จุดเริ่มต้น

คำว่า สำนวนพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้ให้บทนิยามไว้ ดังนี้ น. ถ้อยคำที่เรียบเรียง, โวหาร, บางทีก็ใช้ว่าสำนวนโวหาร; คดี เช่น ปิดสำนวน; ถ้อยคำที่ไม่ถูกไวยากรณ์ แต่รับใช้เป็นภาษาที่ถูกต้อง, การแสดงถ้อยคำออกมาเป็นข้อความพิเศษเฉพาะภาษาหนึ่ง ๆ หรือหนังสือแบบหนึ่ง ๆ; ลักษณนามใช้เรียกข้อความรายหนึ่ง ๆ เช่น ข้อความสำนวนหนึ่ง บทความ ๒ จำนวน.

คำพูดของมุนษย์เรา ไม่ว่าชาติใดภาษาใด ก็มักจะมีสำนวนโวหารเป็นอัตลักษณ์ของตนเอง ซึ่งบางทีก็พูดเป็นชั้นเชิงให้ผู้ฟังต้องคิดเสียก่อนจึงจะเข้าใจ หรือบางทีคิดเท่าใด ๆ ก็ไม่อาจเข้าใจก็ได้ หรืออาจจะเข้าใจไปอีกอย่างหนึ่งก็มี คำพูดที่เป็นชั้นเชิงอย่างนั้น เราเรียกว่า สำนวนตรงกับภาษาอังกฤษว่า idiom เราอาจเคยได้ยินคำพูดเช่นว่า อย่ามาตีสำนวนนะท่านขุนวิจิตรมาตรา หรือ กาญจนาคพันธุ์ได้กล่าวไว้ในหนังสือ สำนวนไทยว่า สำนวนนั้นเกิดจากมูลเหตุต่าง ๆ ดังนี้

1.   ที่เกิดจากธรรมชาติ   

2.   ที่เกิดจากการกระทำ

3.   ที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม

4.   ที่เกิดจากอุบัติเหตุ เช่น สำนวนว่า ตกกระไดพลอยโจนหมายความว่า คนหนึ่งตกกระได คนที่อยู่ในที่นั้นด้วยก็มักจะโจนไปช่วยอะไรที่ไม่ใช่เรื่องของตน แต่ตนจำเป็นต้องเข้าไปมีส่วนด้วย จึงเรียกว่า ตกกระไดพลอยโจนสำนวนนี้ พจนานุกรม ฉบับ พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้ให้ความหมายไว้ว่าจำเป็นที่จะต้องยอมเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่มีทางเลือก

5.   ที่เกิดจากระเบียบแบบแผน

6.   ที่เกิดจากลัทธิศาสนา

7.   ที่เกิดจากความประพฤติ

8.   ที่เกิดจากการเล่น

9.   ที่เกิดจากนิยายนิทาน

ข้อมูลจาก คลังปัญญาไทย เข้าถึงเมื่อ 27 July 2008

        เนื่องจากว่า ผู้เขียน คิดชื่อเรื่องบันทึกนี้ เลยเกิดความสงสัยว่าสำนวนที่นำมาแปลงนี้ เขียนอย่างไรกันแน่ ระหว่างตกกระไดพลอยโจร กับ ตกกระไดพลอยโจน จึงค้นหาและเห็นว่ามีประโยชน์ เลยนำมาบอกต่อค่ะ

        เริ่มล่ะนะ หลังจากที่ได้พานักเรียนไปส่งที่ราชมงคลสามชุกเพื่อเข้าค่ายมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ขณะที่กำลังบันทึกภาพเคลื่อนไหวกิจกรรมอยู่ (8.45น.) พี่ครูสุภมาสก็บอกผู้เขียนว่า น้องภัทรเดี๋ยวพี่ต้องไปประชุมกลุ่มครูภาษาอังกฤษที่วิถีไทยรีสอร์ท ไปเป็นเพื่อนพี่เลยนะ แป่ว!!! (ตั้งใจจะกลับบางปลาม้า) ไหนๆก็ไหนๆไปก็ไป คงไม่นานกระมัง (คิดในใจ) พอไปถึง (10 โมง กว่าๆ) ได้ยินพี่ศน.อรไทพูดว่า หัวหน้าลำดวนกำลังจะมาถึง พวกเราเข้าไปนั่งด้านในกันเลยดีกว่า (อ้าว...เอาล่ะสิ สงกะสัยว่าจะเป็นทางการ) ผู้เขียนเลยบอกว่า หนูขอนั่งรอด้านนอกดีกว่า พี่ๆบอกว่าเข้าไปเถอะ สรุปว่าก็ได้เข้าร่วมประชุม สาระของการประชุมคือ

1.   หัวหน้าลำดวนสรุปแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการความรู้

2.   ครูนำประสบการณ์การสอนที่ประสบความสำเร็จของแต่ละคนมาเล่าสู่กันฟัง คนละ 1 เรื่อง

3.   พี่ศน.อรไท แนะนำให้สมัครสมาชิกและเขียนเรื่องเล่าใน www.gotoknow.org ผู้เขียนสังเกตเห็นว่าครูหลายๆท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิกจึงอาสาว่าจะสมัครสมาชิกให้(เพื่อความสะดวก) และส่งe-mail แจ้งเพื่อนครูทราบ เพื่อใช้งานในโอกาสต่อไป

4.   ร่วมกันวางแผนการดำเนินงานในการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการการจัดการความรู้การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ให้กับครูภาษาอังกฤษ จำนวน 150 คน ในวันที่ 25-26 กค. ดูภาพบรรยากาศ(1)  ดูภาพบรรยากาศ(2)  ดูภาพบรรยากาศ(3)  และ วันที่ 3-4 สค. 2551 นี้ค่ะ

 

สรุปว่า

ผู้เขียนได้ร่วมเป็นคณะทำงานโดยไม่ได้ตั้งใจ(ตัวเองไม่ได้คิดมาก่อน) รวมทั้งได้กลับมาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเขียนบันทึก และเขียนบันทึกของตนเองเป็นครั้งแรกก่อนที่จะต้องนำข้อมูลของพี่พ้องน้องเพื่อนขึ้น  

ส่วนวันที่อบรมนั้น ประทับใจมาก แล้วจะรีบมาเล่าประสบการณ์ที่ตนเองและคณะครูผู้เข้ารับการอบรมได้รับ ในตอนต่อไปค่ะ

ประสบการณ์ที่ได้รับ

  1. ได้รับโอกาสในการทำงาน (กระบวนการทำงานควบคู่กับกระบวนการเรียนรู้)
  2. ได้แลกเปลี่ยนเทคนิคการสอนภาษาอังกฤษตามบริบทของแต่ละคนแต่ละโรงเรียน
  3. ได้รับทราบข้อมูลพื้นฐานของครูผู้เข้ารับการอบรมและความพร้อมของโรงเรียนนั้นๆ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจบางอย่างและจะพยายามรีบทำให้เป็นรูปธรรมให้เร็วที่สุด
  4. ได้ร่วมงานกับอาจารย์ขจิต ผู้อุทิศตนเองเพื่อส่วนรวม (ขอเน้น..น่าชื่นชมจริงๆค่ะ)
  5. ได้เปิดโลกทัศน์ของตนเอง
  6. ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบกัลยาณมิตรกับเพื่อนครูวิทยากรและคณะครูผู้เข้ารับการอบรม
  7. ที่สำคัญที่สุด...ได้ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมและได้บุญ
  8. ที่สำคัญที่สุดของที่สุด...จะได้นำประสบการณ์ไปถ่ายทอดให้ลูกศิษย์ พร้อมกับกลับไปชดเชยเวลาให้ด้วยจ้า
  9. สาธุ

ภาพนักเรียนชั้นป.๓ วันที่ไปเยี่ยมบ้านค่ะ

(แก๊งจักรยาน..ครูไม่ได้ถีบจักรยานไปโรงเรียนแล้ว ทำไมเข้าพวกกันได้เลยนะเนี่ย)