เครือข่ายการจัดการความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัย ครั้งที่ ๑๓  มอ. เป็นเจ้าภาพ    จัดที่กระบี่ เรื่อง “การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ (Research Utilization)” 

 

วันที่ ๑ ส.ค. ๕๑
          ผมพูดเรื่อง “การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์”   ดู PowerPoint ประกอบการบรรยายได้ที่นี่  ตามด้วยการ ลปรร. ในกลุ่มใหญ่ ๔ ด้าน คือด้านการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยต่อ (๑) การเรียนการสอน  (๒) การปฏิบัติงานประจำ  (๓) ด้านชุมชน  (๔) ด้านเชิงพาณิชย์ 
          ด้านประโยชน์ต่อการเรียนการสอน รศ. ดร. นิสันต์ สัตยาศัย มข. นำเสนอผลงานวิจัยพัฒนาเครื่องใช้ในห้องปฏิบัติการ ใช้ในการเรียนการสอนก็ได้  ใช้ในงานวิจัยก็ได้    คือเครื่องมือทำ Western Blot KKUNP-T1   กับเครื่องมือทำ Horizontal Gel Electrophoresis KKUNP-T1   มีการจดสิทธิบัตร และบริษัทเอกชนนำไปผลิตจำหน่าย โดยผ่านศูนย์บ่มเพาะเทคโนโลยีของ มข. 
          ด้านประโยชน์ต่องานประจำ   รศ. ดร. ศันสนีย์ ไชยโรจน์ มม. นำเสนอ R2R ของกองบริหารงานวิจัย ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ และคณะอื่นๆ ในการพัฒนาระบบ ความปลอดภัยทางชีวภาพ   เป็น R2R เพื่อพัฒนาระบบการจัดการงานวิจัย
          ด้านชุมชน มี ๒ ท่าน คือ อ. สอรัฐ มากบุญ มอ. สุราษฎร์ธานี เล่าเรื่อง ประสบการณ์ในการทำวิจัยและใช้งานวิจัยให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชน   และ รศ. ดร. จิระวัฒน์ พิระสันต์ มน. เล่าเรื่องการพัฒนาเซรามิคแนวป้าปุ้ยกับแนวลุงขอม    เป็นการเข้าไปเป็น “คุณอำนวย” การเรียนรู้และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เซรามิคพื้นบ้าน ไปพร้อมๆ กับการทำงานวิจัยเชิงวิชาการ  
          ด้านการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ มี ๒ ท่าน คือ ผศ. ดร. หมุดตอเล็บ หนิสอ มวล. เล่าเรื่องการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีพลาสม่า เป็นเทคโนโลยีอบแห้ง  พัฒนาเทคโนโลยีทำความสะอาดมังคุด และตรวจสอบความเป็นแก้วของเนื้อมังคุด   และพัฒนาเทคโนโลยีโอโซน ใช้บำบัดน้ำเสีย   นอกจากนั้นยังได้เล่าความในใจ ตอบคำถามตนเอง ที่ ถามตัวเองเป็นเวลาหลายปี ว่าเป็นนักฟิสิกส์เพื่ออะไร    และ ผศ. ดร. สมฤทัย จิตภักดีบดินทร์ คณะเภสัชศาสตร์ มอ. เล่าเรื่องวิธีคิด และดำเนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์บะหมี่ลดความอ้วน  กาแฟลดละเลิกบุหรี่    ท่านมีข้อได้เปรียบที่มีวิธีคิดที่ไม่เหมือนคนทั่วไป   และเป็นเภสัชกรที่เรียนปริญญาเอกด้านเทคโนโลยีอาหารเมื่ออายุมาก   จึงมีความรู้ข้ามศาสตร์

          ตอนบ่ายมีพิธีลงนามการรวมตัวกันเป็นเครือข่าย UKM ช่วงที่ ๒ อีก ๓ ปี   แล้ว ลปรร. ในกลุ่มใหญ่ต่ออีก ๒ เรื่อง   คือ รศ. ดร. ประพฤติ ของ มมส.  กับ ดร. ศักดิ์พงศ์ หอมหวนของ มรภ. มหาสารคาม
 
          ช่วงหลังของภาคบ่ายเป็นการ ลปรร. กลุ่มย่อย ๔ กลุ่ม ตามชื่อข้างบน  
          ผมประชุมแยกกลุ่มกับ อ. พิชิต รองอธิการบดี มอ. เรื่องการจัดประชุมมหกรรม R2R ภาคใต้    ร่วมมือกับ สวรส.    แล้วไปประชุมผู้บริหารเครือข่าย UKM   ได้รับรู้ด้วยความชื่นใจว่าการมีเครือข่าย UKM ได้ก่อคุณูปการต่อมหาวิทยาลัยสมาชิก   ทำให้ได้เห็นคุณค่าของ KM   รู้จักใช้ KM เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาหรือสร้างการเปลี่ยนแปลงแนว positive change (เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงวัฒนธรรม)   สร้างบรรยากาศ “งานได้ผล คนเป็นสุข”  การมาประชุมกันทุกๆ ๓ เดือนทำให้เกิดการกระตุ้นการขับเคลื่อนภายในมหาวิทยาลัยสมาชิก    และได้เก็บเกี่ยววิธีการดีๆ เอาไปปรับใช้   และการ ลปรร. มีผลสร้างแรงบันดาลใจซึ่งกันและกัน
          ตกลงกันว่า UKM14 ที่ มมส. เป็นเจ้าภาพ กำหนดวันที่ ๓ – ๔ ธ.ค. ๕๑   หัวข้อนวัตกรรมการเรียนการสอน (R2R ด้านการเรียนการสอน)    โดยในวันที่ ๑ – ๒ ธ.ค. อาจมีการประชุมมหกรรม KM ภูมิภาคอีสาน และอาจมีการลงไปศึกษากับปราชญ์ชาวบ้านในพื้นที่

 

๒ ส.ค. ๕๑
          รายงานผลการประชุม ลปรร. ในกลุ่ม
กลุ่มใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
          รายงานโดย ผศ. ดร. ศจี สุวรรณศรี มน. ทำวิจัยข้าวหอมมะลิ
          อ. ทนงศักดิ์ มมส. ๒๑ สิทธิบัตร    สุรพล มข. มีสิทธิบัตรมาก เครื่องทำขนมจีน  petroethanol    ผศ. สมศรี มม. อาหารสุขภาพ    ศจี อนุสิทธบัตร ๑    มอ. มี TLO – Technology Licensing Office  
          สถาบันส่วนใหญ่มีหน่วยงานดูแลทรัพย์สินทางปัญญา    ทำวิจัยตาม value chain   ใช้พลังของบัณฑิตศึกษาเข้าร่วม แต่มีทั้งผลด้านบวกและลบ   สร้างภาพลักษณ์แก่ผลิตภัณฑ์    นักวิจัยต้องให้ความร่วมมือให้ข้อมูลแก่ TLO   ไม่เน้นเงิน   ไม่เน้นกำไร   ให้นักวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์คิดต้นทุน    มีการทำการตลาด   มีการจัดการนักวิจัย กระตุ้นให้ทำวิจัยต่อเนื่อง   มีการมองระยะยาว   มีการสร้างความเชื่อมั่นยอมรับผลงานวิจัย
          ปัญหา มี นศ. ที่ทำงานแล้วขโมยโครงร่างวิจัยไปให้หน่วยงานของตน   นักวิจัยไม่เข้าใจเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา เอา germ plasm ไปเป็นของขวัญแก่อาจารย์ต่าง ประเทศ   การไม่ระมัดระวังเรื่อง copyrights คัดลอกตัดปะข้อความ   
          โรงสีมาคุยกับตนเรื่อง QC ของข้าวส่งออก   เป็นโจทย์วิจัยเชิงพาณิชย์
          แหล่งทุน ITAP ของ สวทช.  

 

กลุ่มงานประจำ
          เป็นงานพัฒนาจากงานประจำ   ผู้ปฏิบัติงานสายสนับสนุนได้มาร่วม UKM13 ได้เรียนรู้ KM จากสายวิชาการ
          เรื่องเล่า จากป้าแป้น อัมพร เสนาคำ มวล. ดูแลหอพัก ให้เอื้อต่อการ รร ของ นศ.   ให้คำปรึกษา ด้านส่วนตัว ด้านปัญหาการเรียน   เรียนไม่เป็น ทุกข์ง่าย สุขยาก ติด – ติดเน็ต ติดเกม ติดช็อป   หาทางสร้างภูมิคุ้มกัน   ไม่ใช่ให้คำปรึกษารายคน   กระตุ้นต่อมคิด  สมัครเข้าร่วมทีมงาน ๑๑ คน   เอารายวิชาคุณภาพชีวิตของศิลปศาสตร์มาประยุกต์   พา นศ. ไปสวนโมกข์ พระเป็นวิทยากร   มัสยิด   แล้วกลับมาสร้างกระบวนการกันเอง    ออกแบบเป้าหมาย เนื้อหา    ธรรมะคือการทำหน้าที่ที่ถูกต้อง    รู็คุณค่าและเป้าหมายในชีวิตของตัว    การศึกษาต้อง ๒ ด้าน  วิชาการวิชาชีพ   และชีวิต สอนให้รัก รักพ่อแม่เหลือประมาณ    เรียนพระคุณของพ่อแม่    ออกจากวัตถุนิยม สุขเล็กๆ   ฝึกสมาธิด้วยลมหายใจที่ถูกต้อง อาณาปานสติ   ศิลปสมาธิ ฝึกวาดลายไทย   ผลเด็กมีสมาธิ นิ่งขึ้น
          บุคลากร ไปสวนโมกข์ ๗ วัน   สมัครไป  กลับมาเป็นวิทยากร เข้าใจชีวิต  
          ผลวิจัยว่าโยคะ ช่วยลดความเจ็บปวด   ใช้ผลวิจัย เอามาฝึก    แล้วประเมินผลการ รร   พัฒนาการด้านจิตใจ   สุดท้ายให้เขียนว่าได้อะไร   พึงพอใจกิจกรรมไหน   เอามาใช้ปรับปรุงกิจกรรม
          ค่ายหนุ่มสาวเข้าใจชีวิต   ค่ายสบายๆ สไมล์ แค้มป์ – เพศศึกษา    นศ. เรียกป้าแป้น   
          คุณสุบิน เตี้ยคำ คนงานทำความสะอาด รพ. ศรีนครินทร์  โครงการขยะน่ารัก   ญาติ ผป ทิ้งขยะไม่ถูกที่   ประชุมคุยกันตอนกินข้าวเที่ยง ฝาถังมีเสียง ลดเสียงโดยเอาจุกขวดน้ำเกลือติดฝารอง   แต่งตัวดี แนะนำญาติฟัง   มีนวัตกรรมเล็กๆ ในการทำงาน   ผมมองว่าทีมนี้ทำ PDCA แบบไม่รู้ตัว  
          คุณสมรัตน์ เสนอ กลุ่มงานธุรการคณะแพทยศาสตร์ มข.   เทคนิคเก็บเอกสาร คู่มือปฏิบัติงาน   มีการ share ระหว่างหน่วยงาน   นำเสนอในการประชุมระดับคณะ   และระดับมหาวิทยาลัย   ระหว่างมหาวิทยาลัย   เป้าหมายคือ “งานเห็นผล คนเป็นสุข” 

กลุ่มการเรียนการสอน
            อ. ดร. มณี วิทยานนท์ ภาควิชาเทคโนโลยีการอาหาร คุณลิขิต การนำผลการวิจัยไปใช้ในการเรียนการสอน   
            เอาผลวิจัยลง บล็อก ให้ นศ. เข้าไป รร
            ใช้ รร ให้เกิดวิจารณญาณ สิ่งไหนเชื่อได้
            ใช้ทำ project  รร โดยทำโครงงาน
            พัฒนาเครื่องมือ ใช้เรียน
            วิจัยวิธีการ รร  ตีพิมพ์ได้  
            วิจัยการเรียนการสอน  บีแมน เล่าประสบการณ์พัฒนาการคิดของเด็ก   นพ. ชัยวิทย์ วิจัย R2R กรกส ขาดความรู้ด้านวิจัยการศึกษา   เพื่อวัด value add ที่ นศ. ได้รับ    ฝ่ายการเรียนการสอน กับกิจการ นศ. น่าจะทำงานด้วยกัน  
            มีการพูดกันเรื่องทุนวิจัยเอื้อให้มีค่าจ้างผู้ช่วยวิจัย   การที่หน่วยงานช่วยสร้างต้นทุนความน่าเชื่อถือให้ไปขอทุนภายนอกได้
            **ปลูกฝังวิธีคิด   คิดแบบนักวิจัย 

 

กลุ่มชุมชน
          อ. มข. นำเสนอ 
          เข้าไปเปลี่ยน กรกส ใน รร   ทำให้เด็กเก่ง สามารถสอบเข้าเรียนแพทย์ได้
          การสร้างวิทยากรกระบวนการใน ชช
          สนับสนุนให้ วิทยากรกระบวนการใน ชช ได้นำเสนอในเวทีสาธารณะ
          นักวิจัยเป็นคุณอำนวย   ได้แนวคิดมาเป็นโจทย์วิจัยต่อ   เช่นน้ำหมักสูตรปูนามี ส่วนผสมอะไรบ้าง   มีสรรพคุณพิเศษอย่างไร
          การมี นักวิจัยชุมชนเต็มเวลาในมหาวิทยาลัย
          อ สุรพล เล่ากรณีนักวิจัยเข้าไปจ้างชาวบ้านกรอกแบบสอบถาม   นักวิจัยชุดหลังไม่จ่าย ไม่ได้รับความร่วมมือ

อภิปรายสรุป
อัครวิทย์

          เป็นเวทีต่างจากที่เคยเห็น
          เป็นเวทีผู้ปฏิบัติ
          คนทำงานประจำมีไอเดียสร้างนวัตกรรมมากมาย แต่ไม่ได้ capture
          เปลี่ยนจากเปลือกเป็นแก่น
วิบูลย์
          ได้ร่วมเวที UKM ที่ มอ. เป็นเจ้าภาพทั้ง ๓ ครั้ง   มีนวัตกรรมของการจัด   มีหัวปลาใหญ่ หัวปลาย่อยที่เสริมกัน   มีการปาฐกถาจุดประกายตรงประเด็น   มีคุณอำนวย คุณลิขิต มืออาชีพ   คอยอำนวยความสะดวก  
          สถานที่เปลี่ยนออกนอกมหาฯ    จัดศุกร์ เสาร์ ให้มีเวลาอยู่ต่อ
          ผู้เข้าร่วม คุณกิจตัวจริงมาร่วม   ลปรร. ตรงประเด็น   ที่สรุปมาเป็นส่วนน้อย
          เอา KM ไปปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ ที่ต่างไปจากเดิม
          เป็นเครื่องมือที่ตนเองและองค์กร เรียนรู้เอาไปพัฒนา    ช่วยให้สังคมมีทางรอด ด้านการเรียนรู้   เปลี่ยนจากผู้บริโภคความรู้ เป็นผู้สร้างความรู้  
          KM เป็นเรื่องของใจ
รังสรรค์
          UKM เกิดจากการเห็นประโยชน์เครื่องมือนี้ในการพัฒนางาน คน องค์กร    แต่ละมหาฯ มี CKO เดินกระบวนการ  
          จุดเด่น กำหนดประเด็นร่วมกันล่วงหน้า    จะทำ BAR ให้ชัดขึ้น
          คราวหน้าอาจ 2 + 2  เน้นนวัตกรรมการเรียนการสอน
          ตนเองใช้เวลากว่าจะเข้าใจ
          การเอาความรู้ไปใช้ต้องคำนึงถึงทุนเดิม วัฒนธรรม
กีร์รัตน์
          มีพัฒนาการ
          ๒ ส่วน  กระบวนการ กับเนื้อหาสาระ
          Storytelling มีพลัง 
          คนที่ไม่เกี่ยว ได้เปิดโลกทัศน์
          ผวจ. วิชม กล่าวว่า กระบวนการ KM สำเร็จเพราะ “ใจมา เวลามี เวทีเกิด”
          ได้แรงบันดาลใจ

พิธีปิด โดย อ. พิชิต เรืองแสงวัฒนา รองอธิการบดี มอ.
          ชื่นใจ ที่ได้เห็นพัฒนาการของ UKM   ได้พัฒนาคนในองค์กร   คนได้มา ชาร์จ แบตเตอรี่   เกิดกำลังใจ แรงบันดาลใจ   เกิดการต่อยอดกัน   มีการไปเรียนรู้เพิ่มเติม   เกิด site visit เรียนรู้ลงลึก   ได้เพื่อน
          เกิดการขยายวงออกไปเรื่อยๆ   

 

AAR ของผม

ð ผู้มาเล่าเรื่องควรได้ผ่าน storytelling training workshop มาก่อน   ใช้เวลาเพียง ๒ ช.ม. ในกลุ่ม ๕ – ๑๐ คนก็เพียงพอ   เพื่อให้รู้จัก storytelling และมาเล่าเรื่อง   มากกว่ามาสรุปประเด็นบอกที่ประชุม
ð ความงามอย่างหนึ่งของ UKM คือเป็นพื้นที่แห่งความเท่าเทียมกันของคน   มีเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติที่มีผลงานดี มาเล่าเรื่องของตน และได้รับความชื่นชม   การไหลของความรู้ข้ามแดน
ð รศ. ดร. ปิติ ทฤษฎิคุณ รองอธิการบดี มอ. ปรารภว่าน่าชมที่ เวที UKM ได้พัฒนามาเป็น KM Inside ได้อย่างดี    คือไม่มีการเน้น KM แต่เน้นเนื้องาน   เอาความสำเร็จของงานมา ลปรร. กันโดย storytelling    ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง
ð การหยิบจับโอกาสที่เห็นจากเวที UKM เอาไปทำงานใหญ่ งานขับเคลื่อนระบบร่วมกัน   เช่นงานสร้างระบบ social impact ของผลงานทางวิชาการ   และ/หรืองานวิธีจัดการเพื่อต่อยอดผลงานที่เน้น social impact สู่ Impact Factor   งานสร้าง JCI ของไทย เชื่อมกับ สกว. – ทีม ศ. ดร. ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ
ð เราพูดกันเรื่องวิจัยในความหมายที่มี spectrum ของความเข้มข้น มีหลักฐานความน่าเชื่อถือกว้าง   มีเกณฑ์ของการยอมรับแตกต่างกัน
ð 2 + 2 หรือ Ws + UKM 
ð UKM Network เป็น part of the whole มีเครือข่ายตามธรรมชาติด้วย  
ð การเก็บสาระไว้ใช้ต่อ 
ð ชื่นชมความสามารถในการรวบรวมเอกสาร, powerpoint, และภาพ ลงแผ่น ซีดี แจกทุกหน่วยงาน ตอนจบการประชุม   ผมขอเสนอแนะว่า ควรมีรายชื่อและสถานที่ติดต่อ หมายเลขโทรศัพท์ และ อี-เมล์ ของผู้เข้าร่วมทุกคน   เนื่องจากการประชุม UKM ถือเป็นเครื่องมือ connect คน   การมีข้อมูลเพื่อติดต่อกันในภายหลังจะมีประโยชน์มาก    เพราะ “สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น”   จะมีหน่วยงานหรือบุคคลที่ต้องการไปดูงานของเรื่องเล่าประทับใจในภายหลัง   หรือเชิญไปเล่าเรื่องในงานประชุมอื่นๆ   ข้อมูลสำหรับติดต่อจะเป็นประโยชน์  

 

วิจารณ์ พานิช
๒ ส.ค. ๕๑
กระบี่

                     

รศ. ดร. จิระวัฒน์ พิระสันต์ มน. เล่าเรื่องใช้งานวิจัยพัฒนาอุตสาหกรรมเซรามิคพื้นบ้าน

 

ผศ. ดร. หมุดตอเล็บ หนิสอ มวล. เล่าเรื่องพัฒนาเทคโนโลยีพลาสม่าใช้ด้านการเกษตรและด้านสิ่งแวดล้อม

 

ผศ. ดร. สมฤทัย จิตภักดีบดินทร์ มอ. เล่าเรื่องการวิจัยผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพ

 

บรรยากาศในห้องประชุม

 

บรรยากาศในการประชุมบริหารเครือข่าย

ป้าแป้น คุณอัมพร เสนาคำ ที่ปรึกษาหอพักนักพัฒนาทักษะชีวิตแก่ นศ. มวล.