เดี๋ยวนี้เวลาไปงานกินเลี้ยงที่แขกรับเชิญส่วนมากเป็นผู้ใหญ่ มีหลายงานที่ฉันมักจะพบเห็นว่ามีเด็กๆ ไปร่วมงานด้วย เด็กที่ว่านี้มีตั้งแต่วัยที่ต้องอุ้มไปจนถึงวัยรุ่น
ด้วยความที่เป็น“เด็ก” เมื่อแสดงกิริยามารยาทการกินที่ไม่งดงามออกมา เราก็มักไม่ถือสา คิดเหมือนกันว่า “ไม่เป็นไร ยังเด็กอยู่”
ส่วนหนึ่งฉันก็เห็นด้วยว่าจริง หากอยู่ในวัยที่เล็กเกินกว่าที่จะปฏิบัติตัวได้ถูก หรือเด็กเกินไปกว่าที่จะสอนได้ ซึ่งวัยที่ฉันจะพอยอมรับได้คืออายุต่ำกว่า 7 ขวบ แต่ถ้าเกินกว่านี้แล้ว ฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่ “เป็นไร” ค่ะ
ที่คิดอย่างนั้นก็เพราะเราถือกันเป็นสากลทั่วโลกว่าเด็กที่อายุ 7 ปีบริบูรณ์ พร้อมจะเรียนรู้อย่างเป็นระบบได้ จึงมีการออกกฎหมายให้พ่อแม่ต้องส่งลูกเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนเมื่ออายุครบเกณฑ์ ใครขืนไม่ทำก็เป็นความผิดซะด้วยซ้ำไป
ดังนั้น เมื่อพบเห็นเด็กตั้งแต่วัยเลขเจ็ดขึ้นไปแสดงกิริยาไม่งาม ฉันจึงถือสาค่ะ
เรื่องนี้คงต้องโทษผู้ปกครองมากกว่าครูกระมัง เพราะมารยาทการกินเป็นเรื่องของวิถีปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ต้องทำอยู่ทุกวันจนเป็นนิสัย ซึ่งบ้านคือจุดเริ่มต้น
เด็กและวัยรุ่นที่มาในงานพร้อมผู้ปกครอง แล้วแสดงกิริยาไม่งามเนื่องจากไม่ได้รับการอบรมในเรื่องมารยาทอย่างพอเพียง เป็นเพราะผู้ปกครองบางคนคิดว่า “ไม่เป็นไร ยังเด็กอยู่” บางคนละเลยเพราะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ แถมบางคนยังทำตัวอย่างมารยาทที่ไม่งามให้ลูกหลานปฏิบัติตามซะอีก
สิ่งที่เด็กแสดงออกมาสะท้อนให้เห็นได้ชัดเจนเลยว่าเมื่ออยู่ที่บ้านปฏิบัติตัวอย่างไร
มารยาทการกินของเด็กที่ฉันพบว่าไม่งาม ซึ่งพบเห็นจากการสังเกตคือ กินไปเล่นไป เด็กพวกนี้ไม่นั่งกินที่โต๊ะอย่างเรียบร้อยเหมือนคนอื่นๆ แต่กินไปคำหนึ่งแล้วก็วิ่งไปเล่น หมดแล้วมากินใหม่ หรือถ้าเป็นอาหารแบบชิ้นๆ ที่หยิบจับได้ง่าย ประเภทที่มีไม้เสียบหรือของทอด ก็จะถืออาหารติดมือไปด้วย ทำให้คิดว่าน่าจะโตขึ้นมาในบ้านที่ถือจานข้าววิ่งตามป้อนไปทั่ว
ต่อมาคือ ตักจนล้น เด็กพวกนี้พบบ่อยในงานเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ต์ ตักอาหารจนพูนจานแทบจะล้นออกมา บางคนก็สามารถกินได้จนหมด บางคนก็กินเหลือ ทั้งๆที่ควรจะตักในปริมาณที่พอดี หมดแล้วค่อยเดินไปตักใหม่ก็ได้ พวกนี้น่าจะมาจากบ้านที่มีสมาชิกหลายคน เลยต้องแย่งกันกิน
เด็กที่ พูดไปกินไป ขณะที่อาหารยังอยู่ในปากก็เจอบ่อย พอๆกับพวกที่ กินคำโต ตักอาหารเข้าปากแต่ละคำมีปริมาณเยอะมาก จนเวลาเคี้ยวแก้มจะป่อง ซึ่งถ้าปิดปากเคี้ยวก็ยังพอทำเนา แต่ถ้าอ้าปาก เคี้ยวเสียงดัง เหมือนเด็กที่กินอาหารแล้วเคี้ยวดังแจ่บๆๆ ด้วยล่ะก็ อาจทำให้คนที่นั่งร่วมโต๊ะกินอาหารไม่ลงไปเลย
งานไหนที่บังเอิญมีเด็กนั่งด้วยกันหลายคน จะเกิดสถานการณ์ แลกอาหาร ขึ้น มือไม้วุ่นวายไปจานโน้นทีจานนี้ที สลับกันไป สลับกันมา จนไม่รู้ว่าใครจะกินจานไหน แทนที่จะรับผิดชอบแต่เฉพาะจานของตัวเอง
เด็กบางคน กินอาหารเข้าปากไปแล้ว เกิดไม่ชอบใจขึ้นมา ก็ คายอาหาร ลงบนโต๊ะหรือในจานอย่างหน้าตาเฉย บางคนใช้มือหยิบออกจากปากมาวางไว้ ทำให้คนเห็นเกิดอาการผะอืดผะอม และที่ร้ายที่สุดคือบางคน สั่งน้ำมูก ขณะนั่งโต๊ะอาหารร่วมกับผู้อื่น
ฉันคิดว่าการพาเด็กไปออกงานสังคมด้วยเป็นเรื่องที่ดี แต่เด็กๆ ที่จะพาไปนั้น ควรได้รับการอบรมสั่งสอนเกี่ยวกับมารยาทสังคมเสียก่อน เพราะเป็นเรื่องที่ต้องสอนค่ะ ไม่ใช่เรื่องที่เด็กรู้เองได้
เด็กๆ ต้องมีความเข้าใจว่ามารยาทการกินไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับการปฏิบัติเฉพาะตัวของตัวเองเท่านั้น แต่หมายถึงการรู้จักปฏิบัติตัวดีต่อผู้อื่นๆ ที่นั่งร่วมโต๊ะอาหารหรือร่วมในงาน
อยากขอร้องว่าช่วยกันสอนมารยาทการกินให้เด็กๆ บ้างเถอะค่ะ
เรียนท่านป้าเจี๊ยบ เด็กทานมูมมาม เพราะเห็นตัวอย่างครับ