เตือนสติคนที่โกงแผ่นดิน
ชายหนุ่มคนหนึ่ง เมื่อจบการศึกษาระดับ ปว.ส.(เกษตรกรรม) จากนั้นใน วันที่ 1 มิถุนายน 2526 หลังจากจบการศึกษา จากสถาบันการศึกษา ที่มีชื่อเสียงปัจจุบัน ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัย ของภาคอีสาน สอบบรรจุรับราชการในตำแหน่ง เจ้าพนักงานการเกษตร 2 ที่อำเภอแห่งหนึ่งติดกับลำน้ำมูล จังหวัดศรีสะเกษ มีเกษตรอำเภอให้การต้อนรับด้วยไมตรีจิตรเพราะเป็นเลือดเขียวขาวเหลือง งานส่งเสริมการเกษตรคือหัวใจต่อประชาชน งบประมาณแผ่นดินที่รัฐบาลสนับสนุนงานด้านการผลิต พืชอาหาร พัฒนาสถาบันเกษตรกร ยุวเกษตรกร ภัยแล้ง น้ำท่วม หรือภัยพิบัติต่างๆที่เกิดขึ้น รวมทั้งแผนพัฒนาเกษตรกร ด้วยงบประมาณมหาศาล
เกษตรอำเภอ ในสมัยนั้นมาจากการซื้อตำแหน่ง ข่าววงในว่าเลข 6 หลัก หลายๆตัว ให้ความไว้วางใจ เกษตรตำบลมือใหม่เป็นอย่างมาก เข้าทำงานได้ 2 ปีเศษ เลื่อนระดับเป็นเจ้าพนักงานการเกษตร 3 เขาสามารถเป็นคณะกรรมการ จัดซื้อจัดจ้าง หรือตรวจรับงานรับเหมา จากเจ้าพนักงานการเกษตร กลายเป็นผู้ทำหน้าที่ด้านการเงิน การบัญชี พัสดุ งบประมาณ ผ่านมือ เงินทุกบาทมองเห็นในเนื้องาน เกษตรอำเภอไว้วางใจอย่างมาก ถึงขนาดมอบอำนาจให้เป็นผู้ดูแลงบประมาณ ในเวลานั้น
เกษตรอำเภอจอมวายร้าย สั่งให้ดำเนินการตามที่ต้องการ ตั้งแต่การเก็บหัวคิว (ส่วย) ปลอมลายมือชื่อผู้บังคับบัญชา การจัดซื้อ จัดจ้าง การตรวจรับ พร้อมการวางฎีกาเพื่อการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ เกษตรอำเภอสวาปรามเงินงบประมาณ แบบพุงกาง ทั้งๆที่เป็นเงินภาษีของประชาชน และนำกลับมาช่วยเหลือประชาชน ตั้งแต่บรรจุเข้ารับราชการถึงปี 2535 จึงย้ายมาที่จังหวัดมหาสารคาม และมีอุปสรรคกับการทำงาน จึงลาออกจากการรับราชการในปี 2539 ขอกลับเข้ารับราชการ ปี 2544 ที่สำนักงานเกษตรอำเภอแห่งหนึ่งที่จังหวัดร้อยเอ็ด ทำงานได้อย่างโดดเด่นอย่างมาก เสียสละ ทั้งกำลังกาย กำลังทรัพย์เพื่อประชาชน เกษตร ชาวนา
ปี 2549 ลางร้ายเริ่มมองเห็นกับชีวิต คือ สำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ได้ตรวจสอบและเห็นการทุจริตเงินก้อนโต ของหน่วยงาน รวมทั้งการปลอมแปลงเอกสาร ล้วนเป็นคดี “อาญาแผ่นดิน”
อดีตเกษตรอำเภอ ถูกสอบสวนสั่งให้ออกจากราชการ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เงินที่หามาได้หมดไปกับการ เล่นการพนัน เหล้า ผู้หญิง สุดท้ายเงินค่ารักษาพยาบาลแทบไม่มี จนกลายเป็นคนไข้อนาถา ชีวิตของเกษตรอำเภอผู้โลดแล่นในสังคม “ขี้โกงแผ่นดิน”
เกษตรตำบลคนนั้น อายุได้ 47 ปี ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรียกไปสอบสวน 2 ครั้ง พร้อมได้รับคำตอบคือ “อาการน่าเป็นห่วง” มีสิทธิออกจากราชการและติดคุกแน่นอน เขานอนไม่หลับ สิ่งที่เป็นมิตรได้ในยามยากคือ “สุราขาว” จนเรียกได้ว่าเป็น “ทาส” ของสุรา จากชายหนุ่มที่มีสติปัญญาเรียนหนังสือระดับแนวหน้า หาเงินเก่ง รับภาระดูแล แม่และน้องๆ
ปลายปี 2550 เขาลาออกจากราชการ ยังทิ้งภาระให้เพื่อนๆ ผู้ค้ำประกันเงินกู้ ระยะยาว ระยะปานกลาง หลบหนีออกจากสังคมไปอยู่ตามชนบท อยู่กับเกษตรกรที่ยังมีความรักศรัทธาและเข้าใจ พร้อมซื้อรถแทรกเตอร์เพื่อรับจ้างไถนา ไถไร่ แรงงานที่เคยรับราชการ มาเป็นผู้ใช้แรงงาน มันฝืนธรรมชาติ นอนดึกตื่นเช้า ประกอบกับการดื่ม “สุราขาว” เป็นอาจินต์ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2551 เขาได้จาโลกนี้ไป ทิ้งรอยอาลัยของชาวเพื่อนรักนักส่งเสริม ว่าวันนั้นเขาทำอะไรให้กับสังคมบ้าง
เกษตรอำเภอคือเจ้านายคนแรก จากไปก่อนเขาไม่นาน ด้วยความทุกขเวทนา เพราะเขาสูบเลือดสูบเนื้อประชาชน เขาร่ำรวยมาจากการทุจริต สั่งลูกน้องทำทุกอย่างที่ตนเองจะได้เงินตรา สวรรค์มีตา “บาปกรรม” มีจริง ป.ป.ช.ตั้งกรรมกาสอบสวน ทั้งๆที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมากว่า 25 ปี
ข้าราชการที่รักทั้งหลาย วันนี้ท่านกำลังโลดแล่นในตำแหน่งหน้าที่ “ริเริ่มสร้างสรรค์ แข่งขันกระทำดี สามัคคีก้าวหน้า พัฒนาประเทศไทย” หากมีหัวหน้าส่วนราชการที่คุณลักษณะอย่างที่ว่ามา ขอให้ศึกษากฎหมาย ระเบียบวินัย ระเบียบงานราชพัสดุ การจัดซื้อจัดจ้างให้ดี ก่อน อย่ามุ่งหวังเพียง เงินบาทเงินสลึง ที่ได้มาจากการทุจริตคอรัปชั่น มันไม่ใช่ทางไปสวรรค์ แต่เป็นทางลงนรกชัดๆ
ใครคือคนต่อไป “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ” หรือ ป.ป.ช. ต้องกระชากหน้ากากผู้ที่ร่ำรวยผิดปกติ หรือคนที่ร่ำรวยเพราะโกงแผ่นดิน นี่แหละคือ 20 ปีล้างแค้นยังไม่สาย
สุดท้ายเตือนสติ รุ่นน้องที่เข้ามารับราชการใหม่ๆจงเป็นตัวของตัวเอง อย่าเห็นแก่อามิสสินจ้าง “คนเคยทำชั่วครั้งแรก ครั้งที่สองจะตามมา” เกียรติยศศักดิ์ศรี มิได้มาจากอำนาจเงิน จงทำดีเพื่อพ่อหลวงของเรา
ยศและลาภหาบไปไม่ได้แน่ เว้นเพียงแต่ต้นทุนบุญกุศล
ทิ้งสมบัติทั้งหลายให้ปวงชน ร่างของตนเขายังเอาไปเผาไฟ
เขียนได้ดีมากๆๆเลยครับ..ศรัทธา ครับ..ลงอีกนะครับ...
กราบเท้าอาจารย์ชุมนุม แอคะรัตน์ ที่เคารพอย่างสูง ท่านคือ ครูผมนั่นเอง ตั้งจบ ปวส./ปริญญาตรี
ศัทธา เชื่อมั่น ในสิ่งที่คุณทำอยู่...จะเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมมากๆเลยนะครับ...จัดเป็นอภิชาติศิษย์ ครับ.. ครู ชยพร แอคะรัจน์
ขอบพระคุณครับ คุรครูชยพร ที่เคารพ
ปัจจุบัน กระผมทำงานที่สำนักงานเกษตรอำเภอทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด ตำแหน่ง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร 6ว.(เกษตรตำบลบึงงาม) ทำงานเป็นเกษตรตำบลมาหลายปี เห็นความกาลี ความหลอกหลอน เห็นความทุกข์ยากขงผู้คนในนาคร จึงแรมรอนมาเป็นเกษตรตำบลบึงงาม ชาวบ้านรักเกษตรำตบลมาก
งานพิเศษ คือนักจักรายการวิทยุกระจายเสียง 06.00-07.00น.จัดรายการข่าวเด็ดร้อยเอ็ดเช้านี้ คลื่น FM 87.80 MHz กำนันผู้ใหญ่บ้านเปิดผ่านหอกระจายข่าวทุกวัน โด่งดังมาก เสียงดีแต่ไม่มีคะแนน เพราะไม่ใช่ผู้แทนหรือนักการเมือง
งานพิเศษอีกประการคือ งานเขียนวารสาร "เทคโนโลยีชาวบ้าน" เครือ"มติชน" ผู้สื่อข่าว หนังสือพืมพ์คมชัดลึก /แนวหน้า จ.ร้อยเอ็ด ผู้สื่อข่าวพิเศษ "โมเดอร์นไนน์ ทีวี ข่าวเคเบิ้ล ทีวี จ.ร้อยเอ็ด
วิทยากรกระบวนการโรงเรียนเกษตรกรใรพระราชดำริ จ.ร้อยเอ็ด
อ้ออีกประการคือ "วิทยากรโครงการประชาศึกษาและชุมชนสัมพันธ์" สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเเห่งชาติ ครับ
คนเขียนเคยทุจริตเหมือนกันไม่ใช่เหรอที่ทุ่งเขาหลวง อิอิอิ
ทำไม่เขียนเรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ทุจริตงบภัยพิบัติ ปี ๒๕๕๒ โดยเรียกค่าหัวคิวจาก สส.เอกภาคคนเดียวตั้ง ๕๐ เปอร์เซนต์ คนเดียวรับเหมาทั้งจังหวัดได้ไง ที่เหลือ ๕๐ เปอร์เซนต์ นายอำเภอไม่เอาไปทำถนนหรือฝายเลยสักโครงการ แบบนี้ทุจริตยิ่งกว่าเกษตรตำบลอีกนะ สิบอกไห่
เรื่องเกษตรตำบลที่ตายไปแล้ว อย่าซ้ำเติมเขาเลยท่าน
คุณวัชรินทร์ เป็นคนเสื้อแดง ไว้ใจไม่ได้ ทำไมไม่เปิดเผยการทุจริตเรื่องงบภัยพิบัติ จำนวน ๗๐ ล้านบาท ของจังหวัดร้อยเอ็ด ให้สาธารณะชนรับทราบบ้าง อย่างนี้เขาเรียกว่าของปลอม ยกเลิกเว็ปไชต์เถอะพี่ เสียดายเงินภาษีที่เขาจ้างจัดรายการวิทยุโจมตีฝ่ายตรงข้าม
ทำไมไม่เตือนสติผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดนครพนม ที่เขาโกงเงินภัยพิบัติบ้าง
กระผมเป็นเพียงหมาเฝ้าบ้าน ที่ใดที่หนึ่งเท่านั้น "เป็นหมาบ้านไหนต้องเห่าบ้านนั้น" คิดให้เป็นครับ แยกสีแยกค่าย คนอย่างผม "ประเทศชาติต้องมาก่อน" ยืนหยัดในสังคมได้เพราะความกล้า ความเสียสละ ตายไปเขาจะอ่านประวัติอย่างไม่เหนียมหัวใจ..ใครสีแดง ใครสีเหลือง ใครสีน้ำเงิน ใครสีอะไร กระผมเคียงข้างประชาชน "ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์" ครับ คำถามที่น่าสนใจคือ ผมเคยโกงที่ทุ่งเขาหลวง กระผมถามคืนครับ มันมีโอกาส "โกง" มากมายขนาดนั้นเหรอ ผมโกงมากที่สุดคือ "เวลา" ที่ให้ครอบครัวครับ "โกง" ไปรับใช้ประชาชน
คุณทดลองไปถาม ตาสี ตาสา ดูนะ แล้วพูดกับประชาชนเหล่านั้น ว่า "ไอ้วัชรินทร์ ...อย่างนั้น อย่างนี้...ผมบอกคุณได้เลยว่า ออกจากตำบลยากส์.." ...ยกเว้นพวกที่ผมด่าได้ทุกวันคือ "คนทรยศประชาชน" ขี้โกง ขายยาบ้า มันเลวๆๆๆๆสิ้นดี
ผมไม่ถือสาคุณนะครับ...ตื้นลึกหนาบางเราไม่รู้กัน ผมกับคุณไม่มีโอกาสรู้จักกันด้วย แม้จะเห็นหน้ากันพบกัน...คุณไม่กล้าพอที่จะด่าผมอย่างที่คุณเขียนเข้ามา เพราะคุณคือ....คนที่ไม่แน่จริง ชอบเป็นอีแอบ...
ว่างๆแวะผมสิ จะเลี้ยงปิ้งไก่ทุ่งเขาหลวง ฟรี งานนี้ "ผมใจถึงพึ่งได้ครับ ยกเว้นยืมเงิน เพราะ ลูกเรียนวิศวะฯ ปีสุดท้ายแล้วล่ะ...บอกตามตรงผมเป็นคนจริง 100%
สอบถามได้ประวัติ ตั้งแต่การเรียน ที่ นครพนม กาฬสินธุ์ หรือที่บ้านเกิด วันนี้เส้นทางชีวิตเหลือไม่กี่ปี เกษียรอายุราชการ สร้างคุณงานความดีให้กับสังคม....อยู่ให้เขาดีใจจากไกลให้เขาคิดถึง สร้างคุณงามความดีเมื่อมีโอกาส....จงมองไปข้างหน้าด้วยความหวัง อย่างมองกลับคืนข้างหลังด้วยความเสียดาย....นักรบย่อมไม้เคยกลัวบาดแผล...ฆ่าได้หยามมิได้ ... มารไม่มีบารมีไม่เกิด...ขอบคุณสำหรับกำลังใจ..คุณไม่ใช่มารผมนะครับ..เป็นกำลังใจที่จะสู้อีกต่อไป...ขอบคุณขอให้คุณและครอบครัวมีแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง อายุวรรณะ สุขะ พละ เทอญ******จากนายวัชรินทร์ เขจรวงศ์....ขุนหาญห่าวแปงเมืองจั่งเฮืองหุ่ง ขุนขี่ย่างแปงบ้านกะบ่อเฮือง คันเจ้าเป็นขุนแล้วให้ถามดูบ่าวไผ่ คั่นแม่นไผ่บ่อพร้อมแปงบ้านกะบ่อเฮือง...เว้าเจ้าเว่าข่อยน้ำอ้อยเข้าหู เว่ามึงเว่ากู ขี่หมูเข้าปากกั้บ...ซำบายดี..
..........ปัจจุบัน ตำแหน่งรองประธานชมรมสื่อสร้างสรรค์จังหวัดร้อยเอ็ด/นายกสมาคมผู้ปกครองและครูวิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด ครับ
ลำห้วยดางเดียวปัญหาที่รอรัฐบาลแก้ไข
วันนี้(9 กุมภาพันธ์ 2553)นายพิพัฒน์ ณ เชียงใหม่ ผู้ใหญ่บ้านปอหู ม.4 ต.เทอดไทย อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในลำห้วยดางเดียว ตอนบนน่าเป็นห่วงมาก ระดับลดลงติดก้นลำห้วย ชาวบ้านออกมาจับได้วันละ 1-2 ถุงปุ๋ย เป็นปลาจากลำน้ำธรรมชาติ สาเหตุจากเกษตรกรชาวนา ปลูกข้าวนปรังเกินกว่าที่น้ำต้นทุน อ่างเก็บน้ำด้านบน ทั้งอ่างธวัชชัย อ่างหนองหญ้าม้า แห้งขอดเช่นกัน หากนำหมดชาวนาสิ้นหวังแน่นอน เพราะไม่มีแหล่งน้ำที่จะเติมลงได้ ห่างจากลำน้ำชีกว่า 10 กิโลเมตร และเป็นส่วนที่อยู่สูงด้วย
นางดวงจันทร์ ผันอากาศ อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 12 ม.3 บ้านปอหู ต.เทอดไทย อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า ลำน้ำห้วยดางเดียวแห้งขอดชาวบ้านออกมาจับปลาเพื่อเป็นอาหาร ตั้งแต่ต้นน้ำ ข้าวนาปรังกว่า 200 ไร่ อายุข้าวเพียง 55-60 วัน น้ำไม่เพียงพอแน่นอน เพราะชาวนาเร่งสูบนำตลอด 24 ชั่วโมง แข่งขันกันสูบน้ำ นางดวงจันทร์ กล่าวว่า ลำห้วยดางเดียว เป็นลำน้ำธรรมชาติ ที่เริ่มต้นจาก อ.ธวัชบุรี ผสมผสานกับลำห้วยฝั่งแดง ฤดูฝนน้ำท่วมสูง น้ำไหลหลาก ปีนี้ ข้าวราคาสูง ชาวนาทำนาปรังจำนวนมาก แต่ไม่ได้คำนวณเรื่องน้ำ มีปัญหาแน่นอน อีก 55-60 วัน ข้าวครบอายุการเก็บเกี่ยว แหล่งน้ำธรรมชาติไม่มีในเขตพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากมีฝนตกลงมาเท่านั้น
นางดวงจันทร์ กล่าวอีกว่า พื้นที่ลำห้วยดางเดียว กินพื้นที่ 2 อำเภอ 2 ตำบล คือ ตำบลเมืองน้อย ตำบลอุ่มเม้า ตำบลไพศาล อำเภอธวัชบุรี ตำบลเหล่า ตำบลเทอดไทย อำเภอทุ่งเขาหลวง ลำน้ำหากได้รับการขุดลอก เป็นช่วงๆ ทั้งความกว้างและความลึก สามารถดูแลพื้นที่ภาคการเกษตรได้จำนวนกว่า 1,500-2,000 ไร่ ชาวนามีอาชีพทั้งทำนาข้าว ปลูกพืชไร่ ไม้ผล พืชผักสวนครัว วอน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จัดสรรงบประมาณ ขุดลอก ช่วงลำ 3-5 ล้านบาท ประมาณ 5-10 ช่วง ให้พื้นที่ลำน้ำห้วยดางเดียวลึกและกว้าง สามารถช่วยชาวนา ชาวบ้านอำเภอทุ่งเขาหลวง อำเภอธวัชบุรีได้ มีอาชีพที่มั่นคง ไม่ต้องหนีจากบ้านไปรับจ้าง
สภาพลำห้วยดางเดียว ตัดกับลำห้วยขี้หมาจอก ไหลมาจากห้วยฝั่งแดง ห้วยกุดแคน ด้านบนเป็นอ่างเก็บน้ำธวัชชัย อ.ธวัชบุรี อ่างเก็บน้ำหนองหญ้าม้า อ.เมืองร้อยเอ็ด หากรัฐบาลให้ความสำคัญในการศึกษาปัญหาอย่างแท้จริง ประชาชน ตั้งแต่อำเภอเมืองร้อยเอ็ด อ.ธวัชบุรี อ.ทุ่งเขาหลวง ได้ผลกระทบโดยตรงทั้งน้ำท่วม 10-12 ปีที่ผ่าน และภัยแล้ง ของอำเภอตอนบน สามารถแก้ไขปัญหาได้ จัดสรรงบประมาณ เข้ามาดูแลประชาชน ขุดลอกลำห้วยดางเดียว ปีละ 3-5 ล้านบาท ประมาณ 10-15 จุด เป็นแหล่งเก็บน้ำทั้งแล้งเพื่อการเกษตรกร อุปโภค-บริโภค หรือหน้าฝนเป็นการชะลอน้ำที่ไหลลงไปท่วมประชาชนริมฝั่งลำน้ำชี ยังช่วยเหลือเกษตรกร อ.ธวัชบุรีที่เกิดภัยแล้งด้วย ข้อมูลมีทั้งระดับท้องถิ่น ระดับอำเภอ หรือชลประทานจังหวัดร้อยเอ็ด ฝากถึง ฯพณฯ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โปรดให้ความสนในเรื่องปัญหานี้ด้วย 10-12 ปีน้ำท่วมหนัก หน้าแล้งขอให้ชาวนาได้ทำนาปรัง ปลูกพืชเพื่อเป็นการเลี้ยงชีพด้วย อย่าทำเป็นโครงการใหญ่ แก้มลิง จุดละ 3-5 ล้านหรือ 5-10 ล้าน ทำเพื่อเกษตรกรและประชาชนคนร้อยเอ็ด ครับ อบต.ทุ่งเขาหลวง ทำการประชาคมแล้ว เพื่อนำงบประมาณมาสนับสนุนลอกลำห้วยดางเดียว รัฐบาลจะทำตัวเป็นเกษตรกรไม่ได้ครับคือ “เอาหูไปนาเอาตาไปไร่”
อีกจุดที่น่าสนใจและรอการแก้ไขคือหนองขมิ้น ต.เทอดไทย อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด ตื้นเขิน น้ำท่วม นำแล้ง ได้ทั้ง 2 กรณี ใช้งบประมาณ 3-5 ล้าน ชาวบ้านอยู่ดีกินดี ทั้งอำเภอ
วัชรินทร์ เขจรวงศ์/รายงาน
โทร.085-7567108
E-mail:[email protected]
ปกครอง จังหวัดร้อยเอ็ด กัน ชาวนา 3 อำเภอไม่ให้เข้าศาลากลาง ที่มาชุมนุมเรียกร้องราคาข้าวและฝนแล้ง เพราะกลัวจะแอบแฝงมาปิดล้อมศาลากลาง ซึ่งตั้งตัวแทน 30 คนที่ เข้าพบรอง ผวจ.ยืนยันว่าพวกตนเดือดร้อนจริง
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 16 มี.ค.2553 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ อ.ส.กว่า 100 นาย ทำการปิดประตูเข้า-ออก ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด ทั้ง 2 ประตู และตรวจสอบรถเข้า-ออกทุกคัน หลังจากทราบข่าวล่วงหน้าว่าจะมีม๊อปกลุ่มเกษตรกรจะเดินทางมาชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัด และก็ได้สั่งให้กันม๊อบเกษตรกร กลุ่มเครือข่ายเกษตรกรผู้ทำนาปรังลุ่มน้ำชี ในพื้นที่ อ.เสลภูมิ,อ.ทุ่งเขาหลวงและ อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด ประมาณ 200 คน โดยการนำของนายศิริศักดิ์ สะดวก นางอมรรัตน์ วิเศษหวาน ให้ไปหน้าสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด จากนั้นให้ตั้งตัวแทน 30 คน ซึ่งส่วนหนึ่งสวมเสื้อแดง เดินทางเข้าพบนายพิทยา สุนทรวิภาต รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ห้องประชุม 4 ศาลากลางจังหวัด ซึ่งแกนนำชาวบ้าน ยืนยันว่าพวกตนไม่เกี่ยวกับคนเสื้อแดง แต่มายื่นหนังสือผ่านไปยังรัฐบาล เพื่อให้แก้ปัญหาความเดือดร้อน ทั้งนี้เนื่องจากพวกตน เป็นผู้มีอาชีพทำนาเป็นหลักทั้งนาปรัง - นาปี โดยเฉพาะปี 2553 ได้รับผลกระทบจาก 2 ปัญหา คือการประกันราคาข้าวของรัฐบาลที่ใช้ราคาเดียวกันทั่วประเทศ น่าจะไม่ใช่ความชอบธรรม และไม่เป็นธรรม เนื่องจากแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย ต้นทุนการผลิตแตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่ายิ่งต้นทุนการผลิตของชาวนาอีสาน มีปัญหามากว่า ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงกว่า จึงควรที่จะได้ราคาที่สูงกว่า และอีกทั้งในปีนี้ เกษตรกรส่วนใหญ่ได้ขยายพื้นที่การทำนาเพิ่มขึ้นเท่าตัว ได้รับผลกระทบจากภัย ทำให้การจัดสรรน้ำของกรมชลประทาน ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งเป็น เป็นวิกฤตของชาวนา จึงมายื่นร้องขอความช่วยเหลือผ่านจังหวัดไปยังรัฐบาลให้ช่วยเหลือแก้ปัญหาด้านประกันราคาข้าวให้สูงขึ้นและช่วยเหลือด้านการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำให้เหมาะสม
นายพิทยา สุนทรวิภาต รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ปัญหาด้านราคาข้าวเกินอำนาจที่จังหวัดจะกำหนดให้ตามความต้องการของเกษตรกรได้ ซึ่งจะเสนอเรื่องนี้ไปคณะกรรมการนโยบายข้างของรัฐบาลเป็นผู้กำหนดและตัดสินใจที่จะดำเนินการให้ ส่วนปัญหาการขาดแคลนน้ำทำนาปรังนั้น ทางจังหวัดมีการเตือนเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นว่า จังหวัดมีต้นทุนน้ำเพื่อการทำนาปรังได้ไม่เกิน 2 แสนไร่ และมีการประชาสัมพันธ์เตือนเกษตรกรอย่างต่อเนื่องไม่ให้ทำนาปรังเกินพื้นที่ซึ่งกำหนดไว้ แต่ปรากฏว่าเพราะราคาข้าวดี ทำให้เกษตรกรเกิดการดื้อแพ่ง ไม่ฟังคำเตือน มีการทำนาปรังกว่า 4 แสน 2 หมื่นไร่ ทำให้กลายเป็นปัญหาและความเดือด ร้อน ซึ่งทางจังหวัดกำลังพยายามที่จะแก้ปัญหา ซึ่งก็เป็นเรื่องยากเนื่องจากแหล่งน้ำต้นทุนมีไม่เพียงพอ ต่อความต้อง
/////////////////
วัชรินทร์ เขจรวงศ์/101