แนวโน้มการศึกษาด้านคติชนวิทยา ความเชื่อ ปรัชญาและศาสนา

การศึกษาคติชนวิทยาในประเทศไทยเริ่มขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5  เป็นการบันทึกเพลงกล่อมเด็กในหนังสือดรุโณทยาน  ต่อมาในรัชกาลที่ 6 ได้มีการรวบรวมหลักฐานที่เป็นเอกสารชำระวรรณกรรมไทย มีการรวบรวมข้อมูลด้านคติชนวิทยาไว้เป็นหลักฐานคือข้อมูลคติชนประเภทเพลงกล่อมเด็ก ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงให้รวบรวมไว้ ณ หอสมุดวชิรญาณ  และมีการจัดพิมพ์เพลงกล่อมเด็กขึ้นใน พ.ศ. 2471 ผลงานของพระยาอนุมานราชธน(เสฐียรโกเศศ)ในชุด วัฒนธรรมไทย ประเพณีไทย และงานของบรรจบ  พันธุเมธาด้านคติชนวิทยาจัดว่าเป็นการศึกษายุคบุกเบิกด้านคติชนวิทยา  งานด้านคติชนวิทยาเริ่มแพร่หลายโดยการนำของกิ่งแก้ว  อัตถากร ผู้สำเร็จปริญญาเอกทางด้านคติชนวิทยาคนแรกจากสหรัฐอเมริกา (2514) ท่านได้สอนวิชาวัฒนธรรมท้องถิ่นในวิทยาลัยครูหลายแห่ง (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยราชภัฏ) และได้จัดประชุมสัมมนาเพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านคติชนรวมทั้งการเสนอให้มีการใช้คำ คติชน (Folk lore) แทนคำว่า คติชาวบ้าน  ดังนั้น ศาสตร์หรือวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวบ้านในชุมชนใดชุมชนหนึ่งหรือสังคมใดสังคมหนึ่งเรียกว่า คติชนวิทยา

                    เอกสารงานค้นคว้าด้านคติชนวิทยาย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาหรือสภาพของสังคม  คติชนวิทยาจึงให้ความรู้ทางวัฒนธรรมที่ครอบคลุมเกี่ยวกับความเชื่อ การละเล่น ภาษิตและปริศนา การละเล่นพื้นบ้าน คติชนประเภทอื่น รวมทั้งคติชนประเภทมุขปาฐะ  คติชนวิทยาจึงมีบทบาทต่อวิถีการดำเนินชีวิตของชาวไทยมาทุกยุคทุกสมัยสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกับคติความเชื่อและปรัชญาทางศาสนาด้วย  จึงขอกล่าวถึงในลักษณะกว้าง ๆ   ดังจะยกตัวอย่างเพียงเพลงสำหรับเด็กหรือเพลงเด็กให้เห็นถึงบทบาทของเพลงเด็ก  เพลงเด็กมีความหมายครอบคลุมถึงเพลงกล่อมเด็กที่ผู้ใหญ่ร้องกล่อมเด็กให้เด็กหลับและเพลงร้องเล่นของเด็กที่เป็นบทเพลงสั้น ๆ มีคำสัมผัสคล้องจองอย่างต่อเนื่อง  เนื้อร้องอาจเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพของสังคม ปัจจุบันทางโรงเรียนได้นำเพลงเด็กมาใช้สอนในโรงเรียนหรือแต่งขึ้นให้เด็กร้องและเป็นการสอนให้เด็กมีระเบียบวินัยและตรงต่อเวลา เช่น  เพลงตรงต่อเวลา ซึ่งมีเนื้อร้องว่า

                    ตรงต่อเวลา                                           พวกเราต้องมาให้ตรงเวลา

                    ตรง ๆ ๆ เวลา                                       พวกเราต้องมาให้ตรงเวลา

                    วันคืนไม่เคยคอยท่า                            วันเวลาไม่เคยคอยใคร

หรือเพลงร้องเล่น เช่น เพลงร้องโต้ตอบ ระหว่างเด็ก 2 กลุ่ม ซึ่งมีเนื้อร้องว่า

                    แม่งูเอ๋ย                                                  เอ๋ย

                    กินน้ำบ่อไหน                                      กินน้ำบ่อทราย ย้ายไปก็ย้ายมา

                                                                                    กินน้ำบ่อโศก โยกไปก็โยกมา

                                                                                    กินน้ำบ่อหิน บินไปก็บินมา

                    กินหัวกินหาง                                       กินหัวตลอดหาง (หรือ) กินกลางตลอดตัว