วันนี้ขอเล่านิทาน ซึ่งมีเค้าโครงมาจากเรื่องเล่าในสมัยราชวงศ์ซ้อง/ซ่ง ของจีนครับ
|
พระใกล้ตัว กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีชายหนุ่มผู้หนึ่ง อาศัยอยู่กับมารดาในชนบทแห่งหนึ่ง ชายผู้นี้เป็นผู้มีอุปนิสัยใฝ่ในธรรมเป็นอย่างยิ่ง วันหนึ่ง เขาได้ทราบข่าวว่า ที่เมืองหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไป มีพระอาจารย์รูปหนึ่งมีปฏิปทางดงามยิ่งนัก เขาจึงลามารดาเดินทางไกล เพื่อไปฟังธรรมจากพระอาจารย์ ในระหว่างทางที่เขาใกล้จะถึงเมืองนั้น เขาได้พบพระธุดงค์รูปหนึ่งซึ่งดูน่าเลื่อมใส จึงแวะเข้าไปนมัสการท่าน "เธอจะไปไหน?" พระธุดงค์สอบถาม ชายหนุ่มจึงเรียนท่านไปตามจริง ว่ามาจากเมืองไกลเพื่อไปคารวะพระอาจารย์และไปฟังธรรมจากท่าน พระธุดงค์ยิ้มน้อยๆ แล้ว กล่าวว่า "เธอจะต้องไปหาพระไกลตัวให้ลำบากทำไม? ในเมื่อพระใกล้ตัวก็มีอยู่แล้ว" ชายหนุ่มดีใจมาก เรียนถามพระธุดงค์ว่า "พระใกล้ตัวนั้นอยู่ที่ไหน?" ชายหนุ่มดีใจมากที่จะได้พบพระใกล้ตัวผู้ประเสริฐ ตามคำทำนายของพระธุดงค์ ท่านคงมีญาณวิเศษมองเห็นอะไรดีๆ เป็นแน่ เขาจึงรีบเดินทางกลับ แต่สมัยนั้นการเดินทางยังลำบากอยู่ กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็ใช้เวลานานเป็นเดือน ซึ่งย่างเข้าสู่ฤดูหนาว ระหว่างทางก็ไม่พบพระผู้ประเสริฐตามคำทำนาย เมื่อเขากลับมาถึงบ้านนั้น เป็นเวลาค่ำมากแล้ว เขาได้เคาะประตูบ้านเรียกให้มารดาเปิดรับ ขณะนั้นมารดาได้เข้านอนแล้ว แต่ยังไม่หลับเพราะใจกังวลห่องลูกอยู่ ไม่คิดว่าลูกชายจะกลับมาเร็วเกินคาด ด้วยอาการรีบร้อน รีบลุกจากเตียง ดีใจที่ลูกชายกลับมา กล้วว่าลูกจะหนาวที่รอนาน จึงรีบคว้าเสื้อคลุมมาใส่ไม่ทันจัดให้เรียบร้อย แล้วครึ่งวิ่งครึ่งเดินพลางสวมรองเท้าไปด้วย มาเปิดประตูให้ลูก โดยไม่ทันสังเกตว่าใส่รองเท้ากลับข้างกัน ขณะนั้นเป็นคืนเดือนหงาย ภายใต้แสงจันทร์แจ่มกระจ่าง ภาพมารดาที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทำให้ชายหนุ่มสะดุดใจ คำทำนายของพระธุดงค์ทันที "ถ้าเธอพบเห็นพระที่ห่มผ้ารุ่มร่ามไม่เป็นระเบียบ สวมรองเท้ากลับข้าง นั่นแหละคือพระใกล้ตัวผู้ประเสริฐ" ชายหนุ่มเป็นคนฉลาด ก็สำนึกได้ทันทีว่า "มารดาของเรานี่เอง ก็คือ พระใกล้ตัวผู้ประเสริฐของลูก จักต้องไปหาพระไกลๆ ที่ไหนอีกเล่า" ตั้งแต่นั้นมา เขาก็ปรนนิบัติมารดา มิให้คลาดสายตา และไม่ยอมเดินทางไกล เพื่อไปเสาะแสวงหาพระที่ไหนอีกเลย
|
มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์

神奇的蜂爷
(shen2 qi2 de1 feng1 ye2)
แวะมาทักทายค่ะ...ขอบคุณ..คุณ..beeman 吴联乐 ที่กระตุ้นต่อมสำนึกพระคุณ..พระอรหันต์ในบ้านค่ะ...!!
อ.บีแมนคะ
นิทานเรื่องนี้ คุณแม่เล่าให้ฟังบ่อยมากค่ะ
โดยชื่อภาษาจีนแต้จิ๋วเรื่องนี้คือ...อัวะฮุก....ซึ่งแปลว่า...พระอรหันต์ที่ยังมีชีวิตอยู่
ขอบคุณค่ะสำหรับนิทานดี ๆ
แวะมาขอบคุณอาจารย์ค่ะ และมาอ่านนิทานดีๆไม่เคยฟังมาก่อนค่ะแต่รู้ว่าเราต้องดูแลพ่อแม่ของเราดีๆเหมือนที่ท่านดูแลเรามา
吴老师您好
จีนมีวัฒนธรรมและการบ่มเพาะความกตัญญูเป็นอันดับแรก การอบรมลูกหลานของคนรุ่นเก่าจะเน้นและให้ความสำคัญกับการกตัญญู เป็นเรื่องใหญ่ จนมีนิทานเรื่องยี่สิบสี่กตัญญู (二十四孝子) ออกมาให้อ่านกัน แม้แต่ละครกำลังภายในก็ยังสอดแทรกคุณธรรมเหล่านี้เสมอเช่น เมื่อทำผิดก็ต้องคุกเข่ารับโทษ แต่สมัยนี้จะเห็นแต่ความก้าวร้าว กับพ่อแม่ ครู อาจารย์ จะแก้ปัญหานี้กันได้อย่างไร ความสำคัญขึ้นกับการอบรมสั่งสอนของพ่อและแม่ แต่กลับผลักภาระให้ครูอาจารย์ในโรงเรียน แล้วอนาคตจะฝากกับใครดีคะ