองได้ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงทุกเมื่อ แต่ทุกครั้งที่เวลาพวกเราลูกๆมีปัญหาติดขัดอะไรแม่จะช่วยคิดและมักจะมีทางออกที่เหนือชั้นเสมอ หรือไม่แม่ก็จะพูดว่า ไว้ค่อยๆคิดไป (ไม่ต้องรีบจะเอาคำตอบตอนนี้)
  • จำได้ว่าตอนน้องสาวคนกลางมีปัญหารำคาญเพื่อนที่ทำงาน อึดอีดไม่รู้จะทำอย่างไร น้องบอกว่า ยัยคนนี้คิดอะไรแปลกๆไม่เหมือนชาวบ้าน อยู่ด้วยแล้วอึดอัด จะเปลี่ยนความคิดเค้ายังไงดี แม่พูดสั้นๆว่า เราเองก็แปลกเหมือนกัน แล้วแม่ก็สอนว่า เวลาเจอคนที่นิสัยแปลกเราไม่เคยเจอ ก็เก็บไว้เป็นกรณ๊ศึกษาสิ สะสมไป คิดซะว่า เออ คนแบบนี้ก็มีในโลกนี้ด้วยเว้ย ไม่ต้องคิดจะไปเปลี่ยนอะไรเค้า พยายามเข้าใจเค้า เข้าใจในเหตุการณ์ก็โอเค
  • แม่ทำให้พวกเราเข้าใจว่า คนเราจะมีปัญหาก็เพราะเราทำให้มันเป็นปัญหา แม่เป็นคนใจเด็ด ตัดสินใจอะไรเฉียบขาด แม่จะทำเรื่องใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องเล็กได้เสมอ แม่้กระทั่งเรื่องการผ่าตัดบาสพาสของแม่เอง แม่โทรมาจากรพ.บอกว่าฉีดสีตรวจแล้วนะ ตันจริงๆ คืนนี้จะนอนรพ.นะ ไว้จะผ่ามะรืนนี้ หมอเก่ง แม่จะผ่าที่นี่แหละ ไม่ต้องห่วง...จบ (แม่ผ่าที่รพ.ที่ตอนนั้นแม่เป็นผู้บริหารอยู่ ไม่ยอมไปผ่าที่รพ.ดังๆด้านหัวใจที่อื่น) พ่อก็เด็ด แม่ก็เด็ด เรารู้ว่าบายพาสมันเป็นเรื่องใหญ่แต่ก็ไม่มีใครตกใจ เสียขวัญ เพราะพ่อกับแม่นิ่งมาก (ดูหน้าพ่อก็รู้ว่าพ่อห่วงมากแต่พ่อไม่ตีโพยตีพายใดๆ) ส่วนน้องสองคนบอกว่าไม่รู้เลยด้วยซ้ำจนไปเยี่ยมแม่แล้วเห็นมีสายระโยงระยาง แม่ก็ยังไม่ฟิ้นถึงได้รู้ว่ามันเป็นเรื่องใหญ่นะนี่
  • พูดถึงเรื่องนิ่ง ก็นึกขึ้นมาได้ว่า เมื่อครั้งที่เราไปเที่ยวล่องแก่งทีลอจ่อกันทั้งบ้าน บรรยากาศมันดีมากจน แม่พูดออกมากว่า "โอ๊ย...สวยๆ นี่ขนาดเราเป็นพวกตื่นเต้นยากนะเนี่ยะ" ... แปลว่าที่นั่นสวยมากจริงๆค่ะ : )
  • เราทั้ง 5 คนไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันมาหลายปีแล้ว ปีนึงเจอกันครบทั้งบ้านก็ไม่กี่อาทิตย์แต่เราก็ยังเป็นครอบครัวที่อบอุ่นแบบไม่เน่าดี อบอุ่นแบบกวนๆ : P ดูรูปครอบครัวนึกถึงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันแล้วไอ้ใหญ่มันก็จะขี้แยอีกแล้ว! เดี๋ยวน้องใหม่จะมาปลอบ ส่วนไอ้จิ๋วคงช่วยไม่ได้ เพราะพ่อกับแม่ยังเรียกจิ๋วบ่อยๆว่าวิไลวรรณ ๕๕๕๕๕๕
  • เรื่องสุดท้ายที่จะบันทึกไว้ก็คือ การเป็นตัวอย่างของความกตัญญูกตเวที แม่ดูแลคุณตาคุณยายได้ดีมากๆจนท่านจากไป คุณตาคุณยายโชคดีมากๆค่ะที่มีลูกดีๆทั้งนั้น
  • พวกเรา 3 คนรับรองว่าจะดูแลแม่อย่างดีเช่นกัน รักแม่มากๆจ้า

http://photos-e.ak.facebook.com/photos-ak-sf2p/v113/193/106/728270582/n728270582_242180_2352.jpg http://photos-a.ak.facebook.com/photos-ak-sf2p/v297/193/106/728270582/n728270582_1071256_4019.jpg





http://photos-c.ak.facebook.com/photos-ak-sf2p/v181/193/106/728270582/n728270582_529082_7522.jpg   http://photos-f.ak.facebook.com/photos-ak-sf2p/v297/193/106/728270582/n728270582_1071253_6282.jpg


ปล. พ่อกับแม่เป็นคู่ที่น่ารักมาก ถึงแม้จะกวนกันตลอด : P แม่เป็นแม่ดีเด่นแล้วยังเป็นตัวอย่างการเป็นภรรยาที่ดี

คือ เข้าใจและอดทน (มาก) เพราะบางครั้งพ่อเราก็เหลือเกิน (ฮา)

พวกเรามีครอบครัวที่อบอุ่นจริงๆ รักพ่อกับแม่มากค่ะ


http://photos-f.ak.facebook.com/photos-ak-sf2p/v297/193/106/728270582/n728270582_1071261_4532.jpg

[รอมานาน เลยเขียนซะยาวเลย]