วิธีจัดการกับนักเรียนที่ชอบเล่นมากกว่าเรียน ทำจริงได้ผลจริง ทดลองแล้ว


"เธอนี่เหมือนลูกวัวหลุดคอกเลยจริง ๆ ไม่รู้เรื่องสักอย่าง เล่นอย่างเดียว"

   สืบเนื่องจากบันทึก"รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี ( สุภาษิตที่กำลังสูญพันธุ์) " ผู้เขียนซึ่งสอนประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เจอปัญหาที่อยากปล่อยวาง คิดว่าแล้วแต่เวรแล้วแต่กรรมของนักเรียนแต่ละคนก็แล้วกัน  แต่เวรกรรมของครูดูจะมีมากกว่าของนักเรียน เมื่อเจอเข้ากับโครงการป.2 อ่านคล่องพูดเก่งของเขตพื้นที่การศึกษาเข้า ได้ไปอบรมและรับทราบมาว่าจะมีการสอบการอ่าน การเขียน นักเรียนเป็นรายบุคคลทุกคน  ผู้บริหารก็สั่งตรงลงมาว่าครูต้องจัดการหาวิธีการทำให้นักเรียนผ่านเกณฑ์ให้ได้  มีการติดตามและให้รายงานเป็นระยะ  ไม่ทำไม่ได้  ทำในเวลาไม่ได้ก็ต้องหาเวลานอก  ผู้สอนก็อยากสอนทั้งซ่อมทั้งเสริมอยู่หรอก แต่คุณลูกศิษย์ที่รักไม่ยอมให้ความร่วมมือเลย  ในเวลาเรียนท่านเล่น  แล้วเวลาพัก เวลานอกท่านจะยอมเรียนหรือ (ทีนี้ความทุกข์ก็บังเกิดอย่างท่วมท้นเสียยิ่งกว่าสามีแอบไปมีกิ๊กเสียอีก เพราะจะไปอาละวาดเอากับใครก็ไม่ได้ ) พอบอกนักเรียนที่ทำงานเรียบร้อยแล้วไปเล่นได้  ท่านวิ่งปร๋อออกนอกห้องก่อนใคร เลยได้สมญานามว่า "ลูกวัวหลุดคอก"  นักเรียนคนนี้เป็นลูกวัวหลุดคอกมาเป็นเวลา เกือบ 3 เดือนนับตั้งแต่เปิดเทอมมา  สุดท้ายผู้เขียนคิดว่า ในเมื่อใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ แล้วไม่ได้ผล ลองกลับไปหาวิธีดั้งเดิมบ้างคงไม่เสียหายอะไร  จึงจัดห้องเรียนใหม่ให้มีพื้นที่ว่างหน้ากระดานพอสำหรับให้นักเรียนนั่งได้ทุกคน  ไม่มีสมุด ไม่มีดินสอ ไม่มีสิ่งใดติดมือมาสักชิ้นเดียว  แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มนั่งเป็นแถว เวลาฝึกอ่านนักเรียนทุกคนต้องตามองกระดานหรือแผนภูมิคำพื้นฐาน ห้ามมองหน้าครู ( มองหน้าครูก็ไม่เห็นตัวหนังสือซิ)แผนภูมินี้ใช้เยอะมาก ได้ผลดี แผ่นหนึ่งมี 4 - 5 แถว แถวละ 10-11 คำ  เริ่มจากสะกดตามครูทีละคำ สะกดพร้อมกัน แล้วอ่านเป็นคำ วันแรกอ่านแผนภูมิแถวแรกประมาณ 10 คำ แล้วให้คัดคำทั้ง 10 ลงสมุดและแต่งประโยค วันที่สองอ่านทบทวนคำเก่า จนได้ทุกคำทุกกลุ่ม เน้นว่าแรก ๆ เอาแค่เป็นรายกลุ่มก่อน (พอนักเรียนอ่านได้ก็ยกยอไปว่ากลุ่มลูกวัวหลุดคอกอ่านได้แล้วเก่งจัง กลุ่มอื่นจะยอมแพ้ลูกวัวไหม ) แล้วค่อยเริ่มคำในแถวที่ 2  ทำอย่างนี้จนครบทั้ง 4 แถว แผนภูมิหนึ่งแผ่นใช้เวลา 4 วัน ได้คำประมาณ40-44 คำ จึงขึ้นแผนภูมิแผ่นต่อไป  ในการแต่งประโยคนักเรียนคนอื่นก็ให้ทำเอง  ลูกวัวหลุดคอก ก็ต้องมายืนทำที่โต๊ะครู แรก ๆ ครูช่วยคิดประโยคง่าย ๆ ให้นักเรียนเขียนโดยช่วยกันสะกดทีละคำทั้งครูทั้งนักเรียน จนหลัง ๆ นักเรียนจะสามารถคิดประโยคได้เอง แต่ยังเขียนไม่ถูก ครูก็ช่วยสะกดให้ฟัง ทำจนครบ วันละ 10-11 ข้อ จึงปล่อยให้ไปเล่นได้ ทำทุกวันโดยใช้เวลาประมาณ  2  เดือน ลูกวัวหลุดคอกก็อ่านคำพื้นฐานที่จะสอบได้ทุกคำที่สอน ( เพราะคำพื้นฐานมีพันกว่าคำ จึงเลือกสอนเป็นบางคำประมาณ 450 คำ เนื่องจากเวลาจำกัด)  การเขียนก็พอเอาตัวรอดได้  ที่สำคัญหลังการประเมินผู้เขียนได้นำคำที่เหลือทั้งหมดที่สอนไม่ทันมาให้นักเรียนฝึกอ่านแล้วจดไปทำเป็นการบ้านแต่งประโยคทุกวันวันละ 1 แถวเหมือนเดิม  นักเรียนคนนี้ขอทำที่โรงเรียน โดยพัฒนาขึ้นคือนั่งทำที่โต๊ะตนเอง ( ก็ใกล้กับโต๊ะครูที่สุด) เมื่อนึกไม่ออกเขียนไม่ได้ค่อยถามครู ด้วยเหตุผลอันแสนน่ารักว่า กลับบ้านจะได้เล่นได้เต็มที่ ผู้เขียนเลยรอดด้วยประการฉะนี้แล บางทีของโบราณอาจดูไม่น่าสนใจ นำเสนอผลงานไม่ได้  แต่ใช้ได้ผลดี ไม่ยาก ไม่แพง ไม่เสียค่าลิขสิทธิ์ ใครสนในนำไปประยุกต์ใช้ดู ก็ไม่ว่ากัน  ผู้เขียนยอมเป็นคนเชย ล้าสมัย หากจะทำให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้จริง  ยังมีวิธีการเชย ๆอีกอย่างที่อยากนำมาเล่าสู่กันในหมู่คนหัวอกเดียวกัน  ถ้ายังไม่เบื่อหรือคิดว่าไม่ได้เรื่องราวอะไร ผู้เขียนจะแวะมาทักทายด้วยความเชยที่เต็มใจยิ่ง...แล้วค่อยพบกันใหม่....อ่านแล้วคิดเห็นเป็นอย่างไรพร้อมรับความคิดเห็นทุกเวลา...ขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับเพื่อนหัวอกเดียวกัน

หมายเลขบันทึก: 199781เขียนเมื่อ 9 สิงหาคม 2008 14:50 น. ()แก้ไขเมื่อ 22 มิถุนายน 2012 15:35 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (1)

สวัสดีตอนเช้าค่ะ

ยินดีที่ได้รู้จัก เข้ามาอ่านและมาให้กำลังใจค่ะ

ได้เรียนรู้เรื่องราว ปัญหาที่พวกเราเจอคล้าย ๆ กัน

เป็นประจำ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี