ผู้ใหญ่บอกว่าวัยอย่างผมเป็นไม้อ่อนดัดง่าย ผมต้องการเป็นไม้แก่ที่มีค่าอย่างไม้สักทอง ไม่อยากเป็นแค่ขอนลอยไปตามน้ำ ที่บางคราวถูกคลื่นกระแทกกระทั้นเข้าทำลายชายตลิ่ง รอวันคนเก็บไปทำฟืน เผาถ่าน

                แม่เล่าว่าเมื่อแรกเกิดผมตัวเล็กแขนขายาว แก้มตอบ จึงตั้งชื่อผมว่าแมน  ด้วยความหวังว่าผมจะมีรูปร่างแข็งแรงบึกบึนเหมือนซุปเปอร์แมนละกระมัง    สิบสามปีผ่านไปจนเรียนชั้น ม.1 ผมก็ยังเป็นเด็กชายตัวผอมบางไม่แตกต่างไปจากเดิม จะเป็นเพราะโชคชะตาอย่างที่นายลูกกรอกเพื่อนร่วมชั้นชอบพูดหรืออย่างไรก็สุดจะเดาได้ ครูหลายคนบ่นว่ากรรมพันธุ์ของเด็กห้องหนึ่ง คือ ไม่ว่าจะเกิดเหตุตื่นเต้นเร้าใจหรือเหงาเศร้าวังเวงเพียงไร พวกผมก็เงียบได้ในทุกสถานการณ์ จะประชดประชันเหน็บแนมอย่างไร  พวกผมก็ไม่รู้สึกเจ็บปวด  ช่างเถอะเดี๋ยวครูก็เหนื่อยไปเอง แต่ห้องผมใช่ว่าจะสิ้นคนดีคนเก่ง  ก็แม่สาวผมหยิกขนตางอนเธออธิบายวิธีการหาความเข้มข้นของสารละลาย โดยใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์แบบที่เคยเรียนจากชั้นประถม บวก ลบ  คูณ หาร ในเวลาสั้นๆ ก็ได้คำตอบออกมา เป็นเหตุการณ์เข็มขัดสั้น คาดไม่ถึง จนครูออกปากว่า ทั้งชีวิตสอนเด็กมานานนับสิบปียังไม่เคยมีใครใช้วิธีนี้เลย แล้วเขียนชื่อเธอขึ้นกระดานให้เพื่อนร่วมชั้นอีกสองห้องร่วมชื่นชม  

 

                ชีวิตในห้องเรียนผ่านไปตามกาลเวลา  จนเรียนเรื่อง บรรยากาศ ตอนปลายปีผมจึงจับสังเกตได้ว่าแท้จริงแล้วบรรดาเนื้อหาที่เรียนในวิชาต่างๆ  โยงใยสัมพันธ์กัน   จะเป็นเพราะบางวันอากาศในเดือนกุมภาพันธ์ร้อนอบอ้าว หรือเป็นเพราะครูต้องสอนชดเชยก็ไม่อาจจะเดาได้  แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับการที่ครูให้พวกผมลงไปข้างล่าง ศึกษา ลม ฟ้า  ฝน และความชื้นในโรงเรียน อย่าว่าแต่ ๖ ชั่วโมงต่อสัปดาห์เลย มากกว่านี้พวกผมก็เต็มใจ ไม่เห็นมีใครเบื่อสักคน ครูย้ำนักย้ำหนาว่าสมาชิกกลุ่มละ 4 คนนั้น ทุกคนต้องแบ่งงานกันทำ คราวนี้ลงตัวพอดี เห็นหน้าตาเครื่องมือครูแจกให้แล้ว นายลูกกรอกคล่องสมฉายาชิงเลือกศึกษาความชื้นสัมพัทธ์ไปก่อน อุปกรณ์เป็นเทอร์มอมิเตอร์ 2 อัน ไม่มีอะไรยุ่งยาก เพียงแค่ใช้ฟองน้ำชุบน้ำให้ชื้นสวมที่กระเปาะของเทอร์มอมิเตอร์อันหนึ่ง ส่วนอีกอันปล่อยไว้อย่างนั้น รอเวลาอ่านอุณหภูมิหลังจากของเหลวในกระเปาะเทอร์มอมิเตอร์ทั้งสองอันหยุดนิ่ง หักลบเป็นความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิในกระเปาะเปียกกระเปาะแห้งแล้วเปิดตารางความชื้นสัมพัทธ์ก็เสร็จเรื่อง  ยังดีที่มีน้ำใจเอาเวลาที่เหลือไปช่วยกลมศึกษาเรื่อง ฝน

 

                กลมวางกรวยลงบนขวดแก้วรูปร่างเหมือนชมพู่ กลายเป็นขวดวัดปริมาณน้ำฝนแล้วนำไปตั้งบนสนามหญ้าบริเวณที่คาดว่าละอองน้ำจากสปิงเกอร์จะตกลงไปพอดี  แต่คงน้อยไปไม่สมใจจนนายลูกกรอกทนไม่ไหว วิ่งไปเปลี่ยนที่วางขวดอยู่หลายครั้งก็ไม่เป็นผล สุดท้ายก็จึงขยับก๊อกน้ำ ความไม่สันทัดทำให้ก๊อกหลุดน้ำพุ่งกระจาย เปียกปอนไปหมด งานของกลมยุ่งยากตรงที่ต้องคำนวณหลายชั้น ตั้งแต่ตวงน้ำฝนที่รองรับไว้ได้ด้วยกระบอกตวง หาพื้นที่หน้าตัดของกรวย นำมาเข้าสูตรคำนวณหาความสูงของน้ำฝนที่รองรับไว้ได้  แล้วปรับหน่วยให้เป็นมิลลิเมตรเพื่อเทียบกับเกณฑ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา

              เป้เป็นนักดนตรีหัดใหม่ จึงใช้เวลาส่วนใหญ่ซ้อมดนตรีกับเพื่อนวงโยธวาทิตของโรงเรียน ผมสงสารจึงให้เป้ดูฟ้าศึกษาเมฆ งานของเป้ก็คือการใช้แผนภาพเมฆและสีไม้เป็นเครื่องมือศึกษารูปร่างและปริมาณเมฆโชคดีที่วันนี้เป็นเมฆก้อน เพราะถึงอย่างไรก็เดาได้ว่าชื่อของเมฆต้องมีคำว่า “คิวมูลัส”

                 ทุกคนจะอยู่ในร่มไม้หรือชายคาหอประชุมก็ได้ แต่ผมต้องไปยืนที่สนามหญ้าหน้าเสาธงห่างพอชนิดไม่ต้องแหงนจนคอตั้งบ่า   ตามองไปที่ปลายผืนธง วางเข็มทิศลงบนมือซ้ายให้ลูกศรชี้ไปในทิศทางเดียวกับปลายธงส่วนมือขวาหมุนหน้าปัดเพื่อหาทิศเหนือ ลากเส้นจากปลายลูกศรผ่านหน้าปัดเข็มทิศเพื่ออ่านค่ามุมที่ลมพัดแล้วนำไปเทียบกับทิศบนหน้าปัดเครื่องมือวัดทิศทางลมเสาธงโรงเรียนสูงเท่าไร ไม่ทันได้วัดเห็นแต่สูงกว่าหลังคาอาคารเรียนที่อยู่ด้านหลังกับต้นอโศกอินเดียข้างๆ ฉะนั้น ทิศทางและความเร็วลมคงถูกต้องไม่ผิดเพี้ยน

                 บันทึกข้อมูลลงสมุดครบทั้ง 4 เรื่องแล้ว ครูให้สมมติตัวเองเป็นนักอุตุนิยมวิทยาเขียนรายงานสภาพอากาศในโรงเรียนโดยใช้ข้อมูลรายงานอากาศจากสถานีเกษตรกำแพงแสนและ แผนที่อากาศประกอบเสียดายที่อินเทอร์เน็ตในห้องเรียนใช้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นผมคงให้นายลูกกรอกโชว์วิธีการสืบค้นข้อมูล 

 

               ผมใช้ช่วงเวลาที่รอประกาศผลสอบทบทวนสิ่งต่างๆ ที่ผ่านมาเข้ามาในชีวิต เผื่อเป็นความทรงจำหากพ่อกับแม่จะย้ายกลับไปอยู่ระยองจริงๆ  ในละแวกบ้านดงกระถินนี้ ผมมีเพื่อนเล่นเป็นเด็กประถม 3 – 4  คน  ย่าว่าผมซนทั้งที่ผมไม่ได้โลดโผนโจนทะยานยิงนกตกปลา แต่อาจเป็นเพราะว่า ผมชอบรื้อ ค้น หรือถอดชิ้นส่วนของใช้บางอย่างของย่ามาทำเป็นของเล่นในบางครั้งบางคราวเท่านั้นเอง ผมเคยทำรถสองล้อไปอวดครูพร้อมกับบอกที่มาของชิ้นส่วนแต่ละชิ้น ล้อใหญ่ได้จากแป้นหมุนวิทยุทรานซิสเตอร์ของย่า ทำเสร็จเล่นเบื่อก็ถอดเก็บไว้ที่เดิมก่อนที่ย่าจะมาเห็น ของเล่นของผมแต่ละชิ้นแม้จะเป็นรถเหมือนกันแต่หน้าตาไม่เคยซ้ำกัน ผมใช้ชิ้นส่วนเท่าที่จะหาได้ เช่น ถ้าเป็นล้อรถ ก็จะใช้อะไรก็ได้ที่มีรูปร่างกลมแบนมีแกนยิ่งดี  ครูบอกว่าผมเป็นนักประดิษฐ์ถึงขนาดจะให้แสดงผลงานของเล่นที่ผมประดิษฐ์ขึ้นเองนั้นในช่วงสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ผมคิดว่าตัวเองเป็นแค่เด็ก ม.1 ทำในสิ่งที่ไม่แตกต่างไปจากเด็กข้างบ้านเท่าไรนักจึงปฏิเสธไป ครูคงไม่ละความพยายามเห็นผมแอบเอาฐานยิงจรวดขวดน้ำของโรงเรียนใช้ก็ไม่ว่าอะไรมากไปกว่า บอกผมว่า ถ้าสนใจให้คุยกับพี่โย่ง

 

               ผมกับพี่โย่งต่างฝ่ายต่างซุ่มทำจรวดชนิดที่ครูก็ไม่ได้เห็น จนถึงวันวิชาการ พวกเรา คือ พี่โย่ง พี่บิ๊ก พี่จิมมี่ และกลมยิงจรวดขวดน้ำโชว์ไป 14 ลูก ท่ามกลางความสนใจแกมอิจฉาของเพื่อนร่วมห้อง    ผมตั้งใจจะมอบฐานยิงจรวดที่สร้างขึ้นแก่ครูเป็นที่ระลึกแต่ฐานยิงอันแรกในชีวิตได้สูญหายไปตั้งแต่วันวิชาการ

 

               ผมรู้แล้วโอกาสที่ครูเพียรพยายามให้ผมได้มีส่วนร่วมแสดงความสามารถกับพี่ๆ นั้นช่วยสร้างความมั่นใจในตัวเองให้แก่ผมในเวลาต่อมาได้เป็นอย่างดี  เสียดายที่ผมไม่ยอมรับโอกาสนั้นเสียแต่ต้น  บางทีวันหน้าผมอาจจะเก่งอย่างพี่สวยก็ได้  ก็ใครจะเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในกิจกรรมวอล์คลี่วันวิชาการของโรงเรียนเกิดจากมันสมองและสองแขนของพี่สวยกับเพื่อน  ม.2 สิบกว่าคน และพี่ ม.5  ม.6 อีกไม่กี่คน

 

                หลายปีที่ผ่านมามีเรื่องให้จดจำมากมาย อย่างน้อยก็สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 1 ปีที่โรงเรียนแห่งนี้ ประสบการณ์ที่ผมได้รับรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนช่วยตะล่อมกล่อมเกลาให้เข้าใจโลกแห่งการเรียนรู้ ความสุขที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับความรู้ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย  ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของผมอีกต่อไป  ผู้ใหญ่บอกว่าวัยอย่างผมเป็นไม้อ่อนดัดง่าย ผมต้องการเป็นไม้แก่ที่มีค่าอย่างไม้สักทอง ไม่อยากเป็นแค่ขอนลอยไปตามน้ำ ที่บางคราวถูกคลื่นกระแทกกระทั้นเข้าทำลายชายตลิ่ง รอวันคนเก็บไปทำฟืน เผาถ่าน หรือปล่อยให้ผุพังภายหลังจากเกิดเห็ดรา หวังว่าผมจะได้รับการบ่มเพาะ  ขัดเกลา ให้ผมรู้จัก รู้ใจ งดงามตามวัย เวลาและโอกาส  ควรค่าแก่ความต้องการของสังคมตลอดไป