KMครูวิทยาศาสตร์

แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

                คุณครูทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าก่อนที่จะลงมือสอนวิชาใดก็แล้วแต่ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการวิเคราะห์หลักสูตร เพื่อให้ทราบว่า เราจะสอนอะไร  สอนทำไม  สอนไปแล้วควรเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนอย่างไรบ้าง โดยมีวิสัยทัศน์และเป้าหมายของหลักสูตรเป็นแนวทางที่สำคัญที่ครูจะต้องนำพานักเรียนก้าวไปให้ถึง และจากการวิเคราะห์หลักสูตรแล้วขั้นต่อมาก็คือการวิเคราะห์ผู้เรียนเพื่อให้ครูได้รู้ว่านักเรียนที่จะเรียนกับเราในขณะนี้เป็นอย่างไร เรียนเก่งหรือเรียนอ่อน มีความรับผิดชอบสูงหรือต่ำ ที่สำคัญครูควรจะได้รู้ว่านักเรียนมีความชอบหรือไม่ชอบในรายวิชาที่ครูสอน ซึ่งจะนำไปสู่การจัดรูปแบบการเรียนรู้ให้เหมาะสม แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นครูจะต้องเป็นผู้สร้างให้นักเรียนมีเจตคติที่ดีในรายวิชาที่ครูสอน ดังคำกล่าวที่ว่า  เริ่มต้นดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง

                เมื่อครูได้รู้จักผู้เรียนแล้ว ก็เป็นเรื่องง่ายที่ครูจะตอบคำถามที่ว่า จะจัดการเรียนรู้อย่างไรให้เหมาะสม ที่ผ่านมาครูมุ่งไปสนใจกับนักเรียนที่สนใจเรียน ตั้งใจเรียน โดยปล่อยปละละเลยเด็กหลังห้องที่ไม่ค่อยชอบวิชาที่คุณครูสอน ปัญหาจึงเกิดขึ้น คุณครูลองปรับอีกสักนิดโดยจัดกิจกรรมให้นักเรียนที่สนใจเรียนอยู่แล้วให้เขาได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่โดยครูเป็นที่ปรึกษาหรือเป็นผู้ที่คอยชี้แนะ ส่วนนักเรียนที่ไม่ชอบในวิชาที่เรียน ลองเติมความรัก ความเข้าใจ เอาใจใส่อีกสักนิด จัดประสบการณ์ให้เขาตามที่เขาสนใจ และคอยแทรกเนื้อหาวิชาลงไปด้วย อย่าพึ่งตั้งเป้าหมายว่าเขาจะได้เกรด 4 แค่ทำให้เขาชอบในตัวครูและรักที่จะเรียนก็เพียงพอแล้วสำหรับนักเรียนกลุ่มนี้ ลำดับต่อไปคุณครูจะจัดการเรียนรู้อย่างไรจึงจะเหมาะสมกับรายวิชาวิทยาศาสตร์  หลักการอยู่ที่ว่าสอนวิทยาศาสตร์จากเรื่องใกล้ตัว ง่ายๆ เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน โดยฝึกให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อย่างเต็มศักยภาพนำไปสู่เรื่องที่ไกลตัวออกไป ลงลึกสู่เนื้อหาและหลักการให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ใช้สื่อเทคโนโลยีที่เหมาะสม ใช้เทคนิคการสอนที่มีอยู่มากมายให้เป็นประโยชน์ เช่น การสอนแบบ 5E   การสอนโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์  การสอนโดยใช้หลักการของโพลยา  การสอนแบบ RBL  ให้นักเรียนมีโอกาสเป็นดาราโดยเป็นผู้นำเสนอผลงาน ส่วนคุณครูก็คอยสร้างบรรยาการแห่งการเรียนรู้ที่เป็นกันเองสนุกสนาน ตื่นเต้น ที่สำคัญควรปราศจากเสียงบ่น ด่าทอ หรือเสียงตำหนิ สุดท้ายครูและนักเรียนต้องช่วยกันสรุปองค์ความรู้ร่วมกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อจะตรวจสอบว่านักเรียนเข้าใจหรือไม่ ถ้าไม่เข้าใจครูควรอธิบายเพิ่มเติม ถ้านักเรียนเข้าใจดีแล้วก็ให้ความรู้เสริม ขยายประสบการณ์ของนักเรียนให้มากขึ้น ก่อนที่จะให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดเพื่อทบทวนความรู้ได้ต่อไป