คนพูดไม่รู้
คนเรานั้นมักจะแสวงหาความรู้ที่แตกต่างกันไป
บางคนเรียนรู้ด้วยตัวเองจากการอ่าน บางคนเรียนรู้จากการฟัง
บางคนเรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิต บางคนเรียนรู้จากการลองผิดลองถูก
เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดที่ผมกล่าวมานั้นมันเป็นการเรียนรู้แทบทั้งสิ้น
มีคนพูดว่าการเรียนรู้ต้องเป็นระบบ
เพราะการเรียนรู้อย่างเป็นระบบจะเป็นขั้นตอนในด้านองค์ความรู้ที่ได้รับ
จะอย่างไรก็ตามทุกองค์ความรู้เราไม่สามารถวางกรอบมันได้ว่าวิธีใดเป็นวิธีที่ดีที่สุด
ในการแสวงหาความรู้
สำหรับตัวผมนั้นคิดว่าการศึกษาที่ดีนั้นคือการแสวงหาความรู้และสามารถนำองค์ความรู้มา
พัฒนาตนเอง และสังคมอย่าง เป็นรูปธรรม
ไม่ว่าเราจะเรียนรู้ในด้านไหนขอให้รู้จริงสามารถนำมาปฏิบัติได้
อย่ารู้แบบเป็ด คือบินก็ได้แต่ไม่เหมือนนก ดำน้ำก็ได้แต่ไม่เหมือนปลา
เดินก็ได้แต่ไม่เหมือนคน
เพราะความรู้แบบที่กล่าวมานั้นมันเป็นความรู้ที่ไม่สมบูรณ์ไม่สามารถจะนำ
มาพัฒนาตัวเองและสังคมอย่างเป็นรูปธรรมได้
ปัจจุบันนี้เราจะเห็นคนหลายๆ คนแสวงหาความรู้
แต่วางเป้าหมายไม่เหมือนกัน บางคนเรียนรู้สูงจนมองคนข่างล่างไม่เห็น
และมีความอคติในองค์ความรู้ของคนอื่นที่ไม่เหมือนเรา
บางคนเรียนตามเพื่อไม่ให้คนมองว่าโง่โดยได้ความรู้จากการลอกเขามาแทบทั้งสิ้นจนติดนิสัยคิด
ไม่เป็น ตามเขาอย่างเดียว
บางคนแสวงหาความรู้เพื่อต้องการผลประโยชน์จากความรู้ที่ได้เรียนมาโดยไม่คำนึงถึงความรู้
ที่ได้มานั้น จะได้ด้วยวิธีใดขอให้คนเรียกว่า ดอกเดอร์
หรือนักวิชาการก็พอแล้ว
ข้อความทั้งหมดที่ผมเขียนมานั้นเพียงเพื่อเป็นสิ่งเตือนใจผมเอง
และท่านละคิดอย่างไร
การศึกษา อย่างเดียวไม่ใช่คำตอบ แต่ คุณธรรมในใจ นั้นสำคัญ
สลาม
- มาทักทายครับ
- ผมเองก็ยังงงๆกับประโยชน์ที่ว่า "ผู้มีความรู้" อยู่เหมือนกัน แล้วถ้าหากมาเทียบกับเราแล้วมันจะไปกันได้ไหม แล้วยังไงล่ะที่ว่าเอาความรู้มาพัฒนาตัวเองและสังคม แล้วชาวบ้านล่ะที่ไม่ได้เรียนหนังสือแต่สามารถที่จะเลี้ยงชีวิตอยู่อย่างสบายไม่คิดที่จะทำอะไรแล้ว ผลประโยชน์ต้องมาก่อน แถมยังเป็นผู้นำชุมชุน(แบบไม่ทางการ)สามารถนำผู้ที่อยู่รอบๆข้างให้พ้นจากความมืดมนไปสู่ความแสงสว่าง อีกต่างหาก จะเป็นแบบทางการไม่ได้เพราะไม่ได้จบ ดร.มา(แล้วอย่างงี้เขาเรียกว่าผู้มีความรู้หรือเปล่า)
- แล้วที่จะให้นามว่าผู้รู้นั้นต้องให้เฉพาะผู้ที่มีวุฒิบัตรหรือต้องมีดีกรีแขนงต่างๆเท่านั้น
- วัสสาลามครับ
สลามผู้ไม่รู้(น่าจะรู้มากว่าผมอีก)
โดยทั่วไปแล้วคนเรามักจะอิงกับใบปริญญาที่ได้จากการจบการศึกษาจริง
แต่มีผู้คนมากมายในโลกนี้ที่ไม่ได้ศึกษาในระบบ (ที่สร้างขึ้นมา ) แต่
มีความรู้และสามารถนำมาพัฒนาตนเองและสังคมได้ แต่ถ้าพูดในหลักการ
อิสลามแล้วดีกรีต่างๆ เหล่านั้นไม่สามารถรับประกันอิหม่านของเราได้ แต่ดีกรีที่สามารถรับประกันเราได้ซึ่งเป็นดีกรีที่ได้จาการความรู้ที่แท้จริง และการปฏิบัตดีิ ก็คือ มุตตากีน ซอลีฮีน และซูฮาดา ซึ่งถ้าเปรียบดีกรีในโลกนี้ก็มีสามระดับเหมือนกับ คือ ป.ตรี ป.โท และ ป.เอก ซึ่งมันเทียบกันไม่ได้เลยเพราะดีกรี เหล่านั้นมนุษย์เป็นผู้รับประกัน
คุณคงทราบดี
วัสลาม
- ครับผม ก็พอที่จะทราบบ้าง
- ยังงัยก็ขอขอบคุณอาจารย์มากครับที่ให้ความกระจ่างและสามารถที่จะการันตีให้กับผู้ที่ด้อยโอกาสในทางการศึกษา(ที่เป็นระบบ)แต่สามารถที่จะค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง เพื่อมาพัฒนาตัวเองให้ทันกับโลกที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ แต่จะหาสิ่งที่ยืนยันให้กับตัวเองว่าผู้มีความรู้ตามทษฎีที่ต้องมีดีกรีแขวนบ่านั้นคงไม่มีให้
- สุดท้ายผมเห็นด้วยอย่างที่อาจารย์บอกว่า ป.ตรี ป.โท และ ป.เอก ซึ่งมันเทียบกันไม่ได้เลยเพราะดีกรี เหล่านั้นมนุษย์เป็นผู้รับประกัน แต่สิ่งที่จะการันตีเราได้คือความรู้ที่แท้จริง และการปฏิบัตดีิ ก็คือ มุตตากีน ซอลีฮีน และซูฮาดา อามีน
วัสสาลาม
knowledge is in anywhere anyplaces,not necessary to measure by certificates or degrees but the way you proceed your life, lead or follow the society in the good ways are the answer.
Sawaddee and Good morning kunkajonsaks,
I agree with your comment because many versed people got knowledge because of learning by doing in difference of situation. And can be the expert in the long run.