ทีดีอาร์ไอ-รมช.คลัง หนุนเปิดเสรีจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เชื่อเอกชนไทยปรับตัวได้
นายสมเกียรติ จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาเศรษฐกิจส่วนรวมและการกระจายรายได้ สถาบัน เพื่อการวิจัยแห่งประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวในการสัมมนา “ก้าวแรกการจัดซื้อโดยรัฐกับการเปิดการค้าเสรีระหว่างประเทศ” จัดโดยกรมบัญชีกลาง ว่า การเปิดเสรีจัดซื้อจัดจ้างเพื่อให้เอกชนในและต่างประเทศเข้าร่วม จะทำให้รัฐบาลประหยัดงบประมาณก่อสร้าง หรือจัดทำโครงการได้ถึง 330-3,000 ล้านบาทต่อปี นอกจากนั้น จะผลักดันให้เอกชนไทยพัฒนาศักยภาพ สามารถชนะการประมูลโครงการขนาดใหญ่อีกหลายโครงการ
นายสมเกียรติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาโครงการลงทุนของรัฐที่มีขนาด 200-300 ล้านบาท เช่น ระบบชลประทาน การสร้างถนน-สะพานในประเทศเมื่อมีการเปิดประมูลแบบเสรี ปรากฏว่าผู้ประกอบการไทยชนะทุกโครงการ ทั้งนี้ โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างที่ใช้แรงงาน เครื่องมือ เครื่องจักร เพื่อก่อสร้างในประเทศไทย เอกชนไทยจะได้เปรียบมาก แต่หากเป็นโครงการที่ปรึกษาใช้เทคโนโลยีสูงยังสู้ต่างชาติไม่ได้
นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมช.คลัง กล่าวว่า จำเป็นจะต้องเร่งพัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นธรรมและทันสมัย เพื่อสนับสนุนการเคลื่อนย้ายเงินทุน สินค้าและบริการระหว่างประเทศได้อย่างเสรี โดยเฉพาะที่ทำความตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ด้วย เช่น ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ทั้งนี้ จะช่วยให้ภาครัฐและเอกชนไทยสามารถส่งออกสินค้าและบริการได้มากขึ้น
นายสุชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยมีปัญหาเรื่องการตรวจสอบความโปร่งใส จนทำให้คนไม่มีกำลังใจทำงาน ตอนนี้โครงการลงทุน ต้องใช้การกู้เงินเป็นหลัก จากเดิมที่ต่างชาติเสนอตัวมาลงทุน “ขณะนี้เห็นว่าเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติเดินผ่านไทยไปลงทุนในเวียดนาม หรือตอนใต้ของจีนหมด คาดว่าน่าจะใช้เวลาก็อีก 2-3 ปี ถึงกลับมาเหมือนปี 2547-2548” นายสุชาติ กล่าว
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ปัจจุบันการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมีมูลค่า 5-15% ของจีดีพี ซึ่งแต่ละประเทศเริ่มได้ความสำคัญมากขึ้น
โพสต์ทูเดย์ 8 ส.ค. 2551