เรื่อง หลานยาย (เรื่องสั้นอิงธรรมะจากนิตยสารธรรมะใกล้ตัว)
โดย ธีระวัฒน์ อนันตวรสกุล
เดี่ยวกำลังนอนนึกถึงคืนวันเก่าๆ กับหญิงคนรักที่บัดนี้กลายเป็นเพียงคนรักเก่า มองดูดาวระยับประดับฟ้าอยู่ที่ระเบียงของบ้านสวนยอดไม้ในสวนพลิ้วไหวไปมา ตามจังหวะลมพัด เสียงแมลงระงมใต้แสงดาวในยามค่ำคืนเป็นบรรยากาศที่มิอาจสัมผัสได้เมื่ออยู่กรุงเทพฯ
บรรยากาศยามนี้แม้งดงามเพียงใดในใจของเดี่ยวก็มีแต่ความเศร้าตรมระทมทุกข์เดี่ยวเองแม้จะเคยได้ยินได้ฟังถึงเรื่องราวประสบการณ์อกหักผิดหวังในรักของใครต่อใครมามาก แต่เพิ่งจะรู้ซึ้งกับความทรมานในใจได้ในคราวนี้เองความทรมานใจอันเกิดจากการอกหักรักสลายที่เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะเกิดกับตัวเอง
อกหักคราวนี้ถึงกับทำให้เขาลางานพักร้อนยาวมารักษาแผลใจที่บ้านสวนต่างจังหวัด บ้านที่เขาจากไปเสียนานเดี่ยวไม่อยากเห็นกรุงเทพฯ สักระยะหนึ่ง ด้วยระยะเวลาเนิ่นนานที่คบหาคนรักเก่าความทรงจำเก่าๆ มากมายจึงตราติดประทับอยู่ในเกือบจะทุกๆ สถานที่ ที่เขาผ่านไป
ก่อนที่เดี่ยวจะตัดสินใจเดินทางกลับมาพักผ่อนที่บ้านสวนของยายเดี่ยวออกไปเดินเตร่อยู่คนเดียวที่ห้างใหญ่กลางเมืองหลวงผ่านร้านเสื้อผ้าแบรนด์เนมหรูราคาแพง ก็จำได้ว่าในร้านแห่งนั้นเองเป็นร้านที่เมื่อปีที่แล้วเขาและคนรักเก่าเคยเข้าไปใช้บริการ ในวันนั้นจำได้ว่าเขาซื้อชุดราตรีให้อดีตคนรักในราคาหลายพันบาทชุดหนึ่ง ยังจำภาพหวานในจังหวะที่อดีตคนรักเยื้องย่างออกมาจากห้องลองชุด หมุนตัวให้เขาดูแล้วถามว่า
“สวยไหมคะ เดี่ยว”
เพื่อหนีภาพในความทรงจำนั้นเดี่ยวเดินลงมาชั้นล่างของห้าง ก็ต้องปวดใจมากขึ้นเมื่อเดินผ่านร้านอาหารที่เขาและอดีตคนรักเคยคลอเคลียใกล้ชิดรับประทานอาหารมื้อพิเศษ ภายใต้บรรยากาศหวานชื่น ความสุขไม่จีรังยั่งยืนอยู่กับเราเพียงชั่วครู่ แล้วก็ลาจากไป ทิ้งให้เราโหยหามันด้วยความอาลัย
...................................
ขณะที่เดี่ยวกำลังทบทวนความหลัง กำลังเพลินๆแต่แล้วเดี่ยวก็ต้องหงุดหงิดขึ้นมาในทันที เมื่อน้าแจ๋วร้องลั่นขึ้นว่า
“ยาย จะขี้ทำไมไม่บอกแจ๋วเพิ่งอาบน้ำเปลี่ยนผ้าให้ยายเสร็จแท้ๆ มาเลยๆ มาเร็วๆ เลยยาย จะล้างให้ยายนะยาย”
คงเป็นเรื่องธรรมดาแล้ว พักหลังยายมักจะหลงๆ ลืมๆจะปัสสาวะ อุจจาระ บางครั้งก็ไม่รู้ตัว บางครั้งก็ปล่อยเรี่ยราดรดที่นอนอย่างนั้นเมื่อเย็นวานเดี่ยวป้อนข้าวยาย ยายก็ถามแต่ว่า
“กินอีกแล้วเหรอ ข้ากินแล้วนี่" ทั้งๆ ที่ยังไม่กินพอยายกินเสร็จ ยายก็ปัสสาวะราดออกมา จนเดี่ยวต้องเบือนหน้าหนีรีบเรียกน้าแจ๋วมาจัดการ ให้ป้อนข้าวน่ะพอทำไหว แต่ให้จัดการเรื่องสกปรกแบบนี้เดี่ยวคงไม่เอาด้วย เพียงแค่ปัสสาวะ ยังรู้สึกรังเกียจความสกปรกขนาดนี้ถ้าเป็นอุจจาระแล้วละก็ เดี่ยวคิดว่าตัวเองคงจะอาเจียนออกมาตรงนั้นเลยแน่ๆ
เมื่อวานอีกเหมือนกันที่เดี่ยวเห็นน้าแจ๋วนำผ้าปูพลาสติกที่ปูนอนของยายไปฉีดล้างไล่สิ่งปฏิกูลออกไปจากผ้าพลาสติก เดี่ยวรีบหลบไปทางอื่นทันทีที่เห็นอย่าว่าแต่จะไปสัมผัสเลย แม้ให้ยืนดูตรงนั้นนานๆ ก็ไม่อยากที่จะทำ ยายนะยายทำไมช่างหลงลืมเลอะเทอะจนมีพฤติกรรมสกปรกขนาดนี้เดี่ยวคิดรังเกียจสิ่งปฏิกูลเหล่านั้นว่าน่าขยะแขยงอย่างที่สุด
ป้าเคยเอาดวงของยายไปดูกับหมอดูชื่อดัง หมอดูบอกว่ายายจะอยู่อย่างเก่งก็ถึง 90 ไม่เกินนั้น แต่ยายก็อยู่มาจน 93 แล้ว
แม่ของเดี่ยวเป็นลูกคนเล็กของยาย เดี่ยวเติบโตขึ้น ณบ้านหลังนี้ ตอนเดี่ยวเด็กๆยายเป็นคนเลี้ยงเดี่ยวมาพร้อมกับลูกพี่ลูกน้องของเดี่ยวอีก 2 คนที่เป็นลูกของลุงพี่ชายของแม่ รวมเป็นเด็กที่ยายเลี้ยง 3 คนตัวเดี่ยวเองเป็นลูกเพียงคนเดียวของพ่อแม่ซึ่งทั้งสองคนทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯจึงฝากเดี่ยวให้ยายเลี้ยงดู หลานอีก 2 คนที่ยายเลี้ยงนั้นพอตกเย็นพ่อแม่เขาก็จะรับกลับไปหมด ในบรรดาหลานๆของยายจึงมีเพียงเดี่ยวคนเดียวเท่านั้น ที่อยู่กับยายตลอดวันตลอดคืนเดี่ยวอยู่กับยายจนเดี่ยวจบชั้น ป.6 เดี่ยวก็ไปสอบเข้าโรงเรียนมัธยมในกรุงเทพฯ แรกๆก็คิดถึงยายบ้าง แต่พอนานไปชีวิตเจอเรื่องนั้นเรื่องนี้มากเข้าๆความคิดถึงยายก็ลดลง ใช้ชีวิตจนเรียนจบมหาวิทยาลัย จะมาหายายบ้างก็ปีหรือสองปีครั้งความเจริญด้านวัตถุในเมืองหลวงทำให้เขาไม่ค่อยอยากจะกลับมาที่บ้านสวนนี้นักเพราะยายเองก็พูดไม่รู้เรื่อง หลงๆ ลืมๆ ไปซะแล้ว
เขาพอใจกับชีวิตในกรุง ทำงานบนตึกสูงพักในคอนโดที่เขาฝันจะใช้มันเป็นเรือนหอกับหญิงคนรักและขับรถคันสวยที่อาจจะใช้เป็นเครื่องอวดฐานะมากกว่าเป็นพาหนะเขาพอใจวิถีชีวิตแบบนั้นมากกว่าที่จะมาพอใจในชีวิตบ้านสวน ปลูกกล้วย มะม่วง มะพร้าวมะละกอ แบบนี้
พ่อของเดี่ยวจากเดี่ยวไปแล้ว เพราะตรากตรำทำงานหนักเป็นผู้บริหารระดับสูง พักผ่อนน้อย ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายจนหัวใจวายไปเมื่อสามปีที่แล้ว มีเงินมากมายแต่ก็ไม่ได้ใช้ให้สมกับความเหนื่อยยากที่ทุ่มเทลงไป เหลือแม่ของเดี่ยววัย ๕๙ ปีซึ่งรับราชการมั่นคง เดี่ยวจึงไม่ค่อยต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูบุพการีมากนักก่อนหน้าอกหัก ชีวิตของเขามีแต่ฝันอันสวยงามที่จะใช้ชีวิตคู่กับหญิงคนรักจนแทบจะไม่คิดเรื่องอื่น
บ้านสวนหลังนี้ ยายอยู่มาตั้งแต่แต่งงานกับตาแต่ก่อนคงไม่เงียบเชียบ เพราะตายายมีลูกหลายคน แต่ตอนนี้ดูเงียบเหงาวังเวงมีเพียงป้าของเดี่ยวที่เป็นลูกสาวคนโตของยายซึ่งเป็นลูกเพียงคนเดียวของยายที่ไม่แต่งงานอยู่กับยายและน้าแจ๋ว คนรับใช้อีก 1 คน ตาเสียไปก่อนตั้งแต่แม่เด็กๆดังนั้นตั้งแต่เดี่ยวจำความได้ เขาก็มีแต่ยายกับป้าของเขา และก็หลานๆของยายคนอื่นๆ
ถ้าเขาไม่อกหักคราวนี้เขาคงไม่ลาพักร้อนยาวมาอยู่บ้านสวนแห่งนี้ เดี่ยวเดินออกจากห้องชั้นสองและเดินลงไปข้างล่าง ตั้งใจไปเดินเล่นในสวน ปลีกตัวออกไปหลังบ้านเห็นในกะละมังซักผ้ามีผ้าถุงเปื้อนอุจจาระของยายโชยกลิ่นออกมาจนเขาต้องเบือนหน้าหนี
เขาอาจจะเปลี่ยนใจ กลับไปทำงานวันมะรืนนี้เพราะตระหนักว่าการเปลี่ยนบรรยากาศกลับมาอยู่บ้านสวนนี้ก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมาเท่าไรนัก ยายก็หลงๆ ลืมๆพูดอะไรก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องแล้ว
ในสวนดูรกไปด้วยต้นไม้มากมาย โดยเฉพาะต้นกล้วยบางทีมองแล้วเดี่ยวนึกรำคาญ ทำไมไม่ถาง ไม่ตัด ให้ดูโล่งๆ ออกไปกว่านี้บ้างรกจะแย่อยู่แล้ว ยายนะยาย จะปลูกกล้วยไว้มากมายทำไมหนักหนาคิดว่าถ้ามีดาบในมือสักเล่มจะฟันทิ้งให้หายรกเลย
เดินเล่นในสวนจนดึก เดี่ยวจึงเดินขึ้นบ้านยายหลับไปแล้วในห้องนอนชั้นล่างเหลือแต่ป้าและน้าแจ๋วกำลังดูละครน้ำเน่ากันอยู่ตรงโถงบ้าน เดี่ยวขึ้นไปที่ชั้นสองกลับไปที่ห้องนอนของเขา ห้องที่ในอดีตเป็นห้องที่เขาเคยนอนกับยายนึกถึงสมัยที่ยายยังแข็งแรงขึ้นบันไดไหว ห้องที่ยายเคยร้องเพลงกล่อมหรือพาไปชี้ให้ดูดาวที่ระเบียง เล่านิทานให้ฟังในคืนที่เดี่ยวนอนไม่หลับยายชอบให้เดี่ยวเหยียบขาแก้ปวดเมื่อย และอ่านหนังสือพิมพ์ หนังสืออื่นๆ ให้ฟังข้าวของของเดี่ยวในวัยเด็กบางชิ้น เช่น โคมไฟหนังสือเก่าๆ ของเล่นบางชิ้นยังอยู่ในลังบนชั้น เขาตะแคงปากลังออกดู รื้อๆ ค้นๆจนลูกบอลลูกหนึ่งหล่นออกมาจากลัง ร่วงลงกระทบพื้นกระดอนขึ้นลงส่งเสียงเบาๆ อยู่ 4-5 ครั้ง ก่อนหยุดนิ่งสนิท มันเป็นเสียงที่เดี่ยวคุ้นเคยและไม่ได้ยินมันมานานแล้วลูกบอลนี้คงไม่ได้ตกลงกระดอนพื้นมาหลายปีเต็มที เขาหยิบลูกบอลลูกนั้นขึ้นมาดูจำได้ว่า ลูกบอลเก่าๆ ลูกนี้เองที่เขาเคยกลิ้งไปกลิ้งมากับยายสมัยเขายังเด็กๆก่อนที่จะเก็บลูกบอลลูกนั้นไว้ในลังดังเดิม
เหลือบไปเห็นกระป๋องโอวัลตินเก่าๆยังอยู่บนชั้นวางของจำได้ดีว่าเป็นกระป๋องที่เดี่ยวใช้เก็บสะสมภาพที่แถมจากการฝากเงินกับธนาคารออมสินแน่ใจว่าเขาไม่เคยเปิดดูเป็นเวลาประมาณ 20 ปีนับจากวันที่จากบ้านไปเรียนมัธยมที่กรุงเทพฯเมื่อเปิดดูอีกครั้งก็พบกับความประหลาดใจ เดี่ยวจำได้ว่า ไม่เคยเรียงมันเป็นชุดๆแต่พอเปิดออกมา เขาก็พบว่าภาพทั้งหมดถูกเรียงเป็นชุดใส่ในถุงพลาสติกห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ตีพิมพ์เมื่อ 15 ปีที่แล้วแต่ละชุดมีลายมือของยายเขียนว่า ชุดอะไร ปีอะไร ขาดไปกี่ภาพนั่นเป็นหลักฐานว่าเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ยายนำพวกมันออกมาเรียงจัดชุดลงถุงถ้าวันนี้เขาไม่กลับมาเปิดดูเขาก็จะไม่มีวันรู้เลยว่ายายได้เปิดมันดูและเรียงมันให้เขานึกไปถึงวันที่ยายพาไปเปิดบัญชีธนาคารออมสินในเช้าวันเสาร์วันหนึ่งตอนเดี่ยวยังเรียนชั้นประถม นึกถึงคำพูดยายว่า
“เดี่ยวต้องประหยัด หมั่นออมเงินนะลูกนะจะได้ไม่ลำบาก”
สมัยนั้นทุกเช้าวันเสาร์ ถ้าเด็กคนไหนไปฝากเงินธนาคารออมสินจะให้รูปภาพเป็นของที่ระลึก ปีหนึ่งจะมี 1 ชุด เป็นภาพต่างๆ กัน เช่นพระที่นั่งสำคัญ ผลไม้ไทย สัตว์หิมพานต์ รถไฟ เป็นต้น
สายตาของเดี่ยวสะดุดกับกล่องคุกกี้ อีกใบหนึ่งเปิดออกดูพบว่า ในนั้นเก็บจดหมายของเดี่ยวที่เขียนมาหายาย ตอนเรียนมัธยมใหม่ๆตอนนั้นสายตายายไม่ดีแล้ว ตัวหนังสือของเดี่ยวจึงเขียนเต็มบรรทัดตัวใหญ่ๆเพื่อให้ยายอ่านง่ายๆ ยายเก็บมันไว้อย่างเรียบร้อยทุกฉบับใบหนึ่งเป็นโปสการ์ดรูปพระแก้วมรกตสภาพเก่าเหลือง มีข้อความด้านหลังว่า “ยายครับเดี่ยวไปกราบพระแก้วมรกตมาแล้ว พระแก้วและวัดสวยงามจริงๆแล้วเดี่ยวจะไปรับยายมาเที่ยวนะครับ คิดถึงยายมาก เดี่ยว” ตอนนั้นเขาเพิ่งไปอยู่กรุงเทพฯใหม่ๆ เรียนอยู่ชั้น ม.1
ด้านล่างสุดของกล่องมีรูปถ่ายเก่าๆของเขาในสมัยเด็กกับยาย ภาพนั้นสีเก่าซีดอยู่ในกรอบกระจกที่ขุ่นมัวเดี่ยวในรูปยืนจูงมือยายที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุขอยู่หน้าเสาธงโรงเรียนอีกมือของเขาถือโล่ห์รางวัล ใช่แล้ววันนั้นเดี่ยวได้รับรางวัลจากการแข่งขันสอบคณิตศาสตร์ระดับอำเภอจำได้ว่าวันนั้นยายแต่งตัวสวยที่สุดไปรับรางวัลกับเขาแล้วให้ครูไพลินครูประจำชั้นของเขาถ่ายรูปให้แล้วเดี่ยวก็มองไปที่โล่ห์รางวัลที่ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของชั้นวางของ
ภาพเก่าๆ ของโรงเรียนและโลห์รางวัลนั้นเองทำให้คิดถึงโรงเรียนและครูไพลิน จนทำให้เดี่ยววางแผนว่าในวันพรุ่งนี้เดี่ยวจะต้องแวะไปเยี่ยมโรงเรียนสักหน่อยก่อนกลับไปทำงานต่อที่กรุงเทพฯ
...................................
วันรุ่งขึ้นเดี่ยวนึกสนุกจึงขี่จักรยานออกมาชมตลาดซึ่งอยู่ค่อนข้างไกลแทนที่จะขับรถคันงามออกไป ตอนเด็กๆ ยายห้ามนักหนา ไม่ให้เดี่ยวขี่จักรยานออกไปไกลเพราะกลัวเกิดอันตราย แต่เดี่ยวก็ดื้ออยู่เรื่อยเดี่ยวพบว่าระหว่างทางออกจากสวนไปยังตลาดในตัวเมือง มีโรงแรมมาสร้างใหม่ประกาศรับพนักงานหลายอัตรา เขานึกในใจว่าโรงแรมกลางสวนแบบนี้ใครเขาจะมาทำงานด้วย
ไปถึงตัวตลาด พบเห็นความเปลี่ยนแปลงจนน่าแปลกใจ ๒๐กว่าปีที่เขาจากไป ทำให้ภาพเก่าๆ ของตัวเมืองเล็กๆหายไปสิ้นแม้เดี่ยวจะผ่านมาที่นี่อีกหลายครั้งแต่ก็มิได้เคยใส่ใจในรายละเอียดของสิ่งต่างๆมากเท่าวันนี้ อาจเป็นข้อดีของการขี่จักรยานช้าๆที่ทำให้เดี่ยวใส่ใจในรายละเอียดของสิ่งต่างๆ มากขึ้นกว่าครั้งก่อนๆที่เขาเคยผ่านเข้ามาโดยใช้รถยนต์
เดี่ยวไปเยี่ยมโรงเรียนที่เขาเคยเรียนตอนประถมโรงเรียนประชาบาลแห่งนี้เป็นโรงเรียนที่ใกล้ที่สุดกับบ้านของเขาเขาถือโอกาสขี่รถจักรยานเข้าไปในโรงเรียนที่บัดนี้เปลี่ยนไปมากแต่ป้ายคำขวัญประจำโรงเรียนทำด้วยไม้เก่าๆ ผุๆ ยังคงอยู่คงมีเด็กนักเรียนเป็นพันเคยอ่านและเดินผ่านป้ายนี้เดี่ยวอ่านข้อความทบทวนมันอีกครั้ง
“ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี”
เดี่ยวล่ามโซ่จักรยานของเขากับเสาข้างหนึ่งของป้ายอันนั้นขณะที่เดี่ยวเดินดูมุมนั้นมุมนี้ของโรงเรียน เดี่ยวก็พบกับครูไพลินครูไพลินเป็นครูของเดี่ยว เดี่ยวมักจะถูกครูไพลินตีบ่อยๆถึงอย่างไรก็ตามเดี่ยวก็ดีใจที่ได้เจอครูอีกแม้ว่าเดี่ยวจะเรียนเก่งจนยายภูมิใจมากกว่าหลานๆ คนอื่น แต่เดี่ยวก็ดื้อซนมาก