ข้าวโพดจัดเป็นผักชนิดหนึ่งและยังเป็นอาหารที่มีกากใยสูงเหมาะสำหรับเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ
อินเดียประกาศห้ามส่งออกข้าวโพด หวังควบคุมราคาภายในประเทศ
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม 2008 18:38:17 น.
อินเดีย ซึ่งเป็นผู้จัดส่งข้าวโพดรายใหญ่อันดับ 6 ของโลก ได้สั่งห้ามการส่งออกข้าวโพด เพื่อกระตุ้นอุปทานภายในประเทศและควบคุมเงินเฟ้อที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 13 ปี โดยคำสั่งห้ามดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในวันนี้ และจะมีการบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 15 ต.ค.
เนื่องจาก ราคาวัตถุดิบที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ทำให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้รัฐบาลประเทศต่างๆใช้มาตรการเพื่อคุ้มครองอุปทานอาหารหลัก โดยนายกรัฐมนตรีมันโมฮาน ซิงห์ ของอินเดียได้คุมเข้มการส่งออกข้าว ข้าวสาลี และน้ำมันปรุงอาหาร เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะมีอุปทานภายในประเทศที่เพียงพอ
แต่ได้มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าข้าวโพดส่งมอบเดือนธ.ค.อ่อนตัวลง 0.1% แตะ 7.795 ดอลลาร์ต่อบุชเชลในการซื้อขายนอกเวลาที่ตลาด CBOT โดยก่อนหน้านี้ราคาสัญญาข้าวโพดร่วงลงถึง 1.6% แตะ 7.9925 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน
ทั้งนี้ อินเดียเก็บเกี่ยวข้าวโพดได้สูงเป็นประวัติการณ์ 18.5 ล้านตันในปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 22.5% จากระดับปีที่แล้ว
--อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย สุนิตา พรรณรักษา/ปนัยดา โทร.0-2253-5050 ต่อ 323 อีเมล์: [email protected]--
สำหรับไทย แม้ว่าจะผลิตข้าวโพดหวานได้เป็นอันดับ 8 ของโลก แต่ก็สามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานได้มากเป็นอันดับ 4 ของโลก และมีสัดส่วนตลาดประมาณร้อยละ 20.0 ของข้าวโพดหวานแปรรูปในตลาดโลกโอกาสของไทยในการขยายสัดส่วนการส่งออกข้าวโพดหวานบรรจุกระป๋องยังมีแนวโน้มสดใส เนื่องจากศักยภาพของไทยในการขยายตลาดและการพัฒนาพันธุ์ข้าวโพดหวาน เพราะในช่วง 4-5 ปีโรงงานผลิตข้าวโพดหวานเพิ่มจาก 3 แห่ง เป็น 27 แห่งในปัจจุบัน และได้มีการพัฒนาพันธุ์อย่างต่อเนื่อง และไทยมีศักยภาพในการผลิตข้าวโพดหวานตลอดทั้งปี และยังมีความหวานมากกว่าพันธุ์ข้าวโพดหวานในฝรั่งเศส
ปัจัยที่สามารถนำมาแก้ไขปัญหาเรื่องของข้าวโพดคือ
1.ขยายการบริโภคในประเทศ เนื่องจากในประเทศก็มีกระแสการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ ดังนั้นการส่งเสริมการบริโภคผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานในประเทศก็สามารถเกาะกระแสความนิยมบริโภคนี้ได้ เนื่องจากข้าวโพดหวานจัดเป็นผักชนิดหนึ่งและยังเป็นอาหารที่มีกากใยสูงเหมาะสำหรับเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ประเด็นที่น่าสนใจคือ ในขณะที่ไทยเป็นประเทศส่งออกผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานที่สำคัญของโลก ไทยยังมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวาน ซึ่งถ้ามีการรณรงค์ให้ตลาดส่วนนี้หันมาบริโภคผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานที่ผลิตได้ในประเทศก็จะทำให้ตลาดผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานในประเทศขยายตัวเพิ่มขึ้น และยังเป็นการประหยัดเงินตราต่างประเทศอีกด้วย กล่าวคือ ในปี 2549 ไทยนำเข้าข้าวโพดหวานสดแช่เย็นแช่แข็ง 49.11 ตัน มูลค่า 2.03 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2548 แล้วทั้งปริมาณและมูลค่าลดลงร้อยละ 34.4 และ 48.4 ตามลำดับ ทั้งนี้เนื่องจากผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานหันมาขยายตลาดในประเทศมากขึ้นหลังจากที่ตลาดส่งออกเริ่มเผชิญปัญหา แต่เมื่อพิจารณาสถิติในระหว่างปี 2547-2548 แล้วจะเห็นว่าทั้งปริมาณและมูลค่าการนำเข้าข้าวโพดหวานสดแช่เย็นแช่แข็งของไทยเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด กล่าวคือ ในปี 2547 ปริมาณการนำเข้าเท่ากับ 36.83 ตัน มูลค่า 3.16 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2546 แล้วทั้งปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้น 25 เท่าตัวและ 5 เท่าตัวตามลำดับ และในปี 2548 ปริมาณและมูลค่านำเข้ายังคงเพิ่มขึ้นเป็น 75.00 ตัน มูลค่า 3.93 ล้านบาท หรือทั้งปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัวและร้อยละ 24.4 ตามลำดับ
ส่วนการนำเข้าข้าวโพดบรรจุกระป๋องหลังจากที่มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในปี 2548 แล้ว ทั้งปริมาณและมูลค่าการนำเข้าในปี 2549 ก็ลดลงเช่นกัน กล่าวคือ ในปี 2548 ปริมาณการนำเข้าข้าวโพดบรรจุกระป๋องเท่ากับ 25.02 ตัน มูลค่า 2.13 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2547 แล้วทั้งปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าตัวและ 6.5 เท่าตัวตามลำดับ แต่ในปี 2549 ปริมาณนำเข้าลดลงเหลือ 5.7 ตัน มูลค่า 0.48 ล้านบาท หรือทั้งปริมาณและมูลค่าลดลงร้อยละ 77.2 และ 77.5 ตามลำดับ
2.ขยายการส่งออก ไทยยังมีตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์ข้าวโพดทั้งข้าวโพดหวานสดแช่เย็นแช่แข็ง และข้าวโพดหวานบรรจุกระป๋องที่น่าสนใจ โดยเป็นตลาดที่ยังสามารถเจาะขยายและเปิดตลาดใหม่ได้อีกหลายตลาด สำหรับ การขยายการส่งออกข้าวโพดหวานสดแช่เย็นแช่แข็ง เนื่องจากข้าวโพดหวานของไทยนั้นได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพ และในปัจจุบันความต้องการข้าวโพดหวานสดแช่เย็นแช่แข็งในตลาดโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นับเป็นโอกาสของไทยในการขยายการส่งออก โดยต้องพยายามกระจายตลาดมากกว่าในปัจจุบันที่ส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพิงตลาดญี่ปุ่นเป็นหลัก ตลาดที่น่าสนใจที่จะเจาะขยายตลาดเพิ่มเติมคือ สหรัฐฯ แคนาดา ออสเตรเลีย อิหร่าน ซาอุดิอาระเบีย ไต้หวันและตูนิเซีย ส่วน การขยายส่งออกข้าวโพดหวานบรรจุกระป๋อง ปัจจุบันไทยพึ่งพิงการส่งออกข้าวโพดหวานบรรจุกระป๋องไปยังตลาดสหภาพยุโรปร้อยละ 28.3 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ในขณะที่ยังมีตลาดที่น่าสนใจในการขยายการส่งออกคือ ญี่ปุ่น รัสเซีย เกาหลีใต้ ไต้หว้น ออสเตรเลีย และฟิลิปปินส์
บทสรุป
ปัจจุบันไทยครองอันดับ 4 ในการส่งออกผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานในตลาดโลกรองจากสหรัฐฯ ฝรั่งเศส และฮังการี โดยการส่งออกผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานของไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะ 5 ปีที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานของไทยได้รับการยอมรับทั้งในด้านคุณภาพและราคา รวมทั้งยังเป็นที่นิยมบริโภคอย่างมากในตลาดต่างประเทศ ส่งผลให้ผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ผักหลายรายหันมาเพิ่มสายการผลิตผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานเพื่อการส่งออก ทำให้มีการเข้าไปลงทุนส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหวานในลักษณะตลาดข้อตกลงเพื่อควบคุมปริมาณและคุณภาพการผลิตให้ตรงตามความต้องการ