สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสพบคุณสิรินทร (โลหะโชติ) รามสูตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดน่านและสามี (คุณทรงยศ รามสูตร อดีต สส.หนองคาย) ตั้งใจไปพูดจาเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนทราบว่า เธอเป็นกรรมาธิการ 2 คณะ คือ กรรมาธิการท่องเที่ยวและกีฬา และ กรรมาธิการเด็ก สตรีและคนชรา การทำได้พบครั้งนี้มีเหตุพูดจากับทั้ง 2 ต่อเนื่องจากที่ตั้งใจไปมากพอสมควร
ผมได้พูดว่า การพัฒนาเด็กและเยาวชนตามที่คิดและเข้าใจ มีอยู่ 3 แนวทาง คือ 1.พัฒนาเป็นสงเคราะห์ 2.พัฒนาแบบตัวใครตัวมัน 3.พัฒนาแบบมีส่วนร่วม ในห้วงเวลาที่มีไม่มากบอกให้เธอและสามีได้เข้าใจในฐานะที่มีบุตรชาย 2 คน เรียน ป.5 และ ป.6 วัยไล่เลี่ยลูกชายของผม
การพัฒนาแบบที่หนึ่ง เป็นเรื่องที่ทั้งรัฐและฝ่ายการเมือง รวมทั้งองค์กรที่ไม่ค่อยมีเวลาถนัดนัก เนื่องจากการให้การสงเคราะห์ไม่ยุ่งยาก ผู้รับส่วนใหญ่สบาย ๆ จะว่าก็ไม่ได้ เนื่องจากเขาช่วยเรามาในลักษณะให้การสงเคราะห์ ก็ค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ ปฏิบัติกันไปตามเรื่องตามราว
การพัฒนาแบบที่สอง เป็นเรื่องที่ควักกระเป๋ากันเอง ลูกคนมีเงิน มีทุนรอนก็ไม่ค่อยเดือดร้อน ส่วนหลายครอบครัวที่ลูกเรียนดี ตั้งใจดี เป็นอันต้องหยิบยืม เพื่อให้ลูกไปไกลจนถึงฝันของเขา เรื่องว่าอย่างไง ๆ ก็ต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างเป็นการลงทุนทางการศึกษา เพื่อลูกให้จนได้
การพัฒนาแบบที่สาม เป็นเรื่องบูรณาการแบบแรกและแบบที่สอง หากแต่จะต้องใช้โอกาสปุฉาวิสัจฉนากันให้ถ่องแท้ รู้ต้นทุน รู้จักจิตใจและหลายต่อหลายอย่าง เรียกง่าย ๆ ว่า ร่วมกันลงขันหรือร่วมมือกันเพื่อส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน
การสงเคราะห์แบบให้เปล่าบ่อยครั้งทำให้ขาดการเชื่อมโยง ขณะที่การพัฒนาแบบให้ครอบครัวรับผิดชอบลำพัง อาจทำให้เด็กเยาวชนรู้สึกว่า เหตุใดไม่มามีส่วนร่วม และเมื่อเติบใหญ่พวกเขาจะคิดถึงสังคมกันไปทำไม่ การพัฒนาแบบที่สาม น่าจะเป็นแนวทางหนึ่งที่ทำให้เด็กและเยาวชนคิดถึงสังคมรอบข้างได้ไม่มากก็น้อย
มีความสุขในการทำงานนะคะ
สุขภาพแข็งแรงค่ะ :)