แนวโน้มการศึกษาด้านกฎหมายไทย

การศึกษาทางด้านกฎหมายไทยที่ผ่านมาเป็นการศึกษาวิวัฒนาการของกฎหมายไทยตั้งแต่แรกมีหลักฐานในสมัยสุโขทัยจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น  การปฏิรูปกฎหมายไทยในช่วงรัชกาลที่ 5-7  ระบบกฎหมายไทยหลังการเปลี่ยนแปลง พ.ศ. 2475  กระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมาย  เมื่อไทยได้เปิดประเทศทำสนธิสัญญาเบาว์ริงกับอังกฤษ (พ.ศ. 2398) และประเทศตะวันตกอื่น ๆ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ผลกระทบ (impacts)ด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรมจากอารยธรรมตะวันตกส่งผลให้สังคมไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านเศรษฐกิจ แนวคิดทางการเมืองการปกครองและสังคมวัฒนธรรม  การทำสนธิสัญญากับต่างประเทศทำให้ชาวต่างชาติมีสิทธิสภาพนอกอาณาเขตในพระราชอาณาจักรไทยเราต้องยกเว้นการใช้อำนาจศาลและกฎหมายไทยแก่คนต่างประเทศตามสนธิสัญญาเบาว์ริง  จึงจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายเดิมที่บัญญัติไว้ในคัมภีร์พระธรรมศาสตร์เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์บ้านเมืองที่เจริญขึ้นตามกาลสมัย  ดังจะเห็นได้จากการที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงใช้พระราชอำนาจในการตรากฎหมายเพื่อควบคุมการบริหารประเทศในฐานะผู้ออกกฎหมายอย่างแท้จริง (โปรดดูในหน่วยที่ 9 ประเด็นในการศึกษาทางด้านกฎหมาย) ให้มีผลบังคับใช้ในรัชสมัยของพระองค์ และนำไปสู่การปฏิรูประบบกฎหมายไทยในรัชกาลที่ 5 และรัชกาลต่อ ๆ มาจนประเทศไทยได้รับสิทธิสภาพนอกอาณาเขตอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่ พ.ศ. 2481 เป็นต้นมา

            เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาสู่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตั้งแต่ พ.ศ. 2475 จนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2550) เป็นเวลา 75 ปี  ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญและธรรมนูญการปกครองประเทศถึง  17 ฉบับปัจจุบันคือฉบับที่ 18 ซึ่งเป็นร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช... เป็นฉบับซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาร่างรัฐธรรมนูญมีทั้งหมด 299 มาตรา ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีสาระสำคัญและวัตถุประสงค์เพื่อ จะแก้ปัญหาของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ที่ก่อให้เกิดการผูกขาดอำนาจรัฐและการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม การดำเนินการทางการเมืองที่ขาดความโปร่งใส ไม่มีคุณธรรมและจริยธรรม ระบบการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐที่ล้มเหลว  และการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนยังไม่ได้รับการคุ้มครองและส่งเสริมอย่างเต็มที่ (คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550:1) สาระสำคัญดังกล่าว จึงมุ่งที่จะแก้ปัญหาใน 4 แนวทาง คือ

1.       การคุ้มครอง ส่งเสริม และการขยายสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่

2.       การลดการผูกขาดอำนาจรัฐและขจัดการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม

3.       การทำให้การเมืองมีความโปร่งใส มีคุณธรรมและจริยธรรม