ไหนว่าไม่ลืม เจ็บแล้วไม่จำ

เจริญสุขสวัสดีครับท่าน   วันนี้ได้อ่านข้อความในหนังสือสยามรัฐ สัปดาห์วิจารณ์  มีเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นกับบ้านเมืองเราในปัจจุบัน  คิดแล้วน่าเป็นห่วง บรรพบุรุษของไทยจริงๆ   มาดูกลอนบทนี้กันดีกว่า  ที่  อาจารย์หม่อม ม.ว.ร.คึกฤทธิ์  ปราโมช  ท่านเขียนไว้ใน  หนังสือสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์  ตั้งแต่วันที่  18 ตุลาคม 2505  เห็นว่ามีเนื้อความเนื้อหาสะท้อนให้เห็นถึความรู้สึกของคนไทยต่อเขมรใน พ.ศ.นั้นหรือเกือบๆ 50 ปีมาแล้วได้เป็นอย่างดี วึ่งเรียกว่าไม่ต่างอะไรกับความรู้สึกของคนไทยในวันนี้ ยังไงก็ลองอ่านกันดูนะครับ.......

สัปดาห์นี้มีเรื่องความเมืองใหญ่            ไทยถูกฟ้องขับไล่ขึ้นโรงศาล

เคยเป็นเรื่องโต้เถียงกันมานาน             ที่ยอดเขาพระวิหารรู้ทั่วกัน

กะลาครอบมานานโบราณว่า                พอแลเห็นท้องฟ้าก็หุนหัน

คิดว่าตนนั้นใหญ่ใครไม่ทัน                  ทำกำเริบเสิบสันทุกอย่างไป

อันคนไทยนั้นสุภาพไม่หยาบหยาม        เห็นใครหย่อนอ่อนความก็ยกให้

ถึงล่วงเกินพลาดพลั้งยังอภัย               ด้วยเห็นใจว่ายังเยาว์เบาความคิด

เขียนบทความด่าตะบึงถึงหัวหู             ไทยก็ยังนิ่งอยู่ไม่ถือผิด

สั่งถอนทูตเอกเกริกเลิกเป็นมิตร           แล้วกลับติดตามต่อขอคืนดี

ไทยก็ยอมตามใจไม่ดึงดื้อ                 เพราะไทยถือเขมรผองเหมือนน้องพี่

คิดตกลงปลงกันได้ด้วยไมตรี             ถึงคราวนี้ใจเขมรแลเห็นกัน

หากไทยจำลําเลิกบ้างอ้างขอบเขต      เมืองเขมรทั้งประเทศของใครนั่น

ใครเล่าตั้งวงศ์กษัตริย์ปัจจุบัน             องคฺด้วงนั้นคือใครที่ไหนมา

เป็นเพียงเจ้าไม่มีศาลซมวานวิ่ง          ได้แอบอิงอำนาจไทยจึงใหญ่กล้า

ทัพไทยช่วยปราบศัตรูกู้พารา              สถาปนาจัดระบอบให้ครอบครอง

ได้เดชไทยไปคุ้มกะลาหัว                  จึงตั้งตัวขึ้นมาอย่างจองหอง

เป็นขัณฑสีมาฝ่าละออง                    ส่งดอกไม้เงินทองตลอดมา

ไม่เหลียวแลดูโภไคไอศวรรย์              ทั้งเครื่องราชกกุธภัณฑ์เป็นหนักหนา 

ฝีมือไทยแน่นักประจักษ์ตา                 เพราะทรงพระกรุณาประทานไป

มีพระคุณจุนเจือเหลือประมาณ            ถึงลูกหลานกลับเนรคุณได้

สมกับคำโบราณท่านว่าไว้                  อย่าไว้ใจเขมรเห็นจริงเอย.