นางสาวชุณหจิต สังข์ใหม่ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนามาตรฐานระบบพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า หลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2551 ที่ผ่านมา ครม.มีมติช่วยเหลือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการสร้างแล้วในเบื้องต้น 4 ข้อ หลังจากประสบปัญหาต้นทุนในการก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้น จากราคาน้ำมันและเหล็กที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง   อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมายังมีหลายหน่วยงานที่ยังไม่ดำเนินการตามมติ ครม. อาทิ  การปรับราคากลางใหม่ โดยหน่วยงานราชการอ้างว่ายังไม่ได้รับหนังสือเวียนแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร ทำให้ผู้ประกอบการยังคงได้รับความเดือดร้อนอยู่

ในส่วนของกรมบัญชีกลางนั้น พร้อมให้ความช่วยเหลือตามมติ ครม.ที่อนุมัติเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2551  รวม 11 ข้อ เป็นการชั่วคราว ได้แก่ การปรับค่าเคใหม่ ที่ผ่อนผันวิธีการคำนวณค่าเคให้หักในอัตราบวกลบ 2% และการขยายเวลาสร้างงานเพิ่มได้ 180 วัน เป็นต้น  โดยผู้ประกอบการต้องรีบส่งหนังสือขอความช่วยเหลือมายังส่วนราชการที่ลงนามสัญญาก่อสร้าง ภายในวันที่ 18 สิงหาคมนี้ เพื่อให้ทัน 90 วันหลังจาก ครม.อนุมัติ  

ทั้งนี้เงื่อนไขที่จะมีการพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ผู้รับเหมา ต้องเป็นงานก่อสร้างตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม2550-30 กันยายน 2551 เฉพาะสัญญาจ้างที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จและส่งมอบงานงวดสุดท้ายเท่านั้น ส่วนปัญหา ที่หน่วยงานรัฐยังไม่ดำเนินการปรับราคากลางนั้น เนื่องจากต้องรอคำสั่งจากผู้บริหารกระทรวงก่อน ซึ่งขณะนี้หลายกระทรวงได้เริ่มส่งหนังสือเวียนเพื่อแจ้งให้หน่วยงานในสังกัดปฏิบัติตามแล้ว

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ กล่าวว่า ในส่วนของการปรับสูตรคำนวณค่าเคใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง แทนสูตรเดิมที่ใช้มานานกว่า 20 ปี ขณะนี้ทางสำนักงบฯ กำลังเร่งดำเนินการอยู่ นอกจากนี้สำนักงบฯ ได้เพิ่มวงเงินช่วยเหลือผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างในปีงบประมาณ 2552 อีกหลายพันล้านบาท จากปกติที่จะใช้เงินช่วยเหลือผู้ประกอบการจากค่าเคปีละ 1,000-2,000 ล้านบาทเท่านั้น

แนวหน้า  โพสต์ทูเดย์  กรุงเทพธุรกิจ 

ไทยโพสต์ (คอลัมน์จับประเด็น)  8  ส.ค. 2551