เมื่อนั้นการเปลี่ยนแปลงก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญ

 

            สามอาทิตย์ที่ผ่านมา  เขียนบทความเรื่อง เกี่ยวกับแรงงาน

ขึ้นมาหนึ่งชิ้น  จากการที่พบปะกับแม่บ้านพ่อบ้านในชุมชน  ถามทุกข์สุข

ก็ให้พบเจอ ปัญหาจากการไป รับจ้างก่อสร้าง ซึ่งเป็นปัญหาเดิมๆ

ที่เคยพบเห็นทั่วไปในสื่อต่างๆ

        แต่เมื่อเราได้นั่งต่อหน้า ผู้ใช้แรงงาน ที่ประสบเหตุจริงๆ

ย่อมเป็นฝันร้ายของครอบครัว และความทุกข์ ที่ต้องหาทางแก้ไข

จากระดับครอบครัว และสู่ระดับไหน

         มากู้ ออมทรัพย์สัจจะ  แฟนไปทำงาน ที่ แถว อ.ปราสาท ก่อสร้าง ทำมาเป็นเดือน แต่เขาไม่ให้ค่าแรง เขาบอกว่า ไม่มี      แม่บ้านคนหนึ่งในคุ้มบ้านป่ายาว  กล่าวแบบเล่าสู่กันฟัง เมื่อเจอกัน ตอนมาประชุมกลุ่มออมทรัพย์สัจจะของหมู่บ้าน

 

         โดนแบบนี้บ่อยเลย  ตัวเองก็โดนเหมือนกัน  ไปก่อสร้างที่ในเมืองนี่เอง

ก็ไม่ได้ค่าแรง  นี่ก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว

 

       เรา  มีความแตกต่างทางด้านความคิด   ประสบการณ์  สังคม 

  เศรษฐกิจ  และโอกาสในการสื่อสาร  แต่เราไม่ต่างกันในทุกข์และสุข

ไม่ว่าในเมือง หรือชนบทห่างไกล

                            

       อยู่ในชุมชน พบเจอในทุกกลุ่ม ทุกวัย อย่างวัยเล็กๆ

 

ก็ได้คุยเมื่อยามทำกิจกรรม

                               

 

       เมื่อฟังเรื่องราวก็อยากเล่าต่อและร่วมถ่ายทอดความรู้สึกต่อกัน

       แนวทางแก้ไข ในบทความ อาจจะไม่แปลกใหม่

แต่เป็นสิ่งที่ต้องยืนยันที่จะดำเนินต่อไป     ถ้าเราต้องการการแก้ไข

ในระดับที่ใหญ่  ก็ต้องพาแก้ไข ระดับที่เล็กที่สุดด้วย ให้รับรู้ และวิเคราะห์

ไปพร้อมๆกัน   เมื่อนั้นการเปลี่ยนแปลงก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญ

1.  ภูมิใจตนเอง เป็นวิทยากรของชุมชน ฟื้นฟูธรรมชาติ  ภูมิใจภูมิปํญญาท้องถิ่น

   การมองหาสิ่งดีๆในชุมชน ที่มีอยู่แล้ว ยกขึ้นมาพูด มาบอกเล่า และดำเนินตามสิ่งดีๆ ด้วยความภูมิใจ  คนเราเมื่อมีความภูมิใจ ก็มีความสุข และมีความคิดดีๆ

 

2.การพึ่งตนเอง              บางครั้ง คนเราก็ไม่รู้ว่า ตนเองทำอะไรได้มากกว่าที่คิด         ความภูมิใจในการกระทำที่ดีงาม  และเป็นทุนให้ชุมชนมีพลังที่ซ่อนอยู่แบบนี้ ได้แสดงออกมาอีกเป็นระยะๆ 

 

 3. เน้น ออมทรัพย์สัจจะ   วันนี้  ชาวบ้านซื้อใบกู้เงิน กันเยอะมาก หลายคนบ่น เรื่องการเงิน    ส่วนการเงินกองทุนสัจจะ นับวัน  ยอดเงินจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ   ปันผลให้ ร้อยละ 18  ถือว่าเยอะมากกว่าธนาคารในเมือง  ยามขัดสน กองทุนของชาวบ้าน ก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเองได้ ไม่ต้องไปพึ่งภายนอก  ชุมชนต้องสนับสนุนและต้องช่วยกันเอง   คงต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ และเข้าใจกัน

 

5.หมั่นประชุมในชุมชน ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเพื่อการมีส่วนร่วม   เป็นการคลายความอึดอัดในทุกข์ต่างๆ  และการสื่อสารกันบ่อยๆ ทำให้มองตาก็รู้ใจไปในแนวทางเดียวกัน เมื่อยามที่เราต้องทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวมร่วมกัน

 

6. ฝึกทักษะการสื่อสารในชุมชนที่ดี ในรูปแบบต่างๆให้กับทุกกลุ่มในชุมชน   เช่น การถ่ายภาพ    การทำสารคดี    ภาพนิ่ง หนังสั้น   การจัดทำวิทยุชุมชน เพื่อให้มีการสื่อสารกันมากๆ แลกเปลี่ยนข้อมูล   แนวคิด   คุณค่าของชุมชน ให้เห็นความสำคัญของชุมชน และความดี ความสามามัคคี

 

7.  เครือข่าย     สร้างอย่างเป็นธรรมชาติและอย่างเป็นทางการ ได้ในทุกส่วน โดยพื้นฐานของการแลกเปลี่ยนแนวคิด   ศักยภาพของแต่ละชุมชน   การมีเพื่อนก็ถือเป็นสมบัติที่มีคุณค่าสูงสุด