| อาคารรัฐสภา ๑ | อาคารรัฐสภา ๒ |
ที่รัฐสภามี ๒ อาคาร ขณะที่ส่วนใหญ่อยู่ที่อาคาร ๒ คอยลุ้นเรื่อง defend งปม. ผมกลับมาอาคาร ๑ เพื่อดูนิทรรศการ "สัปดาห์องค์กรแห่งการเรียนรู้ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร" ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม-1 สิงหาคม 2551
สิ่งแรกที่สะดุดตาคือ Website ครับ ผมกลัวเล่าไม่ถูกจึงถ่ายภาพมาครับ....ที่เขานำมา Show นี้เป็น Intranet ครับ เมื่อผมกลับมาเขียนบันทึก..เข้า internet ไม่ได้
ผมลอง Search ดูก็พบ internet ดังภาพนี้ครับ หากท่านต้องการดูรายละเอียด ก็เข้าตาม Link ที่ทำไว้ให้ใต้ภาพครับ
| http://www.parliament.go.th/km/index.php |
จากการที่ผมได้ลองเข้าไปสัมภาษณ์ผู้แสดงนิทรรศการในบูธหนึ่ง และสังเกตวิธีจัดงานของที่นี่แล้ว พบว่า เขาจะมีรายชื่อให้คนในหน่วยงานย่อยมาลงทะเบียนเข้าชมงาน แล้วจะมี Passport แจกให้ เมื่อไปปั้มตามบูธต่างๆ ก็จะมีการจัดรางวัลให้..เป็นแรงจูงใจให้มาชมงานหาความรู้เกี่ยวกับ KM....แต่ว่าผู้ที่แสดงนิทรรศการก็ยังเข้าใจเรื่อง KM ในระดับ ๑ แม้ว่าจะจัดงานในลักษณะนี้เป็นปีที่ ๒ แล้วก็ตาม..แต่เข้าใจว่า การจะจัดงานในระดับนี้ได้ ต้องได้รับการสนับสนุนจากเบื้องบนเป็นอย่างดี...
ผมมีเวลาเดินแค่บูธ ๒ บูธ คือ ก็ถูกเรียกตัวกลับตอน ๑๑ โมงกว่าๆ เพราะว่าไม่ต้อง Defend แล้ว ทางท่านเลขาฯ ของสกอ.ท่านจะ Defend ให้...เราก็จะต้องไปสนามบินสุวรรณภูมิกันต่อ
พวกเราเดินออกมาขึ้นรถแท๊กซี่ด้านนอก ครั้งนี้ด้วยความไว ผมก็ไปขึ้นรถคันแรก มีท่านอาจารย์วิบูลย์, พัชรา และ ดร.จิรวัฒน์ ที่เหลือไปคันที่สอง....เรามากันเร็วมาก ขึ้นทางด่วนมาด้วย เสียค่ารถทั้งหมดไป 265 บาท..ส่วนคันที่สองมาช้ากว่าเราประมาณ 20 นาที เพราะว่าไม่ได้ขึ้นทางด่วนมา เลยเสียค่ารถแค่ 225 บาท
เรามาถึงสุวรรณภูมิกันตอนเที่ยงๆ ลากกระเป๋าเดินทางหาที่นั่งกัน แต่ว่าคนแน่น ส่วนมากจะมีที่นั่งแค่ 2 ที่ จึงยืนคุยกันเป็นส่วนใหญ่ เรามาก่อนเวลาขึ้นเครื่องเกือบ 5 ชั่วโมง...ตอนแรกเราจะไปโหลดกระเป๋าขึ้นเครื่อง แต่สายการบินบอกว่า ให้มาโหลดก่อนได้ 3 ชั่วโมง
พัชกับโอขอรอโหลดกระเป๋าตอนบ่ายสอง ส่วนที่เหลือไปหาอาหารกลางวันทานที่ชั้นล่างสุดของสนามบิน (ขณะนั้นเราอยู่ที่ โซน E รอขึ้นเครื่องสายการบิน Air Asia) ที่ผมไม่ไปด้วยเพราะยังอิ่มอยู่
พอบ่าย ๒ พัชกับโอไป เข้าแถวเพื่อโหลดของขึ้นเครื่อง และนำบัตรประจำตัวของทุกคนไปออก Border Pass ....แต่ที่ทุกคนเสียความรู้สึกคือ สายการบินเรียกเก็บค่าฝากกระเป๋าโหลดเข้าใต้ท้องเครื่องเหมาจ่ายใบละ 50 บาท...
บ่าย ๓ แจก Border Pass ให้กับทุกคนแล้ว ทีมแรกก็เข้าไปรอด้านใน (ซึ่งมีที่นั่งมากกว่า) ส่วนที่เหลือ 3 คน ไปทานอาหารที่ชั้น ๓ ร้าน S&P...ผมสั่งผัดไทเจมา 1 จาน ราคา 90 บาท พัชเป็นเจ้ามือ..อิอิ (ทีมงานของเรา เอาเงินเบี้ยเลี้ยงมากองรวมกัน เป็นยอดล่ำซำ เวลาจะจ่ายอะไรก็ใช้เงินส่วนนี้ เพื่อให้คล่องตัว)
พอกลับกันมาชั้น ๔ พัชกับโอเข้าไปด้านใน ส่วนผมรอท่านอาจารย์ JJ ซึ่งบินมาจากเชียงใหม่ แต่ว่าแกมาช้ากว่าทีมงาน มมส. ซึ่งมากันก่อน ๔ โมงเย็น แต่ว่าจะขึ้นเครื่องตอน ๖ โมงเย็น..ผมได้มีโอกาสพบกับท่าน "สายน้ำแห่งความคิด" ท่านวิชิต..ได้คุยกันถึงทีมงาน KM ที่มมส. ซึ่งเที่ยวนี้ท่านอาจารย์ Panda ไม่ได้มาด้วย (พ่อลูกจึงแยกจากกัน)
๔ โมง โอโทรมาตาม ให้รีบเข้ามาด้านใน เพราะว่าต้องเดินไกลมาก ผมรีบเดินเข้าไปด้านใน ต้องใช้เวลาประมาณ 10 กว่านาที...เมื่อเข้าไปก็พบทีมงานของมหิดล ได้ทักทายกับท่าน รศ.ฉัตรเฉลิม (ส่วนมากเรามักจะไปอยู่กลุ่มย่อยเดียวกัน)
หลังจากนั้นก็ไปพบท่านอาจารย์วิบูลย์ฟิวส์ขาดแบตเตอรี่หมด กำลังชาร์ทแบตฯ อยู่ (นอนที่สนามบิน) พอจะถ่ายรูปมาเป็นหลักฐานแกก็ตื่นขึ้นมา (แต่ว่าดร.จิรวัฒน์ถ่ายเก็บภาพเอาไว้แล้ว..อิอิ)
สายการบิน Air Asia เที่ยวบิน FD....เปิดประตูให้ขึ้นเครื่องประมาณ 16.45 น. (จะบิน 17.05 น.) เราออกจากประตูไปขึ้นรถ Shuttle Bus รูปร่างหน้าตาเป็นแบบนี้ (เราไปขึ้นคันที่ ๒)
| ในรถ Shuttle Bus ทุกคนเท่าเทียมกัน แม้แต่ท่านรองฯวิบูลย์ ยังยืนชูสองนิ้ว |
ส่วนเครื่องบินที่เราจะไปขึ้นนั้น เป็นโบอิ้ง-300 (ถ้าจำไม่ผิด) ลำนิดเดียว แล้วต้องรีบแย่งกันขึ้นเพื่อไปหาที่นั่งกันเอง เพราะว่าไม่มีที่นั่ง Fix ให้
| เครื่องบินลำที่พวกเราขึ้น เที่ยวบินไปกระบี่ ผู้โดยสารอออยู่ที่บันไดแย่งกันขึ้นเครื่อง |
พวกเราขึ้นทีหลัง ได้ที่นั่งท้ายๆ ของเครื่อง ตอนเครื่องขึ้นก็ไม่ได้รู้สึกอะไร พอพนักงานบนเครื่องแนะนำเรื่องที่จำเป็นเสร็จแล้ว ผมก็หลับไปจนเกือบถึงกระบี่จึงตื่นขึ้น ได้ตื่นเต้นกับการนำเครืองลงสนามบิน เสียงล้อกระทบลานบิน และเสียงเบรคดังมาก สักครู่ได้ยินเสียงกัปตันบอกว่าเรามาเร็วกว่ากำหนด 10 นาที (เวลาบินจริงประมาณ 1.20 ชั่วโมง) และถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพ
ที่สนามบินกระบี่ จัดภูมิทัศน์ได้สวยงามดีมาก เรามารอกระเป๋า และพบว่า ๒ University แรกที่มาก่อน คือ มน.กับ มม. (มหิดล) ไม่นับ มอ.ที่เดินทางมาก่อนโดยรถยนต์ (๔ ชั่วโมง)
ทั้ง ๒ มหาวิทยาลัย มีรถตู้ ๒ คัน มารอรับที่สนามบินอยู่ก่อนแล้ว ทางมน.มา 8 คน ส่วน มม.มา 11 คน (ท่านอธิการบดีมหิดลจะตามมาพรุ่งนี้)
เราไปถึง "มาริไทม์ ปาร์ค แอนด์ สปา รีสอร์ท" ก่อน ๑ ทุ่ม ไปรับกุญแจห้อง (ผมพักกับดร.จิรวัฒน์ ที่ห้อง 5126) แล้วนำของไปเข้าห้อง ก่อนที่จะกลับมารวมตัวกันที่ Lobby ตอน 1 ทุ่ม 15 นาทีเพื่อออกไปทานข้าวในเมือง...
เราตามผู้นำ (ท่านรองฯวิบูลย์) ไปขึ้น Lift ไปชั้น 5 แต่ว่าไม่ใช่ ทุกคนต้องกลับมาชั้น ๑ ใหม่ เพราะว่า เลข 5 ตัวแรกหมายถึงอาคาร 5...หมายเลขห้องจริงๆ คือ 126 คือ ทุกคนได้พักชั้น 1 หมด..อิอิ
![]() |
|
มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์ |

ให้สนุกนะครับ เก็บความรู้มากระจายต่อด้วยครับ และอย่าลืมของฝากด้วย อิอิ
ผมคิดว่าผมแบต(เตอร์รี่)หมดมากกว่าครับ ไม่ใช่ฟิวส์ขาด เนื่องจากตรากตรำกับงานก่อนหน้านี้ติดต่อกันนานเกินไป กลับมาจากกระบี่แล้วก็ยังต้องนอนซมทั้งวันทั้งคืนจึงค่อยรู้สึกดีขึ้น ต้องขออภัยทุกท่านที่เกี่ยวข้องด้วยครับถ้าทำให้ท่านผิดความคาดหวัง