คุณแม่อุไรพรเล่าต่อว่า เรื่องการให้ความรู้ เราไปหาแหล่งที่ ผู้สูงอายุไปรวมตัวอยู่ และมีความเข้มแข็งเหมือนกัน ... ก็คือที่วัด เพราะว่า ตอนที่ไปทำเรื่องออกกำลังกาย ก็จะมีข้อจำกัดว่า ปวดขา ไม่มีใครพามา ถ้ามาแล้ว ก็ไม่มีคนเฝ้าบ้าน เราก็เลยสื่อสารกันว่า เราจะทำยังไงดี
ก็เลยเขียนโครงการที่จะมาของบประมาณอบรมเพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อที่จะให้เพื่อนไปดูแลเพื่อนที่อยู่ในกลุ่ม 2 และ 3 ที่ไม่สามารถมาร่วมกิจกรรมได้
แต่บางคนอยู่กลุ่ม 2 สามารถมาวัดได้ เราก็เลยเอาโครงการนี้ไปให้ความรู้ในวัด ในวันสำคัญทางศาสนา บางท่านมาร่วมกิจกรรมไม่อยากมา แต่ว่าวัดเป็นที่รวมใจ ต้องไปทุกวันพระ เราก็เลยกระจายไปเป็นแนวทาง ... ก็จะเป็นหลายกลุ่มอายุ ไม่ว่าจะเป็นวัยทำงาน วัยเด็ก ก็จะได้ทุกกลุ่มอายุเลย

ตอนนี้เป็นเพลงฝากจากคุณแม่ค่ะ
"ภูเขาจะกั้นขวางหน้า แดดกล้าจะร้อนอย่างไร
ฉันจะลงชมรมจนได้ ทำไป ทำทุกวันเพราะฉันมั่นใจ
อยู่บ้านโดนนินทาก็ช่างมัน ทำทุกวันเพราะฉันมั่นใจ
อยู่บ้านมีเวลา จะยกรายงานขึ้นมาแก้ไข สมาชิกที่สนใจ ก็เข้าร่วมกิจกรรม
เงินฝากธนาคาร เป็นเงินได้บริจาค ถ้าเราไม่นำมาฝาก ก็คงต้องยากในเรื่องของเงิน
ฝากไว้เพื่อชีวิต เพื่อสมาชิกของชมรม ชมรมสู้ทน เพื่อทุกคนที่เป็นสมาชิก
ทุกอย่างถ้าร่วมกัน ทุกชีวันก็สุขี การออกกำลังกายก็ดี ชีวีแก่เฒ่าก็เชิญเจ้า เข้าร่วมกิจกรรม
ผู้นำในชุมชน เข้าร่วมกิจกรรม เชื่อมสัมพันธ์ความสามัคคี เพื่อชีวีอยู่ดีกินดี
ชมรมผู้สูงอายุ บรรลุวัตถุประสงค์ กิจการใดสมเจตน์จำนง ไม่หลงทางกัน
ชมรมของเราดีกัน รักใคร่ผูกพัน สามัคคี
เพื่อนพ้องน้องพี่ ยินดีต้อนรับทุกคน
หัวใจนั้นคือ ธรรมะ ลดละกิเลสกังวล ...."
ที่นี่วัดก็อยู่ด้วยกัน รร. ก็อยู่ด้วย กัน และชมรมผู้สูงอายุก็อยู่ด้วยกัน รวมเป็นทีมสุขภาพเลย ... นี่ละค่ะ คุณแม่อุไรพร
รวมเรื่อง เยี่ยมเยียนผู้สูงอายุ และภาคีเครือข่าย เมืองชัยภูมิ 14-15 กค.51